วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2566

ความลับของแสง โดย ดร.สม สุจีรา

“ความลับของแสง”

นักฟิสิกส์ควอนตัมยืนยันว่า โลกและจักรวาลไม่มีอยู่จริงจนกว่าเราจะไปเห็นมัน
 และ การเห็นต้องใช้แสงเป็นตัวสะท้อน 
ดังนั้น แสงคือตัวกำหนดสิ่งที่เราเห็น 

 ถ้าในอีกมิติ แสงมีความเร็วน้อยกว่าบนโลกครึ่งหนึ่ง (150,000 กิโลเมตรต่อวินาที) 
ตามนุษย์ จะไม่สามารถมองเห็นแสงที่สะท้อนจากมิตินั้นได้ 

และมวลในมิตินั้น ที่สร้างจากสูตร E=mc2 แต่ c (ความเร็วแสง) คนละค่ากับบนโลก 
ทำให้มนุษย์มองไม่เห็นมวล(m)ของมิติอื่นเช่นกัน   

ซึ่ง ศาสตราจารย์.ไมเจอร์ เดิร์ก เค เอฟ ( Meijer Dirk KF ) ได้พิสูจน์แล้ว
เขาบอกว่าในจักรวาลมีมิติอื่นอีกมากมาย ที่แสงมีความเร็วมากกว่าหรือน้อยกว่า 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที
แต่ละความเร็วคลื่นจะมองไม่เห็นซึ่งกันและกัน   ( เหมือนเรามีเครื่องรับคลื่นช่องเจ็ด จะไม่เห็นภาพข่องสาม)

ด้วยเหตุนี้ ตาเนื้อ จึงไม่มีทางมองเห็นภพภูมิอื่น

พระพุทธองค์ทรงบอกว่า ในจักรวาลนี้ถ้าแบ่งด้วยความเร็วแสง จะแยกได้ 30 ภพ  (มนุษย์กับเดรัจฉานอยู่ในความเร็วแสงเดียวกัน)

ในสวรรค์ นรก แต่ละชั้น พระพุทธองค์ทรงบอกช่วงเวลาที่ไม่เท่ากับบนโลกไว้อย่างชัดเจน

ซึ่งถ้าใช้ทฤษฎีสัมพัทธภาพคำนวณ เราจะได้ตัวเลขของความเร็วแสงในแต่ละภพ

 ...... สภาวะนิพพานอยู่เหนืออิทธิพลของแสงและเวลา  ดังนั้นเมื่อบรรลุอรหันต์
 จะสามารถหยั่งรู้ ทุกมิติ ทุกภพภูมิ อยู่ในช่วงปัจจุบันขณะทั้งหมด  

เข้าใจทุกอย่างทะลุทุกมิติที่แฝงอยู่ในจักรวาล  รวมไปถึงบริเวณที่แสงไปไม่ถึงด้วย

.....นิพพานนั้นจึงนับได้ว่าเป็น “อายตนะ” อย่างหนึ่ง แต่เป็นอสังขตะ....

การเห็นของมนุษย์เป็นเพียงภาพมายา และรูปมายาที่แสงในมิตินี้สร้างขึ้นมาเท่านั้น  

เมื่อเราเสียชีวิตจะพบว่า โลกและจักรวาลนี้ไม่มีอยู่จริง เราถูกแสงหลอกมาตลอดชีวิต

ส่วนภพภูมิใหม่ที่จะไปเกิด ก็มีมวลและรูปแบบของจักรวาล ต่างจากปัจจุบันโดยสิ้นเชิง

......เมื่อสามารถกำหนดจิตจนอยู่ที่ปัจจุบันขณะอย่างแท้จริง เท่ากับว่าเอาชนะแสงได้  

ความลับของมิติ ภพภูมิอื่นๆที่แสงเก็บซ่อนไว้จากตาเนื้อ  จะถูกเปิดเผยออกมาให้เห็นอย่างแจ่มชัด 

 เป็นการผุดรู้ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันขณะเจริญสติวิปัสสนากรรมฐาน

  ...... ปลาที่อยู่ในตู้ไม่รู้สึกว่ากำลังถูกจองจำ  เพราะตัวมันไม่สามารถแยกออกมาจากน้ำได้ …..

 ถ้ามีปลาสักตัวสามารถออกมานอกตู้แล้วมองเข้าไป มันจะเข้าใจทันทีว่า เพื่อนๆมันไม่ได้มีอิสระแต่อย่างใด 

  >>> เช่นเดียวกัน  มนุษย์ก็เวียนว่ายอยู่ในวังวนแห่งคลื่นแสงและเวลา 

ถ้าจิตหลุดพ้นจากอิทธิพลของแสงได้  แล้วมองกลับเข้าไปจึงจะรู้ว่า เหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย ล้วนตกอยู่ภายใต้กฎแห่งไตรลักษณ์  เกิด  แก่  เจ็บ  ตาย  น่าเวทนายิ่งนัก  

>>> สภาวะที่สามารถพ้นจากวงจรนี้มีอยู่จริง  ซึ่งพระพุทธองค์ก็ทรงค้นพบแล้ว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ เคมบริ...