“จิตใต้สำนึก”
กรรมที่สั่งสมอยู่ในจิต ส่วนใหญ่จะฝังอยู่ในส่วนของจิตใต้สำนึกและจิตไร้สำนึก ซึ่งกรรมส่วนนี้สติสัมปชัญญะอาจรู้ไม่เท่าทัน บางครั้งมันสามารถหลุดรอดออกมาสู่จิตสำนึกได้ขณะที่ฝันหรือเมื่อมีสมาธิระดับสูง จิตใต้สำนึกบันทึกกรรมที่ได้ทำในชาตินี้ไว้
ส่วนจิตไร้สำนึก ไม่มีโอกาสแม้แต่นิดที่จะหลุดออกมาให้เราได้รับรู้ เพราะมันบันทึกข้อมูลในหลายภพชาติที่ผ่านมา แต่เป็นส่วนที่มีอิทธิพลต่อชีวิตมากที่สุด ก่อให้เกิดนิสัย บุคลิกภาพ พรสวรรค์ รวมไปถึงชะตากรรมของชีวิต
วิทยาศาสตร์เชื่อว่าจิตใต้สำนึก เป็นความทรงจำที่ประทับไว้จากวัยเด็ก และส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วง 1-7 ปีแรกของชีวิต จิตแพทย์ นักจิตวิทยา สามารถสะกดจิต เพื่อให้ผู้ป่วยดึงเอาจิตใต้สำนึกในแต่ละช่วงวัยขึ้นมาได้ แต่...สำหรับ จิตไร้สำนึก ซึ่งอยู่ลึกลงไป วิทยาศาสตร์ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่า มันบรรจุอะไรไว้บ้าง
ซิกมุนด์ ฟรอยด์ บิดาแห่งจิตวิเคราะห์ แยกสภาพจิตเป็นจิตสำนึก จิตใต้สำนึกและจิตไร้สำนึก ตามหลักพุทธศาสนาก็แบ่งจิตออกเป็น 2 ระดับคือ จิตในระดับวิถีจิต และจิตในระดับภวังค์ ซึ่งจิตในระดับภวังค์ก็คือจิตไร้สำนึกนั่นเอง พระพุทธองค์ทรงค้นพบมาก่อน ซิกมุนด์ ฟรอยด์ กว่าสองพันปี
การวิเคราะห์โครงสร้างของจิตตามทฤษฎีจิตวิเคราะห์เทียบไม่ได้กับโครงสร้างของจิตที่พระพุทธองค์ค้นพบ ซึ่งรู้ถึงองค์ประกอบของจิต (เจตสิก) เหมือนกับที่รู้คุณสมบัติของอิเล็กตรอน โปรตอน นิวตรอนในอะตอม ขณะที่โครงสร้างจิตของฟรอยด์บอกไว้เพียงว่า มี 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ อิด (id) อีโก้ (ego) และซุปเปอร์อีโก้ (super ego)
“อิด” เป็นพื้นฐานดั้งเดิมของบุคคล เช่น ความอยาก กิเลส ตัณหา ความต้องการ ความป่าเถื่อน “อีโก้” เป็นพลังส่วนที่จะพยายามหาทางตอบสนองความต้องการของอิด และ “ซุปเปอร์อีโก้” เป็นพลังที่คอยควบคุม อีโก้ ให้อีโก้ หาหนทางที่เหมาะสมที่สุดในการสนองความต้องการของ อิด โดยเหนี่ยวรั้งให้ทำอะไรอยู่ภายในกรอบประเพณี ถูกเหตุถูกผลให้คำนึงถึงความผิดชอบชั่วดี คุณธรรม และสังคมที่แวดล้อม ระบบทั้ง 3 จะต่อสู้กันอยู่ภายในจิตใจของเราอยู่ตลอดเวลา และหากว่าระบบใดเป็นผู้ชนะในช่วงเวลานั้นๆ คนเราก็จะแสดงพฤติกรรมไปตามระบบดังกล่าว ดังนั้น มนุษย์คนหนึ่งจึงอาจจะแสดงพฤติกรรมที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วออกมาได้ แต่ฟรอยด์ไม่ได้บอกเหตุผลที่มา เพราะเขาไม่เข้าใจในเรื่องเจตสิก
จะเห็นได้ว่าโครงสร้างของจิตตามทฤษฎีจิตวิเคราะห์ เป็นเพียงโครงสร้างในเชิงคุณสมบัติ ไม่ใช่โครงสร้างภายในอย่างที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบ เหมือนกับการพบคุณสมบัติของน้ำว่ามีจุดเดือด จุดหลอมเหลว ความหนาแน่น เท่าไร แต่ไม่รู้ว่าในน้ำนั้นประกอบไปด้วยออกซิเจน ไฮโดรเจน มีอิเล็กตรอน โปรตอนกี่ตัว การค้นพบของบิดาแห่งจิตวิเคราะห์อย่าง ซิกมุนด์ ฟรอยด์ ยังไม่ลงลึกไปถึงขั้นนั้น
ทฤษฎีทางจิตวิเคราะห์มักจะอ้างถึงจิตใต้สำนึก ซึ่งความทรงจำต่างๆจะถูกประทับลงในช่วงวัยเด็กโดยเฉพาะตั้งแต่วัย 1-7 ขวบ เพราะเด็กในวัยนี้เหมือนผ้าขาว จิตว่างเปล่า สิ่งใดก็ตามที่เด็กรับไปในช่วงวัยเริ่มต้นชีวิตนี้ มักจะฝังลึกอยู่ในจิตใต้สำนึก ตัวอย่างเช่น เด็กที่เคยตกจากที่สูงจะกลัวความสูงแม้ว่าลืมเลือนวันเวลาและเหตุการณ์ในครั้งนั้นไปแล้วก็ตาม แต่ภายในจิตใต้สำนึกยังมีข้อมูลเหล่านี้อยู่ และข้อมูลเหล่านี้จะมีอิทธิพลเสมอต่อระบบประสาท ความรู้สึกและอารมณ์เวลาที่ต้องอยู่ในที่สูงเช่นขึ้นเครื่องบิน หรืออยู่บนดาดฟ้าตึก
มีข้อสงสัยตามมาว่า แล้วทำไม ในเมื่อมีเด็กที่เคยตกจากที่สูงนับร้อยนับพัน แต่มีเพียงไม่กี่คนที่สร้างความรู้สึกประทับจิต จนเป็นโรคกลัวความสูงในเวลาต่อมา คำถามนี้ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ให้คำตอบไม่ได้ โดยแท้จริงแล้ว จิตใต้สำนึกก็ถูกควบคุมโดยจิตไร้สำนึก การเป็นโรคกลัวความสูงเกิดจากกรรมเก่าในจิตไร้สำนึกผุดขึ้นมารับกับความรู้สึกกลัวที่เกิดจากการตกจากที่สูง และก่อให้เกิดเป็นทุกขเวทนา ประทับไว้ในจิตใต้สำนึก สำหรับเด็กบางคนที่ไม่มีข้อมูลของกรรมในจิตไร้สำนึก แม้จะตกจากที่สูงเป็นสิบเป็นร้อยครั้ง ก็ไม่มีทางเป็นโรคกลัวความสูง
แล้วถ้าเรามีกรรมเก่าแฝงอยู่ในจิต จะสกัดไม่ให้มันแสดงผลได้อย่างไร ? คำตอบคือ “สติ” เช่นในขณะตกจากที่สูงถ้าเรามีสติตลอด กรรมเก่าจะบรรเทาลง แต่ก็นั่นแหละคนที่จะทำเช่นนี้ได้ ต้องฝึกมาก่อน เพราะเวลาตกจริง ความตกใจจะทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามกรรม “สติ” คือยาครอบจักรวาลที่จะป้องกันกรรมเก่าได้ทุกชนิด
>>> วิธีฝึกสติที่ดีที่สุดในจักรวาล คือ "สติปัฏฐาน 4"
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น