วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

"คนสำเร็จเขาวัดกันที่ EQ ไม่ใช่ IQ"


"คนสำเร็จเขาวัดกันที่ EQ ไม่ใช่ IQ" 🤷

   คนที่จมอยู่กับภาวะอารมณ์ด้านลบ ย่อมไม่มีความสุข และไม่อาจจะทำสิ่งใดสำเร็จได้เลยในชีวิต เพราะไม่ว่าจะมองอะไร คิดอะไร ก็เห็นแต่ภาวะลบทั้งสิ้น ไม่ต่างกับการสวมแว่น แว่นมีเลนส์สีอะไรโลกทั้งใบก็เป็นสีนั้น อารมณ์เป็นอย่างไร ชีวิตก็เป็นแบบนั้น

    "คนสำเร็จเขาวัดกันที่ EQ ไม่ใช่ IQ" เล่มนี้ นำเสนอแนวคิดที่จะทำให้คุณได้พบกับตัวของคุณเอง โดยได้รวบรวมมาจากหนังสือของต่างประเทศมากมายหลายเล่ม ให้คุณได้ลองศึกษาและพิจารณา ถ้าหากอ่านแล้วชื่นชอบ จงนำเอาไปลองปฏิบัติกับตัวเองดู และถ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นจงบอกต่อและบอกต่อ คุณก็จะเข้าใจในความหมายของคำว่าความสำเร็จอย่างแท้จริง เหมาะสำหรับทุกคนที่แสวงหาในความสำเร็จในชีวิต เพื่อเพิ่มพูนความรู้ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง สำเร็จได้จริง

ปรัชญาวาทะ



หากยังปล่อยวางไม่ได้ ก็จงเตรียมใจที่ต้องแบกรับ
หนักที่สุดไม่ใช่ภูเขาหิน...แต่เป็นการยึดมั่น

นักดาบที่ดีจับดาบได้ ก็ต้องวางดาบเป็น
ใจร้อน ก็ต้องเรียนรู้ที่จะเย็น

เกิดเป็นคนใช่ว่าจะต้องยืนอยู่ข้าง "มาร"ตลอด
แค่พลิกผัน ท้องฟ้าก็พร้อมเปลี่ยนแปลง
ไม่มีใครหรอกที่ชอบความมืดมิดอันยาวนาน
ต่างก็ต้องการแสงสว่างกันทั้งนั้น

เช่นเดียวกัน ก็ไม่มีใครอยากทำผิดซ้ำๆซากๆ
แต่เรื่องถูกผิดมันยังเป็นของปุถุชน

ถ้าวางไม่ได้ก็แค่ยอมรับ ถ้าละไม่ได้ก็แค่อดทน
คน...ชั่วได้ ก็ดีเป็น

ออกเรือ ก่อนอื่นต้องรู้จักคลื่นลมในทะเล
คบคน ก่อนอื่นต้องรู้จักตื้นลึกหนาบางในจิตใจ
ไม่มีใครที่อยากถูกหักหลังหรอก
เพราะความไว้ใจของคุณ
ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนเลวเราเป็นคนดี

ส่วนหนึ่งคือคุณเลือกที่จะไม่ทำอะไร
ส่วนสองคุณเลือกที่จะให้อภัย และ
ส่วนสามคือคุณเลือกที่จะให้ใจ

นั่นไม่ใช่ความโง่ ในเส้นทางของผู้รู้
แต่มันคือความงดงามในหัวใจของคุณ

วางเฉย คือความใจกว้างของคุณ
ให้อภัย คือความมีเมตตาของคุณ
ให้ใจ คือความยิ่งใหญ่ของคุณ

หากเรียนรู้ที่จะเป็นคนเก่ง ...คุณ
ควรรับฟังมากกว่าที่จะเป็นคนพูด
ควรว่างเปล่ามากกว่าที่จะเป็นคนเต็มล้น
ควรอ่อนน้อมมากกว่าที่จะเป็นคนทนงตน
ควรกล้าหาญมากกว่าที่จะเป็นคนหวาดกลัว
ควรให้มากกว่าที่จะเป็นคนรับ
ควรเคารพมากกว่าที่จะเป็นคนชอบดูหมิ่น
ควรซื่อสัตย์มากกว่าที่จะเป็นคนทรยศ
ควรกตัญญูมากกว่าที่จะเป็นคนเนรคุณ
ควรเกื้อกูลมากกว่าที่จะเป็นคนกอบโกย
ควรช่วยเหลือมากกว่าที่จะเป็นคนซ้ำเติม
ควรริเริ่มมากกว่าที่จะเป็นคนเอาแต่คิด

ความล้มเหลวจะพลิกผันหรือไม่
อยู่ที่คุณต้องเก่งและเป็นผู้ดำเนินมัน

#ปรัชญาวาทะ

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

9 วิธีมองโลกในแง่ดี


9 วิธีมองโลกในแง่ดี

        ทั้งความเจ็บปวดทรมาน โกรธ ชิงชัง อิจฉาริษยา ความแค้น อาฆาตพยาบาล ความเครียด ความขัดแย้ง ความย่ำแย่ ความไม่พึงพอใจ พลัดพรากจากของรัก สูญเสีย ต่างจบลงแล้ว แต่คนเรายังทุกข์กับความคิดถึงเรื่องเหล่านั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลองฝึกคิดในแง่ดี เพื่อรับมือกับทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาแล้วชีวิตคุณจะมีสุขเพิ่มขึ้น

1. ใช้วิกฤตให้เป็นโอกาส ฝึกมองโลกในแง่ดี เพื่อช่วยสร้างความหวัง หลังพายุเมฆฝนผ่านไป ท้องฟ้าจะกลับมาแจ่มใส และมีรุ้งที่สวยงามเกิดขึ้นเสมอ “ยังดีที่ฉันไม่ตาย แม้ต้องสูญเสียแขนซ้ายไป แต่ฉันยังมีชีวิตอยู่ ยังเหลือแขนขวาที่จะใช้ชีวิตได้ต่อไป” แม้ชีวิตจะยากลำบากอยู่บ้าง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของคนมองโลกในแง่ดีใช่มั้ย?

2. อยู่กับความจริงที่เปลี่ยนแปลงด้วยสติและใจที่เป็นสุข เพราะชีวิตไม่ได้มีแต่เรื่องสวยงาม เมื่อประตูบานหนึ่งที่ปิดลง ประตูอีกบานจะเปิดให้โอกาสใหม่ๆ เข้ามาเสมอ ธรรมชาติของสรรพสิ่งมีเกิดขึ้นและดับไป ในบางเรื่อง...เรามีหน้าที่เพียงแค่ปล่อยวางเท่านั้น

3. เตือนความทรงจำด้วยรอยยิ้มและสิ่งดีๆ เมื่อคนเรายิ้ม จะช่วยกระตุ้นสมองส่วนที่เกี่ยวกับความรู้สึก ทำให้เรามีความสุขมากขึ้น และส่งเสริมการคิดบวกด้วยการเขียนประโยคสั้นๆ ที่สร้างแรงบันดาลใจ เช่น ‘จงใช้ชีวิตในแง่บวก’

4. ยอมรับในสิ่งที่คุณไม่อาจควบคุมได้ และคิดถึงสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น การมองโลกในแง่ร้ายไม่ช่วยอะไร นอกจากขัดขวางไม่ให้คุณทำสิ่งต่างๆ ได้สำเร็จ และเพาะนิสัยลังเล ไม่แน่ใจ ซึ่งทำให้เสียเวลาอันมีค่าไปอย่างน่าเสียดาย


5. อยู่ท่ามกลางคนคิดบวก เพราะนั่นหมายถึงจะทำให้พลังแห่งการคิดบวกของคุณเพิ่มมากขึ้น ลองจินตนาการดูว่า หากรอบกายของคุณเต็มไปด้วยคนหดหู่ สิ้นหวัง มองทุกอย่างในแง่ลบ...คิดจะยิ้มไม่ออก หรือคิดอะไรไม่ออกแน่

6. บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความรัก ความเมตตา ความเสียสละให้เกิดขึ้นในใจ เมื่อเราหวังในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับผู้อื่น ปรารถนาให้ผู้คนเป็นสุขและมอบสิ่งเหล่านี้ออกไป มันจะช่วยเพิ่มพลังบวก และเป็นปราการป้องกันคุณจากสิ่งเลวร้าย และช่วยให้ใจคุณเป็นสิ่งมากขึ้น

7. ยอมรับความไม่เที่ยง อย่ายึดมั่นถือมั่น จนทำให้ชีวิตเป็นทุกข์ คนคิดลบมักมองความล้มเหลว หรือ เหตุการณ์ที่เลวร้ายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นถาวร เกิดกับเขาคนเดียว และทำให้ชีวิตแย่ลง “ขณะที่คนคิดบวกมองว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นชั่วคราว เกิดกับใครก็ได้ และไม่ได้ทำให้ชีวิตแย่ลง”

8. เห็นคุณค่าสิ่งดีๆ ในชีวิต แค่หาเวลาหยุดคิดและใคร่ครวญสักนิด แล้วคุณจะเห็นคุณค่าของมัน การบันทึกสิ่งดีๆ ด้วยการเขียนเรื่องราว หรือ วาดภาพสิ่งที่ทำให้คุณยิ้มได้ เช่น คำชมของเพื่อนๆ หรือสัตว์เลี้ยง การเลือกเก็บเฉพาะสิ่งดีๆ จะทำให้คุณมีทัศนคติที่ดีขึ้น และช่วยคุณได้ในยามท้อแท้

9. จงอยู่กับปัจจุบันขณะ คนทั่วไปมักถูกครอบงำด้วยเรื่องราวในอดีต และอนาคตที่ยังมาไม่ถึง แต่จริงๆ แล้วชีวิตที่ต้องดำเนินไปคือ ‘ชีวิตในปัจจุบันขณะ’ คุณไม่อาจเรียนรู้หรือจดจำในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นได้ หากใจยังติดอยู่กับห้วงเวลาอื่น ดังนั้น จงฝึกใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันขณะอย่างมีสติ



"เหตุเพราะความรักห่วงหาอาลัย ทำให้เกิดเป็นผีเปรตเฝ้าหวงกระดูกลูกเมียนานถึง ๕๐๐ ปี"



เรื่อง "เหตุเพราะความรักห่วงหาอาลัย ทำให้เกิดเป็นผีเปรตเฝ้าหวงกระดูกลูกเมียนานถึง ๕๐๐ ปี"

(ปกิณกธรรม หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต)
(จากหนังสือ "รำลึกวันวาน")
(เขียนโดย หลวงตาทองคำ จารุวัณโณ)

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๙๐ ขณะที่ผู้เล่าอยู่กับท่านพระอาจารย์มั่น ที่วัดป่าบ้านหนองผือ วันหนึ่งนายฟอง ชินบุตร โยมผู้นี้มาวัดประจำ เธอได้แบกไหกระเทียมชนิดปากบาน มีฝาครอบ ขนาดใหญ่เกือบเท่าขวดโหล ข้างในบรรจุกระดูกนำมาถวายท่านพระอาจารย์

โยมฟองเล่าว่า เจ้าของไหเขาให้นำมาถวาย เป็นไหใส่กระดูกคน ดูเหมือนจะเป็นกระดูกเด็ก แต่กระดูกนั้นนำไปฝังดินแล้ว ปากไหบิ่นเพราะถูกผานไถขูดเอา โยมฟองได้เล่าถึงเหตุที่ได้ไหนี้มาว่า นายกู่ พิมพบุตร ผู้เป็นเจ้าของนา ตั้งใจจะไปไถนาตอนเช้าตรู่ ตื่นขึ้นมาเห็นยังมืดอยู่ จึงนอนต่อ พอเคลิ้มหลับไปก็ฝันเห็นว่า มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหา บอกว่า

"ให้ไปเอาไหกระดูก ๒ ใบ 
ไปถวายท่านพระอาจารย์มั่นให้ด้วย"

นายกู่ถามว่า "ไหอยู่ที่ไหน"

ชายคนนั้นตอบว่า 
"ไถนาไปสัก ๓ รอบก็จะเห็น"

ถามว่า "ชื่ออะไร"

ตอบว่า "ชื่อตาเชียงจวง มาเฝ้ากระดูกลูกอยู่ที่นี่ได้ ๕๐๐ ปีแล้ว วันหนึ่งได้ยินเสียงท่านพระอาจารย์มั่นเทศน์แว่วๆ มาในเวลากลางคืนว่า 

"เป็นหมามานั่งเฝ้าหวงกระดูก แล้วก็กัดกัน ส่วนเนื้อล่ำๆ อร่อยๆ มนุษย์เอาไปกินหมดแล้ว มัวแต่มานั่งเฝ้าห่วงเฝ้าหวงกระดูกตนเอง กระดูกลูกเมีย ตายแล้วไปเป็นผีเปรต ต้องมานั่งเฝ้ากระดูกถึง ๕๐๐ ปีแล้ว จึงได้สติระลึกได้ ทั้งๆ ที่อดๆ อยากๆ ผอมโซ ก็ยังพอใจเฝ้าหวง เฝ้าห่วงกระดูกลูกเมียอยู่ กว่าจะรู้ตัวก็เสียเวลาไป ๕๐๐ ปีแล้ว"

นี่แหละ เพราะความรัก ความห่วงหาอาลัย เป็นเหตุพาให้ไปเกิดเป็นผีเป็นเปรต เฝ้าสิ่งที่รักและอาลัย จนลืมวันลืมเวลา

จำนวนประชากรโลก 17-11-2022 ครบ 6 พันล้านคน


ปี พ.ศ.2502 หรือ ค.ศ.1959 

โลกมีพื้นที่ 510,072,000 ตารางกิโลเมตร 

เป็นพื้นน้ำ 361.132 ล้านตารางกิโลเมตร 

เป็นพื้นดิน 148.94 ล้านตารางกิโลเมตร 

มีประชากร 2,979,576,185 คน 

โลกมีประชากรในระดับ 7,000,000,000 คนนาน 12 ปี 

ครบ 8,000,000,000 คน ในวันอังคาร 15 พฤศจิกายน 2565 

สหประชาชาติประเมินว่า โลกจะมีประชากรครบ 10,000,000,000 คน ในอีก 60 ปีข้างหน้า 

พื้นที่ดินของโลกเท่าเดิม แต่ประชากรเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว 

ผมเกิดมาเป็นเวลา 63 ปี 4 เดือน 11 วัน โลกมนุษย์ที่ผมเกิดมาก็มีประชากรครบ 8 พันล้านคน 

การแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติจะเข้มข้นขึ้น ใครอ่อนแอก็พ่ายแพ้ไป 

มนุษย์ท้ัง 8 พันล้านคน มีปากมีท้องทุกคน ต่างคนต่างแย่งกันกิน 

ถ้าไม่มีกินก็จะอดอยากหิวโหย 

เกิดมาแล้วอย่าขี้เกียจ 

มีอะไรทำได้ก็ทำ 

เพื่อให้ตนเองมีชีวิตรอด ยิ่งคนที่มีครอบครัวก็ต้องยิ่งเพิ่มความขยันอีกหลายเท่า เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวได้มีอาหารตกถึงท้องครบทุกคน

มนุษย์แต่ละคนไม่มีเวลาเพียงพอที่จะคบคนได้ทั้ง 8 พันล้านคน 

จึงจำเป็นต้องเลือกคบ 

ยิ่งจะนำมาเป็นสมาชิกในครอบครัว จะเลือกมาเป็นคู่ชีวิต ที่จะต้องทำมาหากินร่วมกัน มีความรับผิดชอบร่วมกัน อิ่มและอดด้วยกัน 

ต้องยิ่งละเอียดในการเลือก.

"ชีวิตเราไม่ได้ยืนยาวพอที่จะอยู่อย่างอดทน"

"ชีวิตเราไม่ได้ยืนยาวพอที่จะอยู่อย่างอดทน"

10 วิธีคิด หันกลับมาใช้เวลาเพื่อตัวเอง เพราะ "ชีวิตเราไม่ได้ยืนยาวพอที่จะอยู่อย่างอดทน"

1. การเห็นคุณค่าในตัวเอง คือการที่สามารถคิดว่า "ต่อให้ไม่มีอะไร แต่ก็ยังมีเรา ก็พอแล้ว" ได้

2. "เส้นแบ่งระหว่างตัวเรากับคนอื่น" ที่ไม่ชัดเจน คือบ่อเกิดของความทุกข์ เราต้องรู้ว่าคนนี้เราให้ได้เท่าไหร่ และรับได้เท่าไหร่ ไม่ใช่อะไร ๆ ก็ได้หมด

3. อยู่ให้ห่างจาก "คนที่ชอบตัดสิน" โดยเฉพาะช่วงเวลาที่อ่อนแอ 

4. "สังคมนี้มีคนจ้องจะฉวยโอกาส" จากความตั้งอกตั้งใจและความเป็นคนดีอยู่เสมอ หากรู้สึกว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่ไม่เป็นธรรม หยุดเลย อย่าเป็นคนดีกับคนไม่ดี

5. ไม่เสียเวลาไปกับ "ความรู้สึกผิดต่อผู้อื่น" เพราะความรู้สึกผิด คือความรู้สึกที่เกิดจากการเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง รู้สึกผิดได้ แต่ต้องรู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อ หากถูกครอบงำมากเกินไป จะทำให้การจัดการควรมรู้สึกยุ่งยากขึ้น

6. ชีวิตเป็นสิ่งที่จะ "พลาด" บ้างก็ได้ เพราะบางครั้งมันก็เป็นได้ทั้งความสนุก และบทเรียน แต่ทั้งหมดคือประสบการณ์ เวลาจะทำอะไรเผื่อพื้นที่ไว้พลาดบ้างก็ได้ จะได้รู้ช่องโหว่มากขึ้น

7. ชีวิตที่ "อยู่ง่าย" ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับการแข่งขันหรือความสามารถ เพราะคุณค่าของมนุษย์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชัยชนะหรือการเป็นที่ยอมรับของคนอื่น ยิ่งห่างการแข่งขันเท่าไหร่ ชีวิตจะยิ่งมีความสุข

8. ก้าวแรกของความสุข คือการ "ยอมรับตัวเอง" อย่างซื่อตรง เพราะเราต้องใช้ชีวิตในเรื่องราวที่เรายอมรับได้ ไม่ใช่เรื่องราวที่คนอื่นยอมรับ

9. ออกจากสังคมที่มีแต่ "ชีวิตดี ๆ ของคนอื่น" เพื่อลดการตั้งคำถามกับชีวิตตัวเอง 

10. ความอดทนเป็นสิ่งที่ดี แต่ควรใช้ก็ต่อเมื่อเป็นการ "อดทนในระยะสั้นเพื่อผลลัพธ์ระยะยาว" เท่านั้น นั้นคือการแลกเปลี่ยนที่คุ้ม
_

หนังสือ: ชีวิตเราไม่ได้ยืนยาวพอที่จะอยู่อย่างอดทน
ผู้เขียน: ซูซูกิ ยูซึเกะ
ผู้แปล: ชลฎา เจริญวิริยะกุล
สำนักพิมพ์: สำนักพิมพ์วีเลิร์น

#จากหนังสือสู่จักรวาล

วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

About Time ความสัมพันธ์ระหว่าง 'เวลา' และ 'ชีวิต'


หัวใจสำคัญของ About Time (2013) ก็คือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง 'เวลา' และ 'ชีวิต' ที่เกี่ยวเนื่องกันอย่างปฏิเสธไม่ได้ มันพาเราไปดูแฟนตาซีของมนุษย์ว่าจะเป็นยังไงหากเราสามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขทุกสิ่งที่ให้ออกมาดีพร้อม ทำให้ทุกความผิดพลาดไม่มีอยู่จริง แต่สุดท้ายเขาก็พบว่าชีวิตแบบนั้นอาจไม่ใช่สิ่งที่ต้องการที่สุด ชีวิตที่มัวแต่แก้ไขเรื่องพลาดพลั้งจนพลาดโอกาสที่จะลิ้มรสช่วงเวลาอันมีค่า หรือกระทั่งความผิดหวังที่หล่อหลอมให้เราเข้าใจโลก มันเป็นหนังที่ทำให้เราตระหนักถึงความสำคัญของเวลา ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยเฉพาะ ณ ตอนนี้ที่ยังดำรงอยู่ เราทุกคนต่างล้วนเป็น 'นักท่องเวลา' ที่ผ่านเรื่องราวเหตุการณ์มากมายในแต่ละวัน สิ่งที่เราทำได้คือเก็บเกี่ยว และมีความสุขกับมันที่สุด โดยเฉพาะกับคนที่เรารัก และรักเรา

#Kaninthemovie

"ทำอย่างไรไว้ย่อมได้สิ่งนั้น"



"ทำอย่างไรไว้ย่อมได้สิ่งนั้น"

นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นใน ค.ศ. ๑๘๙๒ ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา นักเรียนหนุ่มวัย ๑๘ ปีผู้หนึ่ง ต้องดิ้นรนหาเงินมาชำระค่าเทอมที่มหาวิทยาลัย เขาเป็นเด็กกำพร้า ไม่ทราบว่าจะหันหน้าไปทางไหนเพื่อหาเงินมาเป็นค่าเล่าเรียน แต่แล้วก็เกิดความคิดที่สดใส เขากับเพื่อนคนหนึ่งตัดสินใจว่าจะจัดงานคอนเสิร์ตดนตรีขึ้นในมหาวิทยาลัยเพื่อหาเงินมาเป็นทุนการศึกษา

พวกเขาไปเชิญนักเปียโนผู้มีชื่อเสียงให้มาเป็นผู้เปิดการแสดงคอนเสิร์ต นักเปียโนท่านนั้นชื่อ อิกนาซี เจ ปาดีริวสกี ผู้จัดการของคุณปาดีริวสกีเรียกร้องค่าจัดการแสดง ๒,๐๐๐ ดอลลาร์ ทั้งสองฝ่ายตกลงทำสัญญากัน

...แต่สวรรค์ช่างไม่ปราณี หนุ่มน้อยทั้งสองขายบัตรได้ไม่มากพอ เมื่อรวบรวมเงินที่ขายบัตรทั้งหมดแล้วได้เงินมาเพียง ๑,๖๐๐ ดอลลาร์ ภายหลังการแสดงจบสิ้นลง พวกเขาไปหาปาดีริวสกี ชี้แจงความจริงให้ทราบ พวกเขายกเงินที่ขายบัตรได้หมดให้ปาดีริวสกี พร้อมเช็คอีก ๑ ใบ เป็นเงิน ๔๐๐ ดอลลาร์ และสัญญาว่าจะหาเงินเข้าบัญชีให้เร็วที่สุด

ปาดีริวสกีกล่าวว่า “นี่เป็นเรื่องที่ผมยอมรับไม่ได้นะครับ” เขาฉีกเช็คใบนั้นแล้วคืนเงิน ๑,๖๐๐ เหรียญให้หนุ่มน้อยทั้งสอง
“พวกคุณหักค่าใช้จ่ายในการจัดการแสดงให้ครบถ้วน แล้วเก็บเงินจำนวนที่คุณต้องจ่ายค่าเทอมเอาไว้ เหลือเงินเท่าไร คุณค่อยมอบให้ผมนะครับ”

แม้มันจะเป็นความเมตตาเพียงเล็กน้อย แต่การกระทำของปาดีริวสกีก็เป็นเครื่องบ่งชี้ได้ว่า เขาเป็นคนดีเลิศ มีจิตใจที่เปี่ยมเมตตา ...เราทุกคนคงเคยเจอสถานการณ์เช่นนี้มาบ้างแล้วในชีวิตจริง และส่วนใหญ่ พวกเราจะคิดกันว่า “ถ้าเราช่วยเขาแล้ว เราจะได้อะไรบ้างเล่า” แต่คนดีนั้นจะคิดว่า “ถ้าเราไม่ช่วยเขาแล้ว พวกเขาจะเป็นอย่างไร” พวกเขาให้ความช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่คาดหวังสิ่งตอบแทน พวกเขาทำไปเพราะรู้สึกสมควรว่าต้องทำเช่นนั้น

ต่อมา ปาดีริวสกีกลายเป็นนายกรัฐมนตรีโปแลนด์ ในสงครามโลกครั้งที่ ๑ ประชากรโปแลนด์อดอยากและหิวโหย รัฐบาลไม่มีเงินพอจะซื้ออาหารมาเลี้ยงดูประชาชน ปาดีริวสกีตัดสินใจร้องขอความช่วยเหลือไปยังองค์การอาหารเพื่อการบรรเทาทุกข์แห่งสหรัฐอเมริกา หัวหน้าองค์การนี้ชื่อ เฮอร์เบิร์ต ฮูเวอร์ ซึ่งต่อมากลายเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ฮูเวอร์ส่งเรือบรรทุกอาหารไปยังโปแลนด์ พลิกสถานการณ์ภัยพิบัติได้ในเวลาอันสั้น

ปาดีริวสกีตัดสินใจเดินทางไปสหรัฐฯเพื่อขอบคุณฮูเวอร์ด้วยตนเอง เมื่อเขาเริ่มกล่าวคำขอบคุณ ฮูเวอร์ก็ตัดบทเขาโดยกล่าวว่า “ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านไม่ควรต้องขอบคุณผมเลยนะครับ ท่านอาจจำเรื่องราวไม่ได้แล้ว แต่หลายปีก่อน ท่านได้ช่วยนักเรียนหนุ่มสองคนให้ได้เรียนมหาวิทยาลัย ผมเป็นหนึ่งในสองคนนั้นครับ”

โลกนี้ช่างน่าอัศจรรย์ ทำอย่างไรไว้ย่อมได้สิ่งนั้นกลับคืน กงกรรมกงเกวียนเกิดขึ้นอยู่เสมอ

ข้อมูลจากคอลัมน์ “ฝากใจไว้ที่นี่” โดย “น้ำผึ้งป่า” ในนิตยสารสกุลไทย ฉบับ ๓๒๑๓ และติดตามอ่านบทสัมภาษณ์และบทความดีๆได้ที่เว็บไซต์

วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

Forrest Gump กับความรู้สึกที่อบอุ่น


ได้ยินคำพูดนี้แล้วก็ทำให้นึกไปถึงหนังเรื่อง Forrest Gump ขึ้นมา 

ถึงกัมพ์จะไม่ใช่คนฉลาด แต่จิตใจที่ดีงามก็เป็นเหมือน ‘เข็มทิศ’ ที่นำพาชีวิตของกัมพ์ไปพบกับสิ่งดีๆ มากมาย และมันยังช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนรอบตัวให้ดีขึ้น

‘สติปัญญา’ ที่ล้ำเลิศอาจจะช่วยให้เราคิดอะไรได้อย่างปราดเปรื่อง แต่สิ่งที่อาจจะสำคัญยิ่งกว่าก็คือ ‘ทัศนคติ’ ที่เรามีต่อชีวิตและผู้คนรอบตัว

การมองเห็นสิ่งที่ดีในตัวผู้คน ให้อภัยในวันที่เขาผิดพลาด ไม่จดจำเรื่องแย่ๆ ที่ผ่านไปแล้ว และการทำทุกอย่างด้วยความมุ่งมั่นคือคุณสมบัติสำคัญที่ทำให้กัมพ์มีชีวิตที่งดงามเหมือนขนนกที่ล่องลอยไปตามสายลม 

ดูหนังเรื่องนี้แล้วก็ทำให้คิดได้ว่า บางวันที่ชีวิตดูจะหนักเกินไป มันอาจจะเกิดจากการที่ตัวเราเองไม่ยอมปล่อยวางเรื่องราวในอดีตที่ผ่านไปแล้ว หรือการที่เรามองเห็นแต่ด้านแย่ๆ ของผู้คนรอบตัวเรามากเกินไปก็ได้  

บางทีเราก็ลืมไปว่าไม่มีใครในโลกนี้ที่สมบูรณ์แบบ คนทุกคนต่างก็เคยทำผิดพลาดมาด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นตัวเราเองหรือผู้คนที่อยู่รอบตัวเราก็ตาม และเราก็ต้องเรียนรู้ที่จะให้อภัยทั้งตัวเขาและตัวเราเอง 

ความผิดพลาดในอดีตก็คือบทเรียนที่ช่วยให้เราทำวันพรุ่งนี้ให้ดีขึ้นได้ ขอเพียงแค่เรายังคงมีความหวังในชีวิต ขอแค่เรายังไม่หมดหวังในผู้คนที่อยู่รอบตัวเรา บางที ความสุขที่เราตามหามันอาจจะไม่ได้อยู่ไกลตัวอย่างที่คิด 

=======================

“Always have eyes that see the best, a heart that forgive the worst, a mind that forget the bad, and a soul that never lose hope.” - Unknow

อโหสิกรรมนั้นไม่ได้เปลี่ยนอดีตแต่เปลี่ยนปัจจุบันและอนาคตเปลี่ยนตัวเราเอง...ไปตลอดกาล

อโหสิกรรมนั้นไม่ได้เปลี่ยนอดีต
แต่เปลี่ยนปัจจุบันและอนาคต
เปลี่ยนตัวเราเอง...ไปตลอดกาล

กรรมนั้นเกิดขึ้นแล้ว ผลของกรรมย่อมตอบสนองผู้สร้างกรรมนั้น
หากเราให้อภัย ยกโทษให้อโหสิกรรมแล้ว
เราได้ปลดปล่อยความแค้น ความเจ็บปวดที่อยู่ในใจเรา

เกิดทั้งบุญใหญ่ เกิดทั้งพลังฝ่ายดี
พาเราเดินหน้าได้ไปพบสิ่งที่ดีงาม 
หากเราไม่ปล่อยมือแล้วเราจะเอามือที่ไหน
ไปสร้างสิ่งดีๆ ในชีวิต
หากเราไม่ขจัดความมืดดำในใจ
แล้วใจจะสว่าง จิตจะผ่องใสได้อย่างไร

คนที่ให้อภัยไม่ได้ ให้อโหสิกรรมไม่ได้
มักจะมีข้อหนึ่งในใจว่า ยกโทษให้อภัยแล้ว
คนที่ทำกับเราก็จะไม่ได้รับโทษที่ทำมานะสิ

ไม่ใช่แบบนั้น....

คนที่สร้างกรรมไว้กับเรา เขาก็ต้องได้รับผลกรรมนั้น
ไม่มีใครหนีผลกรรมที่ทำไปได้...

เรามาเปลี่ยนตัวเอง มาเปลี่ยนปัจจุบัน  เปลี่ยนอนาคต
ด้วยการให้อโหสิกรรมเทอญ

วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

NAZA พบหลุมดำที่ใกล้โลกที่สุด

Gaia BH1

ในจักรวาลมีเทหวัตถุที่น่าสนใจมากมาย หนึ่งในนั้นคือ ‘หลุมดำ’ เทหวัตถุทรงพลังที่แม้แต่แสงก็หนีออกมาจากแรงโน้มถ่วงอันมหาศาลของมันไม่ได้

 

ล่าสุดทีมงานของ ดร.คารีม เอล-บาดรี จากศูนย์ดาราศาสตร์ฟิสิกส์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและสมิธโซเนียน ได้ประกาศการค้นพบหลุมดำชนิดมวลดาวฤกษ์ที่มีตำแหน่งอยู่ใกล้โลกมากที่สุด ทำลายสถิติของทุกหลุมนับจากอดีตที่ผ่านมา

 

หลุมดำใกล้โลกที่พบนี้มีชื่อว่า ‘Gaia BH1’ มีมวล 9.62 เท่าของมวลดวงอาทิตย์ ตั้งอยู่ในระบบดาวคู่ หรือ Binary Star ห่างจากโลกเราออกไปประมาณ 1,565 ปีแสง หรือ 480 พาร์เซก ในทิศทางของกลุ่มดาวคนแบกงู (Ophiuchus)

 

ระบบดาวคู่คือระบบดาวที่พบเจอได้ทั่วไป ที่ปกติแล้วจะประกอบขึ้นด้วยดาวฤกษ์ธรรมดา 2 ดวงโคจรรอบกันและกัน แต่ในบางครั้ง ดาวฤกษ์ 1 ใน 2 ดวงก็อาจเป็นดาวฤกษ์ที่ไม่ธรรมดา เช่น ดาวนิวตรอน ดาวแคระขาว ดาวยักษ์แดง ดาวแมกนีทาร์ หรืออื่นๆ ก็ได้ และในบางกรณี อย่างเช่นกรณีที่มีการค้นพบในครั้งนี้ ก็จะเป็นระบบดาวคู่ที่มีดาวดวงหนึ่งเป็นดาวฤกษ์ธรรมดา ส่วนคู่ของมันกลับเป็น ‘หลุมดำ’ ซึ่งถือว่าพบเจอได้ไม่บ่อย

 

ดร.คารีม เอล-บาดรี เปรียบเทียบให้เห็นภาพของระบบดาวคู่นี้โดยให้เราลองนึกถึงภาพที่คุ้นตาตามหนังสือ นั่นคือภาพโลกของเราโคจรรอบดวงอาทิตย์ แต่เปลี่ยนดวงอาทิตย์ที่อยู่ตรงกลางเป็นหลุมดำ และเปลี่ยนโลกเราเป็นดาวฤกษ์ดวงนั้นที่โคจรด้วยระยะห่างพอๆ กัน ก็จะกลายมาเป็นระบบดาวคู่ที่มีหลุมดำ Gaia BH1 นี้ตั้งอยู่

 

หลุมดำเป็นวัตถุที่มองไม่เห็น ทำให้สังเกตได้ยาก แต่หากมันสูบเอามวลสารของดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้เคียงเข้าไป ก็จะเกิดเป็น ‘จานพอกพูนมวล’ (Accretion Disk) ซึ่งเป็นกลุ่มฝุ่นแก๊สร้อนที่มีความสว่างสูง โคจรหมุนวนไปรอบตัวหลุมดำนั้นๆ จนทำให้สังเกตเห็นได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะแสงในย่านรังสีเอ็กซ์ ซึ่งก็ไม่ได้เป็นแบบนี้ในทุกหลุมดำ โดยเฉพาะหลุมดำมวลดาวฤกษ์ที่มีมวลค่อนข้างน้อยหรือมีระยะห่างจากดาวฤกษ์อื่นจนขั้นตอนการดูดกลืนมวลสารไม่เกิดขึ้น หลุมดำดังกล่าวก็จะกลายเป็นจุดมืดสนิทจนต้องใช้วิธีการอื่นในการสังเกตแทน หากเป็นหลุมดำแบบโดดเดี่ยว ก็อาจใช้วิธีสังเกตด้วยเทคนิคเลนส์ความโน้มถ่วง เป็นต้น

 

โชคดีที่ดาวฤกษ์ในระบบดาวคู่ที่หลุมดำ Gaia BH1 ตั้งอยู่นี้ เป็นดาวฤกษ์ชนิดสเปกตรัม G คล้ายดวงอาทิตย์ของเรา ดาวดวงนี้มีผิวดาวที่มีอุณหภูมิค่อนข้างต่ำ นั่นคือ 5,850 เคลวิน และหมุนรอบตัวเองค่อนข้างช้า ทำให้ทีมงานของ ดร.คารีม เลือกวิธีสังเกตหลุมดำนี้โดยใช้ข้อมูลที่แม่นยำจากยานอวกาศในภารกิจ Gaia ที่ทำให้ทีมงานสามารถตรวจพบค่าความผิดปกติของแสงดาวฤกษ์จนยืนยันแหล่งที่มาของแรงโน้มถ่วงที่มองไม่เห็นนี้ได้อย่างไม่ยากเย็น

 

ทีมงานยังใช้เครื่องมือ Gemini Multi-Object Spectrograph Instrument ที่ติดตั้งอยู่ที่หอดูดาวเจมินายนอร์ธบนเกาะฮาวาย เพื่อวัดความเร็วในการโคจรไปรอบหลุมดำของดาวฤกษ์เป้าหมาย จนได้ค่าออกมาอย่างแม่นยำ นั่นคือดาวฤกษ์ในระบบดาวคู่นี้จะโคจรไปรอบหลุมดำ Gaia BH1 ครบหนึ่งรอบในทุก 185.6 วัน และข้อมูลที่ได้จากหอดูดาวก็ยืนยันมวลของหลุมดำตามที่กล่าวไว้ข้างต้นด้วย

 




“ตอนที่เราแน่ใจว่าเราพบหลุมดำที่ใกล้โลกที่สุดในครั้งนี้ เรามีเวลาแค่สัปดาห์เดียวที่จะรีบทำงานในจังหวะที่หลุมดำและคู่ดาวฤกษ์ของมันอยู่ในช่วงวันที่โคจรเข้าใกล้กันที่สุด ซึ่งเป็นช่วงที่ค่าต่างๆ จะวัดออกมาได้เที่ยงตรงที่สุดด้วย” ดร.คารีม เอล-บาดรี กล่าว

 

สำหรับความกังวลเรื่องอันตรายของหลุมดำใกล้โลกนั้นขอให้สบายใจได้ หลุมดำที่ระยะห่างถึงเกือบ 1,600 ปีแสง ดังที่พบในครั้งนี้ ไม่อาจส่งผลต่อระบบสุริยะของเราแม้แต่น้อย

วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

จงเร่งพัฒนาตัวเอง มากกว่าการพิสูจน์ตนเองให้คนอื่นได้เห็น


Sweet Bean คือหนังที่เล่าถึง เซ็นทาโร่ ผู้จัดการร้านขนมโดรายากิที่พบกับจุดเปลี่ยนในชีวิตในวันที่เขาได้มาพบกับ โทคุเอะ หญิงชราที่มาขอทำงานที่ร้าน

โทคุเอะวิจารณ์โดรายิกิของร้านอย่างตรงไปตรงมาว่าแป้งแพนเค้กที่เซ็นทาโร่ทำนั้นถือว่าใช้ได้ แต่มีปัญหาอยู่ที่ไส้ถั่วแดงซึ่งเป็นถั่วแดงหวานสำเร็จรูป และเธอก็ค่อยๆ สอนวิธีการทำไส้ถั่วแดงที่ละเอียดอ่อนให้เซ็นทาโร่ได้เข้าใจ 

Sweet Bean คือเรื่องราวของคนชายขอบที่ไม่ได้รับการเห็นคุณค่าจากสังคม และการทำขนมโดรยากิก็คือหนทางที่ช่วยให้พวกเขาได้ค้นพบคุณค่าในตัวเองอีกครั้ง  

แม้ว่าการทำขนมโดรายากิจะไม่ใช่สิ่งที่ยิ่งใหญ่ และมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ผู้คนหันมาสนใจหรือยอมรับพวกเขา แต่มันก็ทำให้เซ็นทาโร่และโทคุเอะได้ค้นพบความสุขสงบจากภายใน มันคือความสุขจากการได้พัฒนาโดรายากิของพวกเขาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ  

ดูหนังเรื่องนี้แล้วก็ทำให้นึกไปถึงคำพูดที่ว่า จงโฟกัสไปที่การพัฒนาตัวเอง ไม่ใช่การพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนได้เห็น 

หลายครั้งความทุกข์ของคนเราก็เกิดจากการแสวงหาการยอมรับจากคนอื่น ซึ่งบางครั้ง มันก็อาจจะจบลงด้วยความผิดหวังเมื่อสิ่งต่างๆ ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ใจเราคิด 

ความสุขที่เกิดขึ้นจากภายในย่อมดีกว่าความสุขที่เกิดขึ้นจากภายนอก เพราะความสุขภายนอกนั้นเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ แต่ความสุขที่เกิดขึ้นจากภายในนั้นคือความสุขที่เราเป็นผู้นิยามด้วยตัวเอง และมันก็คือความสุขที่ไม่มีใครพรากมันไปจากเราได้ 

=======================

“Focus on improving yourself, not proving yourself.” - Unknown

อบายภูมิ 4


อบายภูมิ 4

 

   อบายภูมิ คือ ภูมิกำเนิดที่ปราศจากความเจริญ เป็นสถานที่ที่สัตว์ไปเกิดแล้วไม่มีโอกาสกระทำ
กุศลกรรมหรือความดีเลยแม้แต่น้อย เป็นภูมิที่ต่ำที่สุดในบรรดาภูมิทั้งหมด อบายภูมิมีทั้งหมด 4 ภูมิ ได้แก่นิรยภูมิ เปตติวิ ยภูมิ อสุรกายภูมิ และติรัจฉานภูมิ
1. นิรยภูมิ
นิรยภูมิ หรือ โลกนรก คือ โลกที่ไม่มีความสุข บาย เป็นโลกที่เต็มไปด้วยความทุกข์ล้วนๆ
ปราศจากความสุขโดยสิ้นเชิงสัตว์ที่ไปเกิดอยู่ในโลกนรกนี้ไม่มีความสุขแม้สักนิดหนึ่งเลย โลกนรกนี้มี
อาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลมาก แบ่งเป็นเขตๆ ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง เรียกว่า "ขุม"สัตว์นรกที่บังเกิดขึ้น
ในแต่ละขุม จะได้รับทุกขเวทนาแตกต่างกัน แล้วแต่อกุศลกรรมที่ตัวเคยกระทำไว้ ในนิรยภูมินี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่ มหานรก อุ ทนรก และยมโลก

หากถามว่ารู้จัก “อบายภูมิ ๔” หรือไม่ เชื่อว่าหลายคนคงไม่รู้จักว่าคืออะไร แต่หากพูดถึง “นรก สัตว์ดิรัจฉาน เปรต อสุรกาย” ก็คงจะบอก ว่ารู้จักดี เพราะเคยได้ยินกันบ่อยๆ ซึ่งจริงๆแล้ว อบายภูมิ ๔ ก็คือ นรก สัตว์ ดิรัจฉาน เปรต อสุรกาย นั่นเอง เกี่ยวกับเรื่องนี้ปัญญา ใช้บางยาง


ได้อธิบายไว้ในหนังสือธรรมาธิบาย เล่ม ๒ ว่า
อบายภูมิ ๔ หมายถึง ภาวะหรือที่อันปราศจากความเจริญ มี ๔ แห่ง คือ
๑. นิรยะ - นรก, สภาวะหรือที่อันไม่มีความสุขความเจริญ, ภาวะเร่าร้อนกระวนกระวาย
๒. ติรัจฉานโยนิ - กำเนิดดิรัจฉาน, พวกมืดมัวโง่เขลา
๓. ปิตติวิสัย - แดนเปรต, ภูมิแห่งผู้หิวกระหายไร้สุข

๔. อสุรกาย - พวกอสูร, พวกหวาดหวั่นไร้ความรื่นเริง

นรกภูมิ
ลักษณะและชีวิตของสัตว์นรกพอประมวลให้เห็นได้ ดังนี้

“ผู้ทำกรรมหยาบ(อกุศลกรรม)ย่อมเข้าถึงสถานที่อันนายนิรยบาลนำขอเหล็ก มา ย่อมเข้าถึงหลาวเหล็กอันคมกริบ และย่อมเข้าถึงก้อนเหล็กแดงโชติช่วง เป็นอาหารอันสมควรแก่กรรมที่ตนทำไว้อย่างนั้น นายนิรยบาลทั้งหลายเมื่อพูดก็พูด ไม่ไพเราะ สัตว์นรกจะวิ่งหนีก็ไม่ได้ ไม่มีที่ต้านทานเลย...มีภูเขาถ่านเพลิง...มีโรรุวนรกที่มืดทึบ...มีหม้อเหล็กไฟลุกโพลงลอยฟ่องอยู่ตลอดเวลา...มีกะทะหมู่หนอนคอยกินเนื้อ...มีป่าไม้ใบเป็นดาบ...มีแม่น้ำด่างมีมีดคมกริบอยู่ใต้น้ำ...มีสุนัขดำ สุนัขด่าง และสุนัขจิ้งจอก ฝูงกาดำ แร้ง นกตะกรุม คอยรุมจิกกิน”
นรกประกอบไปด้วยมหานรก ๘ ขุม และอุสสทนรก ๑๖ ขุม

เปตภูมิ
ลักษณะและชีวิตของเปรตพอประมวลให้เห็นได้ ดังนี้
“ในเปตวิสัยนั้นไม่มีกสิกรรม การทำไร่ทำนา ไม่มีโครักขกรรม การเลี้ยงโค การค้าขายด้วยเงินก็ไม่มี ผู้ทำกาลกิริยาละไปแล้ว ย่อมยังอัตภาพให้เป็นไปใน เปตวิสัยนั้น ด้วยทานที่ญาติให้แล้วจากมนุษยโลกนี้”
เปรตไม่มีภูมิของตนเอง แต่อยู่ร่วมโลกมนุษย์นี้ เพราะมีภิกษุเป็นอันมากพบ เห็น เช่น พระโมคคัลลานะ เป็นต้น “ฝูงเปรตพากันมายังเรือน(ที่ตนเคยอยู่)ของตน ยืนอยู่นอกชานเรือนบ้าง ทาง ๔ แพร่งบ้าง...ชุมนุมกันในที่ให้ทานนั้นแล้ว ย่อมอนุโมทนาโดยเคารพ”
เปรตมีความหิวกระหายอยู่เป็นนิตย์ มีรูปร่างหน้าตาต่างๆกัน เช่น ร่างกายมี สีเหมือนทองคำ แต่หน้าเหมือนสุกร, ผิวพรรณงดงาม ยืนกลางอากาศ มีกลิ่นปาก เหม็นมาก, ซูบผอมมีแต่ซี่โครง เปลือยกาย ร่างเต็มไปด้วยเส้นเอ็น เป็นต้น
บางพวกมีหนวดและผมยาวหน้าดำ มีอวัยวะใหญ่น้อยหย่อนยาน ผอมหยาบ ดำ เสมือนต้นตาลถูกไฟป่าไหม้ยืนต้นอยู่, บางพวกมีเรือนร่างถูกเปลวไฟที่ตั้งขึ้น จากท้องแลบออกจากปาก เพราะความกระหายแผดเผาอยู่, บางพวกไม่ได้รสอื่น นอกจากรสแห่งความหิวกระหาย แม้ได้ข้าวน้ำก็กินไม่ได้เต็มที่ เพราะมีหลอดคอ เล็กขนาดเท่ารูเข็ม และมีท้องใหญ่ดังภูเขา, บางพวกมีเรือนร่างไม่น่าดู แปลกประหลาด น่าสะพรึงกลัว กินน้ำเลือดน้ำหนองเป็นต้น ของกันและกันแก้กระหาย

ดิรัจฉานภูมิ
สัตว์ดิรัจฉานมักจะอาศัยอยู่ในมนุษยภูมิเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีภูมิที่อยู่ของตน เหมือนกัน เช่น พญานาคในนาคพิภพ สุนัขในนรก หรือครุฑในครุฑพิภพ เป็นต้น
สัตว์ดิรัจฉานแบ่งได้หลายประเภท เช่น แบ่งตามจำนวนเท้า คือ สองเท้า สี่เท้า เท้ามาก และไม่มีเท้า หรือแบ่งตามอาหาร เช่น สัตว์กินพืช กินคูถ และกินเนื้อ หรือแบ่งตามที่เกิด เช่น เกิดในที่มืด เกิดในน้ำ และเกิดในที่โสโครก เป็นต้น

อสูรกายภูมิ
ภูมิอสูรมีขนาดประมาณหมืนโยชน์ ตั้งอยู่ภายใต้ภูเขาสิเนรุ ศูนย์กลางชื่ออสุรนคร มีต้นแคฝอยใหญ่(จิตปาฏลิ)อยู่ภายในนคร



วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

ทฤษฎีอิฐวันละก้อนของ Will Smith



ทฤษฎีอิฐวันละก้อนของ Will Smith

Will Smith คือนักแสดง Hollywood ที่ฝากผลงานไว้กับหนังอย่าง Men in Black และ The Pursuit of Happyness*

สมัยที่วิลยังเด็ก พ่อของวิลมีร้านเบเกอรี่ และด้านนอกของร้านก็มีกำแพงตั้งอยู่

อยู่มาวันหนึ่ง พ่อเกิดอยากได้กำแพงใหม่ เลยทุบกำแพงเดิมทิ้ง และบอกวิลกับน้องชายว่าให้ทั้งสองคนก่อกำแพงขึ้นมาใหม่

วิลประท้วงพ่อว่าจะไปทำได้ยังไง พวกเขายังเด็กอยู่เลย แต่พ่อก็ยังยืนกราน วิลกับน้องก็เลยต้องจำใจ

ทุกวันหลังเลิกเรียน วิลและน้องชายจะไปที่ร้านเบเกอรี่เพื่อก่อกำแพง ผสมปูนและก่ออิฐทีละก้อน จนกำแพงค่อยๆ สูงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

หลังจากผ่านไปหนึ่งปีครึ่ง พวกเขาก็วางอิฐก้อนสุดท้าย

พ่อเดินออกมาจากร้านเบเกอรี่ ยืนมองกำแพงที่เสร็จสมบูรณ์ ก่อนจะหันมาพูดกับวิลว่า

“จากนี้ไป อย่ามาบอกพ่ออีกนะว่าแกทำอะไรไม่ได้” (Don’t ever tell me you can’t do something again) แล้วพ่อก็เดินเข้าร้านไป

วิลยังจดจำเหตุการณ์ครั้งนั้นได้แม้จะผ่านมาหลายสิบปี

“ผมได้เรียนรู้ว่า เราไม่ควรตั้งเป้าว่าจะสร้างกำแพง เราไม่ควรเริ่มด้วยการบอกตัวเองว่า ‘ฉันจะสร้างกำแพงที่เยี่ยมยุทธ์ที่สุดเท่าที่โลกนี้เคยมีมา’

เราก็แค่บอกตัวเองว่า ‘ฉันจะวางอิฐก้อนนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะวางได้’ ถ้าเราทำอย่างนี้ทุกวัน ไม่นานเราก็จะก่อกำแพงได้สำเร็จ”

ชีวิตก็เป็นเช่นนั้น อย่าไปเริ่มต้นด้วยการบอกว่า “ฉันจะเป็นคนที่เยี่ยมยุทธ์ที่สุด” เพราะมันโอเว่อร์และจริงจังเกินไป

การมีภาพตอนจบไว้ในใจไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่จงเริ่มต้นด้วยการบอกตัวเองว่า “วันนี้ฉันจะวางอิฐหนึ่งก้อนให้ดีที่สุดเท่าที่ฉันจะวางได้”

อิฐก้อนนั้นจะเป็นอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ ธุรกิจ นิสัย หรือความสัมพันธ์

ลองสำรวจดูว่ามีด้านไหนของชีวิตที่เราอยากปรับปรุงมากที่สุด แล้วก็เริ่มวางอิฐก้อนแรก

ถ้าเป็นเรื่องสุขภาพ ก็จงออกไปวิ่งเป็นครั้งแรก ถ้าเป็นเรื่องความคิดความอ่าน ก็จงเปิดอ่านหนังสือหน้าแรก

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ก็ขอให้มันเป็นเรื่องเล็กๆ ที่ทำสำเร็จได้โดยไม่ยากเย็นเกินไปนัก

แล้วพรุ่งนี้ เราค่อยกลับมาวางอิฐก้อนที่สอง

และวันถัดไป เราก็วางอิฐก้อนที่สาม

ถ้าทำอย่างนี้ได้วันแล้ววันเล่า เราก็จะกลายเป็นคนที่เยี่ยมยุทธ์ที่สุดในแบบของเราได้อย่างแน่นอน

-----

* “The Pursuit of Happyness” ชื่อหนังตั้งใจเขียนว่า Happyness แทนที่จะเป็น Happiness

ขอบคุณเนื้อหาจาก Quora: John Michael Domingo’s answer to How do you make yourself a better person?

https://anontawong.com/2022/01/10/one-brick/

📝สถาบันสอนอสังหา FDA
Add line 👉 https://lin.ee/jnbGYDw
www.futuredeveloperacademy.com
หรือโทร : 0613739892

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

มุมมองของการก้าวสู่วันใหม่

จงเติบโต จากความผิดพลาด 
จงเฉลียวฉลาด จากความผิดหวัง 
จงเมตตา กับความรู้สึกที่เกลียดชัง 
การเป็น "คนดี" ที่ไม่ได้โด่งดัง ยังดีกว่า 
การเป็น "คนดัง" ในทางที่ไม่ดี.!!

ครับขอสวัสดีและส่งความสุขไปยังเพื่อนพ้องน้องพี่ผู้ที่น่ารักทุกท่านนะครับ

เสือ ควาย หมา




เสือ-หมา-ควาย

ถ้าใช้ เสือ ทำงาน
ต้องให้เขามีพื้นที่
แล้วปล่อยไปล่าเหยื่อมาให้
ไม่ต้องบังคับ
ไม่ต้องกำหนดวิธี
เพราะพวกเขาคือนักล่า

ถ้าใช้ ควาย ทำงาน
ต้องให้หญ้าเขาให้พอ
ต้องบังคับแล้วใช้ไถนา
พวกเขาอืด แต่ต้องจูง

ถ้าใช้ หมา ทำงาน
ต้องให้อาหาร
ให้ความสนิทสนม
ให้เห่าและเฝ้าบ้าน
พวกเขา ภักดี ประจบ
และจับผิดเก่ง

คนไม่เข้าใจ
จะใช้เสือเยี่ยงควาย
จะใช้ควายเยี่ยงหมา
จะใช้หมาเยี่ยงเสือ

เสือไม่เลียปากนาย
ไม่ประจบ และไม่ไถนา

ควายไม่เฝ้าบ้าน
ไม่ล่าเหยื่อ และไม่ประจบ

หมาไม่ไถนา ไม่ล่าเหยื่อ
แต่ชอบเลียปากนาย

เสือส่วนมากเมื่อเติบโต
มักจะเป็นนายคน
หรือเจ้าของกิจการ
เพราะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง

ควายส่วนมากไม่เติบโต
เพราะไม่คิดนอกกรอบ
และไม่สร้างสรรค์
และมักจะถูกหมาดูหมิ่น
และหลอกใช้

หมาส่วนมากเติบโตในองค์กร
แต่ไม่สามารถ
สร้างอาณาจักร
ของตัวเองได้
ต้องพึ่งเสือและควาย
ในการเติบโต

เสือที่ฉลาด
และมองการไกล
จะเอาควายไปด้วย
แต่ถ้าเป็นเสือบ้าอำนาจ
มักจะเอาหมาไปด้วย

ชอบส่วนตัว เอาไว้เตือนตัวเอง
และเอาไปปรับใช้ เราจะเป็นอะไรดี

สังคโยชน์

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ เคมบริ...