วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565

“ถ้าผมไม่สามารถคิดเป็นภาพ แสดงว่าผมยังไม่เข้าใจมัน” อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์


“ถ้าผมไม่สามารถคิดเป็นภาพ  แสดงว่าผมยังไม่เข้าใจมัน”
                                                           อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

>>>

      ถ้าเราเคยไปนิวซีแลนด์  เมื่อนึกถึงนิวซีแลนด์ภาพจะปรากฏขึ้นในสมองทันที   สิ่งใดที่เกิดจากประสบการณ์ เมื่อหวนนึกอีกครั้งมันจะปรากฏในรูปของภาพไม่ใช่ถ้อยคำ

        ผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตในทุกสาขาอาชีพ   ไม่ว่านักธุรกิจ  แพทย์   วิศวกร   สถาปนิก  นักกีฬา  นักวิทยาศาสตร์  ดารานักแสดงฯลฯ   หรือแม้แต่คนขับแท็กซี่  ช่างไม้   ช่างซ่อมเครื่องยนต์ที่มีฝีมือโดดเด่น  ล้วนมีพรสวรรค์ในการคิดเป็นภาพ แต่เนื่องจากเป็นการเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ทำให้ไม่มีใครออกมาอธิบายเคล็ดลับสู่ความสำเร็จของพวกเขา 

         นักฟุตบอลเก่งๆก่อนเข้ายิงประตู เขาจะคิดเป็นภาพก่อน แล้วค่อยเลี้ยงลูกและยิงไปตามภาพนั้น ความคิดของคนเราเร็วกว่าแสง แม้มีเวลาก่อนยิงประตูเพียงเสี้ยววินาที ก็ยังคิดเป็นภาพทัน  ตอนที่เมสซี่ยิงจุดโทษ เขาต้องคิดเป็นภาพถึงยิงได้แบบนั้น ถ้าคิดเป็นคำว่า จะยิงเข้ามุมบนซ้าย ประสิทธิผลที่ออกมาจะต่ำมาก

         ความคิดสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อรู้จักการคิดเป็นภาพ และการที่เราสามารถคิดเป็นภาพได้ เป็นเพราะมีความระลึกได้ที่มาจากประสบการณ์จริง  ถ้าภาพในใจยิ่งชัดเท่าไหร่สมองจะระดมศักยภาพภายในให้สอดคล้องกับภาพแห่งความสำเร็จนั้น  และไม่ใช่เฉพาะภาพแต่เราควรระลึกให้ครบทั้งรูปรสกลิ่นเสียงและสัมผัสในเหตุการณ์นั้น  ซึ่งแน่นอนว่าคนช่างสังเกต มีกำลังสติสูงจะสามารถเห็นภาพได้ละเอียดและชัดกว่า

        คำสุภาษิตทั้งหลายเช่น เห็นช้างขี้ขี้ตามช้าง   จับปลาสองมือ   เข็นครกขึ้นภูเขา ฯลฯ ล้วนเป็นคำที่แสดงให้เห็นเป็นภาพ   นั่นก็เพราะว่าคำที่เป็นภาพจะเข้าถึงจิตจนสามารถกลายเป็นสุภาษิตที่ลึกซึ้งตรึงใจได้

          ถ้อยคำมีหลายภาษาแต่ภาพมีเพียงภาษาเดียว  เป็นภาษาสากลที่จิตใต้สำนึกเข้าใจ   แม้แต่การอธิษฐานถ้าอธิษฐานเป็นภาพผลของการอธิษฐานจะส่งพลังสูงกว่าการอธิษฐานเป็นคำพูดอย่างมาก

        นอกจากนั้นสมองส่วนที่จำเป็นภาพ  อยู่ด้านเดียวกับสมองส่วนอารมณ์ความรู้สึก ทำให้การจำเป็นภาพ สามารถกระตุ้นความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาได้  เช่นความอยากรู้อยากเห็น  แรงบันดาลใจ   ความประทับใจ   ความเข้าใจแบบองค์รวม ฯลฯ

         ความลับสู่ความสำเร็จของผู้นำในทุกสาขาก็คือพวกเขาต้องพยายามอธิบายให้ทีมงานเห็นเป็นภาพ   แน่นอนว่าถ้าแม้แต่ตัวผู้นำเองยังมองไม่เห็นภาพก็ย่อมมิอาจทำให้คนอื่นเห็นขึ้นมาได้  ดังนั้นตัวผู้นำจะต้องเป็นคนที่เห็นภาพชัดที่สุดและสามารถสื่อออกมาให้ทุกคนเห็นภาพเดียวกันด้วย การคัดเลือกผู้นำองค์กรขนาดใหญ่ จึงต้องมีการแสดงวิสัยทัศน์ เพราะถ้าขาดสิ่งนี้แล้ว ไม่มีทางเป็นผู้นำได้

          สิ่งที่ช่วยให้ภาพชัดคือประสบการณ์  การเรียน  การฝึกซ้อม    การทดลอง   การสร้างภาพจำลอง  ฟังจากผู้รู้  ฯลฯ  ดังนั้นความสามารถในการกำหนดเป็นภาพไม่ใช่การมานั่งจินตนาการเพ้อฝันโดยที่ไม่ได้ศึกษาค้นคว้ามาก่อนเลย 

          ทฤษฎีทางจิตวิทยาของกลุ่มเกสตัลท์ อธิบายว่าการหยั่งรู้จะเกิดภายหลังการหยั่งเห็น  เคยมีการทดลองนำกล้วยมาวางไว้ห่างจากกรงลิงมาก  แล้วนำไม้ท่อนสั้นวางไว้ในช่วงที่มือลิงเอื้อมถึง   ส่วนไม้ท่อนยาววางไว้ห่างไกลออกไป ปรากฏว่าลิงบางตัวหยั่งเห็น  มันคว้าไม้ท่อนสั้นไปเขี่ยไม้ท่อนยาวเข้าหาตัวแล้วจับไม้ท่อนยาวนั้นเขี่ยกล้วยเข้ามา  ในขณะที่ลิงส่วนใหญ่นั่งมองกล้วยตาละห้อย

          มนุษย์เราก็มีความสามารถในการหยั่งเห็นไม่เท่ากัน จึงประสบความสำเร็จต่างกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ เคมบริ...