วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566

พลังแห่ง “ความเชื่อ” โดย ดร สม สุจิรา

พลังแห่ง “ความเชื่อ”

         พลังแห่งความเชื่อ มีอานุภาพขนาดที่หนังสือชื่อดังก้องโลกอย่าง”เดอะซีเคร็ต” ยกให้เป็นหนึ่งในสามของเคล็ดลับสู่ความสำเร็จ (ขอ เชื่อ รับ)  

          ความเชื่อ เป็นความรู้สึกที่ดึงพลังออกจากจิตใต้สำนึกได้มากที่สุด

         ความเชื่อ กับ ความอยาก เป็นความรู้สึกที่อยู่คนละขั้ว และส่งผลไปคนละทิศ  แต่เส้นแบ่งของมันใกล้ชิดกันเหลือเกิน  บางคนเกิดคำถามขึ้นในใจว่า ให้เชื่อว่าจะรวย โดยไม่อยากรวย เป็นไปได้อย่างไร  หลายคนไม่สามารถแยกความอยากกับความเชื่อออกจากใจได้  เหมือนกับไม่สามารถแยกฉันทะออกจากตัณหา  ถ้าเช่นนั้นโอกาสประสบความสำเร็จแทบไม่มี

         แน่นอนว่าจุดเริ่มต้นอาจจะมาจากความอยาก แต่ผู้ที่มีปัญญา จะต้องเปลี่ยนความอยากให้เป็นความเชื่อ เช่นนักกีฬาที่จะลงแข่ง ทุกคนต้องอยากชนะ  แต่เมื่อมีการฝึกซ้อมหนักมากขึ้นเท่าไหร่ ความเชื่อว่าจะชนะยิ่งมากขึ้น  นักกีฬาคนไหนที่ไม่ซ้อม และยังเที่ยวดึกในคืนก่อนวันแข่งขัน แล้วบอกกับตัวเองว่า ได้ปฏิบัติตามขั้นตอน  ขอ เชื่อ รับ ของ “เดอะซีเคร็ต”  เรียบร้อยแล้ว เขาเชื่อว่าเขาจะชนะ พรุ่งนี้ต้องชนะ  ความเชื่อเช่นนั้นคือการหลอกตัวเอง  ในใจจริงลึกๆเขาไม่ได้เชื่อว่าจะชนะ แต่อยากชนะมากกว่า

          ซุนหวู่ บอกไว้ว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง”  ในการทำศึกหรือการแข่งขัน ถ้าฝ่ายหนึ่งมาวิเคราะห์อีกฝ่ายอย่างลึกซึ้ง รู้จุดอ่อนของอีกฝ่ายอย่างละเอียด  เขาจะต้องมีความเชื่อว่ามีโอกาสชนะมากกว่า และความอยากชนะจะลดลงไป    นักเรียนที่ตั้งใจเรียน ทบทวนอยู่เสมอ เมื่อถึงเวลาสอบจะไม่อยากสอบได้ เพราะเขาเชื่อว่าสอบได้ไปแล้ว ใครที่ยิ่งอยากสอบได้ แสดงว่าไม่เชื่อว่าตัวเองจะสอบได้   

         เมื่อความเชื่อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และความอยากก็จะค่อยๆลดน้อยลงไป   ตัณหาจะเปลี่ยนมาเป็นฉันทะแทน  ทำให้เกิดความเชื่อมั่น เกิดความสุข ความพอใจ ในการทำงานนั้น  และแน่นอนว่า  วิริยะ  จิตตะ  วิมังสา  จะตามมา  ความสำเร็จต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน          

         นักข่าวเคยถาม ทอมแฮงค์ ดาราเจ้าบทบาทว่า ทำไมแสดงในภาพยนตร์เรื่อง cast away ได้เหมือนคนติดเกาะมาก เขาตอบว่า ต้องเชื่อก่อนว่าติดเกาะจริง ถ้านักแสดงยังไม่เชื่อ คนดูก็ไม่เชื่อ  ก็เช่นเดียวกัน ดาราไทยที่ตีบทแตก ถ้าเล่นเป็นแม่นาคก็ต้องเชื่อว่าตัวเองเป็นแม่นาคจริงๆ เท่าที่ผู้เขียนดูมา นางนากเวอร์ชั่น คุณทราย เจริญปุระ เหมือนสุดแล้ว เธอเล่าว่า ก่อนแสดงต้องเชื่อก่อนว่า แม่นาคเป็นเรื่องจริง (ถ้านักแสดงไม่เชื่อก็จบ) และการที่จะเล่นแบบวิญญาณแม่นาคเข้าสิงได้ ต้องคิดว่าตัวเองมีเชื้อสายของแม่นาค นั่นคือการคิดว่าแม่นาคเป็นญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งของเธอ

         แต่ก็ต้องระวัง ความเชื่อเพราะการคิดไปเองเป็นสิ่งอันตราย  พระพุทธองค์จึงทรงสอนว่า  “อย่าเพิ่งเชื่อเพราะเข้ากับความเห็นของตน”  คนที่ลงทุนแล้วล้มเหลว ล้วนเชื่อเพราะมั่นใจกับความเห็นของตนมากไป  ความอยากรวยบดบังปัญญาทำให้ตัดสินใจผิด

          ในทางพุทธศาสนา บอกว่า การดำเนินชีวิตด้วยตัณหา จะทำให้จิตใจเคร่งเครียด ปราศจากความสุข และสร้างปัญหาตามมา  ดังนั้น เมื่อใดที่ยังรู้สึกอยาก จงบอกกับตัวเองว่า ต้องพยายามหาข้อมูลให้มากขึ้น สะสมประสบการณ์ หรือพัฒนาศักยภาพภายในตัวให้สูงขึ้น เพื่อเปลี่ยนความอยากให้เป็นความเชื่อให้ได้ก่อน อย่าฝืนลงมือทำไปทั้งๆที่ยังอยากอยู่ โอกาสจะพลาดพลั้งพ่ายแพ้สูงมาก  เพราะขณะนั้นยังไม่เชื่อว่าจะสำเร็จ    
               
        พลังแห่งความเชื่อมีอานุภาพสูงสุด แต่ถ้าเชื่อผิด พลังนี้ก็ทำให้หายนะได้เช่นกัน  พระพุทธองค์จึงต้องยกหลักกาลามสูตรขึ้นมาเพื่อสอนเน้นย้ำเรื่องความเชื่อโดยเฉพาะ  

คติประจำวันนี้ >> “ถ้าเชื่อว่าทำได้ ต่อให้ย้ายภูเขา ถมทะเล ก็สำเร็จได้ แต่ถ้าใจเราคิดว่าทำไม่ได้ แม้จะง่ายเพียงพลิกฝ่ามือ ก็ไม่มีวันสำเร็จ - ด.ร.ซุนยัดเซ็น “

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ เคมบริ...