โจวเหวินฟะ Prince Charming กับห้าเหรียญที่ไม่ใช่เงิน
ล่าสุดที่โจวเหวินฟะในวัย ๖๗ ปี ลงแฟชั่นปก "Vogue" ฉบับฮ่องกง ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ๒๐๒๓ นั้น ทำให้เราในฐานะผู้ที่ติดตาม เฮียโจวมาตั้งแต่เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ เมื่อ ๔๓ ปีก่อน ต้องตระหนกตกใจยิ่งนัก เพราะเฮียยังหล่อเหลา ดูดีอยู่เลย แต่หากย้อนไป ใครจะเชื่อว่า นักแสงที่เพียบพร้อม อย่างโจวเหวินฟะ เคยถูกไล่ลงจากเวทีการแสดงในรอบคัดเลือกนักเรียนการแสดงของทีวีบีมาแล้ว
ในปั ๑๙๙๕ ที่เกาะลัมมา ในฮ่องกง โจวเหวินฟะ เกิดมาเป็นลูกคนที่สาม ของครอบครัว เขามีพ่อเป็นชาวประมง ส่วนแม่เป็นแม่บ้าน โจวเหวินฟะเติบโตมาในครอบครัวที่ยากจน คนในครอบครัวและเพื่อนบ้านต่างเรียกเขาว่า “เจ้าหมาน้อย” เด็กชายที่สวมชุดเก่า รองเท้าแตะคู่เดิม ความปรารถนาสูงสุดของเขาในตอนนั้นคือการมีรองเท้าผ้าใบสีขาวสักคู่
ทุกวันโจวเหวินฟะใฝ่ฝันว่าเมื่อพ่อของเขากลับมาจากทะเล จะมีเงินพอซื้อรองเท้าให้เขาสักคู่ แต่ฝันนั้นก็ไม่เคยเป็นจริง พ่อของเขาทำงานไม่เคยมีเงินเลย พ่อที่ติดทั้งเหล้าและการพนัน นอกจากหนี้สินแล้วพ่อไม่เคยหาอย่างอื่นเข้ามาในบ้าน นั่นทำให้ โจวเหวินฟะเกลียดการพนันอย่างเข้าไส้
การไปโรงเรียนโดยไม่มีรองเท้าผ้าใบเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กสมัยนั้น โจวเหวินฟะไม่รู้สึกคับข้องใจแต่อย่างใด อย่างน้อยเขายังได้เรียนหนังสือ จากเงินที่แม่ของเขาพยายามอดออม เพื่อลูกๆ แต่เพียงไม่นานพ่อที่ติดการพนันของเขาก็ล้มป่วยลง โจวเหวินฟะ ต้องออกจากโรงเรียนตั้งแต่ยังเรียนมัธยมต้น
โจวเหวินฟะ ต้องรับผิดชอบตนเองและปากท้องของคนในครอบครั้วตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อเลี้ยงชีพ เขาทำงานอย่างต่อเนื่องเขาทำงานเป็นคนขัดรองเท้า คนเปิดประตูโรงแรม พนักงานล้างรถ พนักงานยกกระเป๋า และพนักงานขายอุปกรณ์ถ่ายภาพ
งานหนัก ไม่เท่า คำดูถูก
โจวเหวินฟะ นับว่าเป็นเด็กหนุ่มที่มีรูปร่างสูงใหญ่ ด้วยความยากจนทำให้เขาดูผอมเกร็งไปบ้าง แต่ก็ยังดูโดดเด่น ในตอนที่เขา เป็นพนักงานเฝ้าประตูโรงแรม ลูกค้ามักจะให้ทิปเขาเสมอ เพราะความหน้าตาดีและเป็นคนสุภาพ นั่นทำให้ หัวหน้างานของเขาไม่พอใจ และหาเรื่องไล่เขาออก
ตอ่มาโจวเหวินฟะจึงไปทำงานเป็นพนักงานล้างรถ อยู่มาวันหนึ่งก็มี รถ โรลสรอยส์ (Rolls-Royce) เข้ามาจอดใช้บริการ โจวเหวินฟะ เห็นรถหรูก็ตกตะลึง เขาล้างรถอย่างพิถีพิถันจนเสร็จ เมื่อล้างเสร็จเขาอดไม่ได้ที่จะเอามือสัมผัสรถคันโก้เสียหน่อย แต่แล้วก็มีเสียงเจ้าของรถดังขึ้นมาจากด้านหลังของเขา
“แตะต้องอะไร? ชดใช้ค่าเสียหายได้ไหม? คนอย่างเธอคงซื้อรถคันนี้ไม่ได้ในชั่วชีวิตนี้!”
โจวเหวินฟะได้ยินแล้วหน้าเสีย ก่อนที่เขาจะคิดว่าสักวันเขาจะซื้อรถคันหรูแบบนี้ให้ได้ หลังจากนั้น ก็มีเพื่อนแนะนำให้เขาไปเป็นพนักงานขายอุปกรณ์การถ่ายภาพ นั่นทำให้ โจวเหวินฟะ หลงใหลการถ่ายภาพมาจนถึงปัจจุบัน
จุดเริ่มของการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของโจวเหวินฟะเกิดขึ้นในปี ๑๙๗๓ เมื่อเพื่อนสนิทของเขาเดินเข้ามาพร้อมกับหนังสือพิมพ์ ที่มีข่าวการเปิดรับสมัครนักเรียนการแสดงของทีวีบี โดยไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน โจวเหวินฟะหยิบหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นมาอ่านอย่างสนใจ แต่ก็มาสะดุดเข้ากับประโยคโฆษณาที่ต้องเสียค่าสมัครห้าเหรียญ
"ไม่เป็นไร ค่าลงทะเบียนฉันจะจ่ายให้นายเอง!" เพื่อนสนิทของเขาบอก ความจริงแล้ว เงินห้าเหรียญในยุคนั้น สามารถพาสาวไปทานอหารมื้อดีๆได้มื้อนึงเลย แต่เพื่อนของเขามองเห็นว่าโจวเหวินฟะ น่าจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ เงินแค่ห้าเหรียญเพื่อให้อนาคตเพื่อนดีขึ้นนับว่าคุ้มค่ากว่า
ถูกไล่ออกเป็นคนแรก
เมื่อสมัครเรียบร้อย ทางคณะกรรมการก็เรียก ผู้สมัครมาทดสอบหน้ากล้องบนเวที โจวเหวินฟะรู้สึกประหม่าอย่างมาก เขาไม่เคยยืนอยู่หน้ากล้องที่มีคนนับร้อยทั้งกรรมการและผู้สมัครจับจ้องเขาเป็นตาเดียว ด้วยอาการประหม่า ทำให้ขาพูดผิดๆถูกๆ เขายังอ่านไม่จบบรรทัดดี ก็มีเสียง กรรมการท่านนึงตะโกนมาบนเวทีว่า
“ลงไป”
เพียงคำเดียวก็ตัดสินชีวิตคนๆนึงได้ไปตลอดชีวิตของโจวเหวินฟะ แต่คำที่ว่านั้นไม่ใช่คำว่า”ลงไป” แต่เป็นอีกประโยคของ จุงกิงเฟ่ย อาจารย์สอนการแสดงอาวุโสของทีวีบีที่มองเห็นบางอย่างในตัวของโจวเหวินฟะ
“อย่าพูดไร้สาระ ฉันมองว่าคนๆนี้มีศักยภาพ”
เพียงสิ้นประโยคนั้น โจวเหวินฟะก็ได้เป็นนักเรียนการแสดงของทีวีบีในรุ่นที่สาม ร่วมกันกับ เยิ่นต๊ะหัว ริงโก้ แลม และ อู๋ม่งต๊ะ
เนื่องจากไม่เคยเรียนการแสดงมาก่อน ทำให้ผลการเรียนของเขาในชั้นเรียนก็ไม่ค่อยดีนัก เทียบกันกับอู๋ม่งตะที่ช่างพูด ช่างคุย แล้ว อู๋ม่งต๊ะมีผลการเรียนที่ดีกว่าใครๆ ในชั้นเรียน โจวเหวินฟะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองอาจจะไม่เหมาะกับการเป็นนักแสดง หลังจากเรียนการแสดงเสร็จ ตอนกลางคืนเขาไปทำงานเป็นพนักงานกดลิฟท์ในโรงแรม
หลินหยานหนี นักเขียน นักแสดงหญิง และเจ้าของบริษัทโฆษณา"Huang Helin" เธอเป็นพี่สะใภ้ของบรู๊ซ ลี ที่เพิ่งได้รับหน้าที่ดูแลภาพยนตร์โฆษณา Miss Hong Kong เธอจำเป็นต้องตามหา "Prince Charming" เจ้าชายทรงเสน่ห์ เพื่อมาแสดงโฆษณาตัวนี้ อยู่มาวันนึงเธอได้พบกับชายหนุ่มร่างสูง ที่มักจะยืนอยู่ที่ทางเข้าลิฟต์และพูดว่า "สวัสดีครับ" ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
หลินหยานหนี รู้สึกทันทีว่าชายคนนี้คือ "Prince Charming” ที่เธอค้นหา สอบถามก็ทราบว่า เขาชื่อ โจวเหวินฟะ กำลังเป็นนักเรียนการแสดงของทางทีวีบี เธอจึงขอให้เขาเล่นเป็น "Prince Charming" ในภาพยนตร์โฆษณาของ Miss Hong Kongปี ๑๙๘๔
เมื่อแคสติ้งเรียบร้อย โจวเหวินฟะมีเท้าที่ใหญ่ เขาไม่สามารถใส่รองเท้าไซส์ธรรมดาได้ หลินหยานหนี จึงให้เงินเขาไปหนึ่งร้อยเหรียญเพื่อซื้อรองเท้า ปรากฏว่า โจวเหวินฟะหายไปนานมาก จนเธอไปเจอเขายืนอยู่หน้าร้านรองเท้า ที่มีรองเท้าคู่หนึ่งราคา ๗๐ เหรียญ นั่นเป็นราคาที่แพงเกินไป โจวเหวินฟะไม่กล้าซื้อ หลินหยานหนี เห็นอย่างนั้นเขายิ่งรู้สึกประทับใจในตัวโจวเหวินฟะ นับแต่นั้นเธอก็ดูแลเขาเหมือนกับน้องชายตลอดมา
หลังจากได้รับโอกาส โจวเหวินฟะก็ทำงานอย่างหนักเพื่อให้ ผู้ชมประทับใจในบทบาทการแสดงของเขา จนเขามาประสบความสำเร็จจาก ละครโทรทัศน์เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ทำให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังไปทั่วเอเชีย ตลอดการทำงานของเขาสอนเขาในเรื่องสำคัญคือ
"สิ่งที่ไม่ดีที่เคยเจอมา อย่าทำกับคนอื่น
อย่าดูถูกคน และ จงให้โอกาสคนอื่น”
วันหนึ่งโจวเหวินฟะได้พบกับรุ่นน้องนักเรียนการแสดงรุ่นสิบของทีวีบี ชายหนุ่มคนนี้ดูเหมือนเขาตอนยังเป็นนักเรียนการแสดงใหม่ๆ เขาดูยากจนแต่มีความมุ่งมั่น โจวเหวินฟะเห็นเด็กหนุ่มมักจะเอาเวลาว่างไปตัดผมให้กับคนในกองถ่ายบ่อยๆ เขาจึงถามว่า “คุณทำแบบนั้นทำไม”
“บังเอิญผมมีเวลา ผมทุกคนยาวขึ้นทุกวัน ผมเห็นแล้วก็แค่ถามว่า ผมคุณยาวแล้วรำคาญมันหรือเปล่า ให้ผมตัดให้ดีไหม? ไม่มีอะไรเลยครับแค่นั้นเอง” โจวเหวินฟะได้ฟัง ก็รู้สึกได้ถึงความมุ่งมั่นตั้งใจและมีหัวใจที่ดีงาม เป็นคนที่สมควรให้โอกาสและปลูกฝัง เด็กหนุ่มคนนั้นชื่อ “หลิวเต๋อหัว” โจวเหวินฟะแนะนำงานภาพยนตร์ให้กับเขา ก่อนที่เพียงอีกสองปีให้หลัง หลิวเต๋อหัวก็กลายเป็นหนึ่งในห้าพยัคฆ์ทีวีบี พระเอกหน้าใหม่ที่ทางทีวีบีต้องการผลักดันให้มาทดแทนเขา
○ ตลอดการทำงานของโจวเหวินฟะ เขาให้โอกาสรุ่นน้อง หลายต่อหลายคน ทั้งหลิวเต่อหัว เหลียงเฉาเหว่ย หวงเย่อหัว ฯลฯ และล่าสุด ก็คือ จางเจียเหลียง (zhang jialiang) ที่เพิ่งลงปก "Vogue" ฉบับฮ่องกง คู่กันกับเขา โจวเหวินฟะ ยังเล่าให้ใครต่อใครฟังเสมอว่าชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงไปเพราะเงินห้าเหรียญของเพื่อนสนิทของเขา
สำหรับโจวเหวินฟะ ห้าเหรียญนั้นไม่ใช่ เงินทอง แต่ เป็นโอกาส และเมื่อวันที่เขามีพร้อม เขาไม่ต้องการรถ โรลสรอยส์ (Rolls-Royce) คันหรู เขาขึ้นรถเมล รถไฟฟ้าใต้ดิน กินอาหารข้างทาง ใช้โทรศัพท์มือถือรุ่นเก่า และสละเงินที่ครอบครองกว่าหมื่นล้านให้คนอื่น เพราะสำหรับโจวเหวินฟะแล้ว เงินหมื่นล้าน ก็ไม่ใช่เงินเช่นกัน แต่เป็นโอกาสที่เขาจะมอบมันให้กับผู้อื่น เหมือนดั่งเช่นที่เขาเคยได้รับ
(#)จะดีแค่ไหนที่โลกไม่มีเพียงโจวเหวินฟะเพียงคนเดียว
เพราะโลก มีคุณที่มีน้ำใจงามด้วยอีกหนึ่งคน
โจวเหวินฟะ ดารานักแสดงระดับตำนานของฮ่องกง เตรียมมอบเงินทั้งหมดที่มีอยู่ราว 2 หมื่นล้านให้การกุศล เผยชีวิตดาราดัง สุดสมถะเรียบง่าย แถมยังมีนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตน
เมื่อ 16 ต.ค.61 สื่อต่างประเทศ รวมทั้งเว็บไซต์ เดลี่เมล และเมโทร รายงานครึกโครม ยกย่องโจว เหวินฟะ ดาราคนดังฮ่องกง วัย 63 ใช้ชีวิตอย่างสมถะจนน่ายกย่อง เพราะถึงแม้จะเป็นดารารุ่นใหญ่ มีชื่อเสียงโด่งดังเงินทองมากมาย แต่โจว เหวินฟะ กลับใช้เงินเพียงเดือนละ 100 ดอลลาร์ หรือประมาณ 3,200 บาทเท่านั้น อีกทั้งสื่อในจีน ยังรายงานในช่วงสัปดาห์นี้ว่า โจว เหวินฟะ ยังเตรียมจะมอบเงินทั้งหมดที่มีอยู่ 710 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 22,000 ล้านบาท ให้การกุศลอีกด้วย