วันจันทร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2566

วันมาฆบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4

... #วันมาฆบูชา #วันเพ็ญเดือนสาม 
ในบาลีเรียกว่า
วัน สาวกานํ สนฺนิปาโต อโหสิ 
... คือวันที่มีภิกษุมาประชุมกัน ๑,๒๕๐ รูป 
และเป็นการมาประชุมครั้งเดียวในยุคของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า สมณโคดม 
ภิกษุที่มาประชุมล้วนเป็นพระขีณาสพทั้งสิ้น 
ในคืนนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงเล่าถึงในสมัยพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ ว่า 
ก็มีวัน สาวกานํ สนฺนิปาโต อโหสิ เช่นเดียวกัน

... โดยในยุคของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า #วิปัสสี มี ๓ ครั้ง, 
... พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า #สิขี ได้มี ๓ ครั้ง,

... พระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า #เวสสภู ได้มี ๓ ครั้ง, 

... พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า #กกุสันธะ มีครั้งเดียว, 

... พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า #โกนาคมนะ มีครั้งเดียว, 

... พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า #กัสสปะ มีครั้งเดียว, 

... และสมัยพระพุทธเจ้า #องค์ปัจจุบัน ก็มีครั้งเดียว ดังจะกล่าวตามพระสูตร ดังนี้

      ภิกษุทั้งหลาย การประชุมกันแห่ง
สาวกของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า #พระนามว่าวิปัสสี #ได้มีสามครั้ง 

ครั้งหนึ่ง มีพระสาวก ประชุมกันเป็นจำนวนภิกษุ หกล้านแปดแสนรูป 
อีกครั้งหนึ่ง มีพระสาวกประชุม กันเป็นจำนวนภิกษุแสนรูป 
อีกครั้งหนึ่ง มีพระสาวกประชุมกันเป็นจำนวนภิกษุแปดหมื่นรูป  
    พระสาวกของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมา สัมพุทธเจ้า #พระนามว่าวิปัสสี
ซึ่งได้ประชุมกันทั้งสามครั้งนี้ 
ล้วนเป็นพระขีณาสพทั้งสิ้น.

     ภิกษุทั้งหลาย การประชุมกันแห่ง   
พระสาวกของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า #พระนามว่าสิขี ได้มีสามครั้ง ครั้งหนึ่งมีพระสาวกประชุมกันเป็นจำนวนภิกษุแสนรูป 
อีกครั้งหนึ่ง มีพระสาวกประชุมกันเป็นจำนวนภิกษุแปดหมื่นรูป อีกครั้งหนึ่ง มีพระสาวกประชุมกันเป็น จำนวนภิกษุเจ็ดหมื่นรูป 
    พระสาวกของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า #พระนามว่าสิขี ซึ่งได้ประชุมกันทั้งสามครั้งนี้ ล้วนเป็น พระขีณาสพทั้งสิ้น.

      ภิกษุทั้งหลาย การประชุมกันแห่ง
พระสาวกของพระผู้มี พระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า #พระนามว่าเวสสภู ได้มี ๓ ครั้ง ครั้งหนึ่ง มีพระสาวกประชุมกันเป็นจำนวนภิกษุแปดหมื่นรูป อีกครั้งหนึ่ง มีพระสาวกประชุม กันเป็นจำนวนภิกษุเจ็ดหมื่นรูป อีกครั้งหนึ่ง มีพระสาวกประชุมกันเป็นจำนวนภิกษุหกหมื่นรูป 
     พระสาวกของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า #พระนามว่าเวสสภู ซึ่งได้ประชุมกันทั้ง สามครั้งนี้ ล้วนเป็นพระขีณาสพทั้งสิ้น.

      ภิกษุทั้งหลาย การประชุมกันแห่ง
พระสาวกของพระ ผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า #พระนามว่ากกุสันธะ ได้มีครั้งเดียว มีจำนวนภิกษุสี่หมื่นรูป
     พระสาวกของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า #พระนามว่ากกุสันธะ ซึ่งได้ประชุมกัน ครั้งเดียวนี้ ล้วนเป็นพระขีณาสพทั้งสิ้น.
      ภิกษุทั้งหลาย การประชุมกันแห่ง
พระสาวกของ พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า #พระนามว่าโกนาคมนะ ได้มีครั้งเดียว มีจำนวนภิกษุ สามหมื่นรูป 
     พระสาวกของพระผู้มีพระภาคอรหันต สัมมาสัมพุทธเจ้า #พระนามว่าโกนาคมนะ ซึ่งได้ประชุมกันครั้งเดียวนี้ ล้วนเป็น พระขีณาสพทั้งสิ้น.

      ภิกษุทั้งหลาย การประชุมกันแห่ง    
พระสาวกของพระผู้มี พระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า กัสสปะ ได้มีครั้งเดียว มีจำนวน ภิกษุสองหมื่นรูป 
     พระสาวกของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า #พระนามว่ากัสสปะ ที่ได้ประชุมกันครั้งเดียวนี้ ล้วนเป็นพระขีณาสพทั้งสิ้น.

      ภิกษุทั้งหลาย การประชุมกันแห่ง 
#สาวกของเราในบัดนี้ #ได้มีครั้งเดียว มีจำนวน ภิกษุหนึ่งพันสองร้อยห้าสิบรูป สาวกของเรา ซึ่งได้ประชุมกันครั้งเดียวนี้ ล้วนเป็นพระขีณาสพทั้งสิ้น ฯ

      ภิกษุทั้งหลาย ได้ยินว่า ณ ที่นั้น #พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี #ทรงสวดพระปาติโมกข์ในที่ประชุม พระภิกษุสงฆ์ดังนี้ 

     #ขันติคือความทนทานเป็นตบะอย่างยิ่ง 
     พระพุทธเจ้าทั้งหลายตรัสว่า 
พระนิพพานเป็นธรรมอย่างยิ่ง 
ผู้ทำร้ายผู้อื่น ผู้เบียดเบียนผู้อื่น ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิต ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะเลย 
การไม่ทำบาปทั้งสิ้น 
การยังกุศลให้ถึงพร้อม 
การทำจิตของตนให้ผ่องใส 
      #นี้เป็นคำสั่งสอน #ของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย 
  การไม่กล่าวร้าย ๑ 
  การไม่ทำร้าย ๑ 
  ความสำรวมในพระปาติโมกข์ ๑ 
  ความเป็นผู้รู้ประมาณในภัตตาหาร ๑ 
  ที่นอนที่นั่งอันสงัด ๑ 
  การประกอบความเพียรในอธิจิต ๑

    #หกอย่างนี้ #เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ฯ

      ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุที่ธรรมธาตุนี้ ตถาคตแทงตลอดแล้วอย่างดี ด้วยประการฉะนี้แล 

    ฉะนั้น 
พระพุทธเจ้าที่ล่วงไปแล้ว 
ปรินิพพานแล้ว 
ตัดธรรมเป็นเหตุทำให้เนิ่นช้าได้แล้ว
ตัดวัฏฏะได้แล้ว 
ครอบงำวัฏฏะได้แล้ว 
ล่วงสรรพทุกข์แล้ว 

    ตถาคตย่อมระลึกถึงได้ 
  แม้โดยพระชาติ 
  แม้โดยพระนาม 
  แม้โดยพระโคตร 
  แม้โดยประมาณแห่งพระชนมายุ 
  แม้โดยคู่ แห่งพระสาวก 
  แม้โดยการประชุมกันแห่งพระสาวกว่า 
  แม้ด้วยเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคเหล่านั้น 
  จึงมีพระชาติอย่างนี้ 
  จึงมีพระนามอย่างนี้ 
  จึงมีพระโคตรอย่างนี้ 
  จึงมีศีลอย่างนี้ 
  จึงมีธรรมอย่างนี้ 
  จึงมีปัญญาอย่างนี้ 
  จึงมีวิหารธรรมอย่างนี้ 
  จึงมีวิมุติอย่างนี้ ฯ 

     แม้พวกเทพดาก็ได้บอกเนื้อความนี้แก่ตถาคต ซึ่งเป็นเหตุให้ตถาคตระลึกถึงได้

    ซึ่งพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
ที่ล่วงไปแล้ว 
ปรินิพพานแล้ว 
ตัดธรรมเป็นเหตุทำให้เนิ่นช้าได้แล้ว 
ตัดวัฏฏะได้แล้ว 
ครอบงำวัฏฏะได้แล้ว 
ล่วงสรรพทุกข์แล้ว 

  แม้โดยพระชาติ 
  แม้โดยพระนาม 
  แม้โดยพระโคตร 
  แม้โดยประมาณแห่งพระชนมายุ 
  แม้โดยคู่แห่งพระสาวก 
  แม้โดยการประชุมกันแห่งพระสาวกว่า 
แม้ด้วยเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคเหล่านั้น 
  จึงมีพระชาติอย่างนี้ 
  จึงมีพระนามอย่างนี้ 
  จึงมีพระโคตรอย่างนี้ 
  จึงมีศีลอย่างนี้ 
  จึงมีปัญญาอย่างนี้ 
  จึงมีวิหารธรรมอย่างนี้ 
  จึงมีวิมุติอย่างนี้ ฯ
                 
พระไตรปิฎกภาษาไทย(ฉบับหลวง) มหาปทานสูตร เล่มที่ ๑๐ หน้าที่ ๑-๔๙ ข้อที่ ๑-๕๖

อ้างอิงข้อมูลจาก : ศูนย์เผยแผ่ส่วนกลาง วัดนาป่าพง คลอง 10 อ.ลำลูกกา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ เคมบริ...