... #วันมาฆบูชา #วันเพ็ญเดือนสาม
ในบาลีเรียกว่า
วัน สาวกานํ สนฺนิปาโต อโหสิ
... คือวันที่มีภิกษุมาประชุมกัน ๑,๒๕๐ รูป
และเป็นการมาประชุมครั้งเดียวในยุคของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า สมณโคดม
ภิกษุที่มาประชุมล้วนเป็นพระขีณาสพทั้งสิ้น
ในคืนนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงเล่าถึงในสมัยพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ ว่า
ก็มีวัน สาวกานํ สนฺนิปาโต อโหสิ เช่นเดียวกัน
... โดยในยุคของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า #วิปัสสี มี ๓ ครั้ง,
... พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า #สิขี ได้มี ๓ ครั้ง,
... พระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า #เวสสภู ได้มี ๓ ครั้ง,
... พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า #กกุสันธะ มีครั้งเดียว,
... พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า #โกนาคมนะ มีครั้งเดียว,
... พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า #กัสสปะ มีครั้งเดียว,
... และสมัยพระพุทธเจ้า #องค์ปัจจุบัน ก็มีครั้งเดียว ดังจะกล่าวตามพระสูตร ดังนี้
ภิกษุทั้งหลาย การประชุมกันแห่ง
สาวกของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า #พระนามว่าวิปัสสี #ได้มีสามครั้ง
ครั้งหนึ่ง มีพระสาวก ประชุมกันเป็นจำนวนภิกษุ หกล้านแปดแสนรูป
อีกครั้งหนึ่ง มีพระสาวกประชุม กันเป็นจำนวนภิกษุแสนรูป
อีกครั้งหนึ่ง มีพระสาวกประชุมกันเป็นจำนวนภิกษุแปดหมื่นรูป
พระสาวกของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมา สัมพุทธเจ้า #พระนามว่าวิปัสสี
ซึ่งได้ประชุมกันทั้งสามครั้งนี้
ล้วนเป็นพระขีณาสพทั้งสิ้น.
ภิกษุทั้งหลาย การประชุมกันแห่ง
พระสาวกของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า #พระนามว่าสิขี ได้มีสามครั้ง ครั้งหนึ่งมีพระสาวกประชุมกันเป็นจำนวนภิกษุแสนรูป
อีกครั้งหนึ่ง มีพระสาวกประชุมกันเป็นจำนวนภิกษุแปดหมื่นรูป อีกครั้งหนึ่ง มีพระสาวกประชุมกันเป็น จำนวนภิกษุเจ็ดหมื่นรูป
พระสาวกของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า #พระนามว่าสิขี ซึ่งได้ประชุมกันทั้งสามครั้งนี้ ล้วนเป็น พระขีณาสพทั้งสิ้น.
ภิกษุทั้งหลาย การประชุมกันแห่ง
พระสาวกของพระผู้มี พระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า #พระนามว่าเวสสภู ได้มี ๓ ครั้ง ครั้งหนึ่ง มีพระสาวกประชุมกันเป็นจำนวนภิกษุแปดหมื่นรูป อีกครั้งหนึ่ง มีพระสาวกประชุม กันเป็นจำนวนภิกษุเจ็ดหมื่นรูป อีกครั้งหนึ่ง มีพระสาวกประชุมกันเป็นจำนวนภิกษุหกหมื่นรูป
พระสาวกของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า #พระนามว่าเวสสภู ซึ่งได้ประชุมกันทั้ง สามครั้งนี้ ล้วนเป็นพระขีณาสพทั้งสิ้น.
ภิกษุทั้งหลาย การประชุมกันแห่ง
พระสาวกของพระ ผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า #พระนามว่ากกุสันธะ ได้มีครั้งเดียว มีจำนวนภิกษุสี่หมื่นรูป
พระสาวกของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า #พระนามว่ากกุสันธะ ซึ่งได้ประชุมกัน ครั้งเดียวนี้ ล้วนเป็นพระขีณาสพทั้งสิ้น.
ภิกษุทั้งหลาย การประชุมกันแห่ง
พระสาวกของ พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า #พระนามว่าโกนาคมนะ ได้มีครั้งเดียว มีจำนวนภิกษุ สามหมื่นรูป
พระสาวกของพระผู้มีพระภาคอรหันต สัมมาสัมพุทธเจ้า #พระนามว่าโกนาคมนะ ซึ่งได้ประชุมกันครั้งเดียวนี้ ล้วนเป็น พระขีณาสพทั้งสิ้น.
ภิกษุทั้งหลาย การประชุมกันแห่ง
พระสาวกของพระผู้มี พระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า กัสสปะ ได้มีครั้งเดียว มีจำนวน ภิกษุสองหมื่นรูป
พระสาวกของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า #พระนามว่ากัสสปะ ที่ได้ประชุมกันครั้งเดียวนี้ ล้วนเป็นพระขีณาสพทั้งสิ้น.
ภิกษุทั้งหลาย การประชุมกันแห่ง
#สาวกของเราในบัดนี้ #ได้มีครั้งเดียว มีจำนวน ภิกษุหนึ่งพันสองร้อยห้าสิบรูป สาวกของเรา ซึ่งได้ประชุมกันครั้งเดียวนี้ ล้วนเป็นพระขีณาสพทั้งสิ้น ฯ
ภิกษุทั้งหลาย ได้ยินว่า ณ ที่นั้น #พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี #ทรงสวดพระปาติโมกข์ในที่ประชุม พระภิกษุสงฆ์ดังนี้
#ขันติคือความทนทานเป็นตบะอย่างยิ่ง
พระพุทธเจ้าทั้งหลายตรัสว่า
พระนิพพานเป็นธรรมอย่างยิ่ง
ผู้ทำร้ายผู้อื่น ผู้เบียดเบียนผู้อื่น ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิต ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะเลย
การไม่ทำบาปทั้งสิ้น
การยังกุศลให้ถึงพร้อม
การทำจิตของตนให้ผ่องใส
#นี้เป็นคำสั่งสอน #ของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
การไม่กล่าวร้าย ๑
การไม่ทำร้าย ๑
ความสำรวมในพระปาติโมกข์ ๑
ความเป็นผู้รู้ประมาณในภัตตาหาร ๑
ที่นอนที่นั่งอันสงัด ๑
การประกอบความเพียรในอธิจิต ๑
#หกอย่างนี้ #เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ฯ
ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุที่ธรรมธาตุนี้ ตถาคตแทงตลอดแล้วอย่างดี ด้วยประการฉะนี้แล
ฉะนั้น
พระพุทธเจ้าที่ล่วงไปแล้ว
ปรินิพพานแล้ว
ตัดธรรมเป็นเหตุทำให้เนิ่นช้าได้แล้ว
ตัดวัฏฏะได้แล้ว
ครอบงำวัฏฏะได้แล้ว
ล่วงสรรพทุกข์แล้ว
ตถาคตย่อมระลึกถึงได้
แม้โดยพระชาติ
แม้โดยพระนาม
แม้โดยพระโคตร
แม้โดยประมาณแห่งพระชนมายุ
แม้โดยคู่ แห่งพระสาวก
แม้โดยการประชุมกันแห่งพระสาวกว่า
แม้ด้วยเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคเหล่านั้น
จึงมีพระชาติอย่างนี้
จึงมีพระนามอย่างนี้
จึงมีพระโคตรอย่างนี้
จึงมีศีลอย่างนี้
จึงมีธรรมอย่างนี้
จึงมีปัญญาอย่างนี้
จึงมีวิหารธรรมอย่างนี้
จึงมีวิมุติอย่างนี้ ฯ
แม้พวกเทพดาก็ได้บอกเนื้อความนี้แก่ตถาคต ซึ่งเป็นเหตุให้ตถาคตระลึกถึงได้
ซึ่งพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
ที่ล่วงไปแล้ว
ปรินิพพานแล้ว
ตัดธรรมเป็นเหตุทำให้เนิ่นช้าได้แล้ว
ตัดวัฏฏะได้แล้ว
ครอบงำวัฏฏะได้แล้ว
ล่วงสรรพทุกข์แล้ว
แม้โดยพระชาติ
แม้โดยพระนาม
แม้โดยพระโคตร
แม้โดยประมาณแห่งพระชนมายุ
แม้โดยคู่แห่งพระสาวก
แม้โดยการประชุมกันแห่งพระสาวกว่า
แม้ด้วยเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคเหล่านั้น
จึงมีพระชาติอย่างนี้
จึงมีพระนามอย่างนี้
จึงมีพระโคตรอย่างนี้
จึงมีศีลอย่างนี้
จึงมีปัญญาอย่างนี้
จึงมีวิหารธรรมอย่างนี้
จึงมีวิมุติอย่างนี้ ฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย(ฉบับหลวง) มหาปทานสูตร เล่มที่ ๑๐ หน้าที่ ๑-๔๙ ข้อที่ ๑-๕๖
อ้างอิงข้อมูลจาก : ศูนย์เผยแผ่ส่วนกลาง วัดนาป่าพง คลอง 10 อ.ลำลูกกา
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น