วันอังคารที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566

โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์(58ปี(2023)) “เราทุกคนต่างเคยผิดพลาด มันเป็นเส่วนหนึ่งของชีวิต แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเปลี่ยนสิ่งต่างๆให้ดีขึ้นไม่ได้”


       กว่าจะมาเป็นหนึ่งในดาราที่ยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ด้วยเสน่ห์ของเขาในฐานะ “โทนี่ สตาร์ค” ที่แฟนภาพยนตร์ต่างตกหลุมรักตัวละครอัจฉริยะสุดอวดดีและพลิกผันเป็นผู้ที่ยอมเสียสละชีวิตตนเองเพื่อเปลี่ยนแปลงทั้งจักรวาล ใน Avenger Endgame.
.

การตายของโทนี่ ทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนสูญเสียสมาชิกในครอบครัว ที่เฝ้าดูตัวละครนี้เติบโตมาตลอด 10 ปี โดยนักแสดงต้องผ่านบททดสอบและความยากลำบากมากมายในชีวิตกว่าจะสามารถเชื่อมโยงบางอย่างกับตัวละครสำคัญนี้ และแม้ว่า “ไอรอน แมน” จะดูเหมือนเป็นบทบาทที่สร้างมาเพื่อเขา…แต่กว่ามันจะตกมาอยู่ในมือของเขานั้นได้ผ่านการพิจารณาตัดสินใจอยู่หลายต่อหลายครั้ง
.

เขาเติบโตมากับพ่อที่เป็นผู้กำกับ ดังนั้นเขาจึงมีความรู้โดยตรงในวิธีการสร้างภาพยนตร์อันเป็นมรดกตกทอดมาโดยปริยายตั้งแต่อายุยังน้อย..แต่ในขณะเดียวกันเพื่อเป็นประสบการณ์ที่ผูกพันทางอารมณ์ระหว่างพ่อกับลูก..พ่อที่ติดยาของของเขาให้เขาลองเสพ “กัญชา” และในไม่ช้าเขาก็หลงไหลในความเมา แทนที่พรสวรรค์ของเขาจะถูกใช้ในทางที่ควรตลอดเส้นทางอาชีพการแสดงอันสว่างสไว เขากลับหันหลังเข้าสู่หนทางที่มืดดำ และยาเสพติดเป็นต้นกำเนิดแห่งความหายนะ 

ในช่วงปลายทศวรรษที่ 90 ครั้งหนึ่งเขาเคยปรากฏตัวเพื่อพบกับ “ไมค์ ฟิกกิส” ผู้กำกับชาวอังกฤษ โดยมาสายไปสองชั่วโมง และเดินเท้าเปล่าพร้อมกับถือปืนลูกซองบรรจุกระสุน อย่างที่เขาอธิบายไม่ได้
เขาเคยมีช่วงเวลาที่ชีวิตพลิกผลันจากหน้ามือเป็นหลังเท้าถึงขนาดที่เคยมีรายได้เพียง “แปดเซ็นต์ต่อชั่วโมง” ในการขัดกระทะพิซซ่าในครัวของเรือนจำแอลเอ เคาน์ตี ระหว่างถูกคุม 

เขาเปลี่ยนจากชายผู้มีศักยภาพ…กลายเป็นคนที่ไม่มีสตูดิโอไหนอยากร่วมงานด้วย จากภาพลักษณ์มัวหมองอันเนื่องมาจากประวัติการติดคุกในคดียาเสพติดและพกอาวุธเป็นภัยคุกคามต่อสาธารณะและตัวเขาเอง..
.

การหันหลังให้กับยาเสพติดเป็นเรื่องไม่ง่าย..เขาต้องเข้าออกสถานบำบัดเป็นว่าเล่น
อย่างไรก็ตาม อยู่มาวันหนึ่ง..หลังจากเขาตระหนักถึงความอเนจอนาถในขณะที่ต้องกิน “ชีสเบอร์เกอร์” ประทังชีวิต..กลับทำให้เขาคิดจะเปลี่ยนแปลงบางอย่าง…โดยบึ่งรถไปยังมหาสมุทรและโยนยาทั้งหมดที่มีในกระเป๋าทิ้งลงไปในทะเล
(โดยฉากหนึ่งจาก Iron Man กับชีสเบอร์เกอร์เป็นการสะท้อนให้กับเหตุการณ์นั้นเมื่อเบอร์เกอร์คิงได้ช่วยชีวิตเขาอย่างมีนัยสำคัญ) 
.

หลังจากนั้นเขาเลือกที่จะทำงานหนักและพยายามพลิกชีวิตเพื่อสร้างผลงานและชื่อเสียงให้กลับมา และไม่กี่ปีต่อมาในที่สุดบทบาทที่ Marvel ในตอนแรกไม่แน่ใจว่าจะจ้างเขา ก็ตกมาอยู่ในมือ.. 
.

“ทุกคนรู้ว่าเขามีความสามารถ” ฟาฟวโร กล่าวต่อ “แน่นอนว่าจากการศึกษาและพัฒนาบทไอรอนแมนนั้นผมรู้ดีว่าตัวละครมีความสอดคล้องกับเขา.. ทั้งคาแรกเตอร์, ส่วนที่ดีและไม่ดี เรื่องราวของ ไอรอน แมน เป็นเช่นนั้นจริงๆ ไม่ต่างจากการเดินทางของโรเบิร์ต" 
.

แม้ว่าสตูดิโอจะปฏิเสธแนวคิดในการคัดเลือกของผู้กำกับรายนี้ หลายต่อหลายครั้ง..แต่ จอน ฟาฟวโร ผู้เชื่อมั่นในตัวเขา จะต้องแสดงให้เห็นว่า “นี่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด” 
.

ถือเป็นการเดิมพันครั้งยิ่งใหญ่..ระหว่าง จอน และ สตูดิโอ 
และในที่สุดผลลัพธ์ก็ออกมาเป็นอย่างที่เรารู้กันดีว่า Iron Man ภาคแรกในปี 2008 ประสบความสำเร็จโดยทำเงินได้มากกว่า 500ล.usd ทั้วโลก...ซึ่งนำไปสู่ภาคต่อที่หลากหลายและทำให้ MCU (Marvel Cinematic Universe) เป็นแฟรนไชส์ภาพยนตร์ที่ทำกำไรได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยตัวเลขรายได้มากกว่า 2 หมื่น ล. usd.ทั่วโลก
.

จากความล้มเหลวในอดีตเป็นแรงผลักดัน ส่งผลให้ปัจจุบัน เขามีค่าตัวถึง 48 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดอันดับ 6 ของโลก ผู้คนต่างจดจำเขาในภาพลักษณ์ของมนุษย์เกราะเหล็ก อย่างแยกไม่ออก
และนั่นเป็นความคุ้มค่าที่ marvel studio ยอมจ่าย ให้กับชายผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดอย่างแท้จริงในการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของภาพยนตร์มาร์เวลตลอดทศวรรษที่ผ่านมา
.

“เราทุกคนต่างเคยผิดพลาด มันเป็นเส่วนหนึ่งของชีวิต แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเปลี่ยนสิ่งต่างๆให้ดีขึ้นไม่ได้”

4 เมษายน สุขสันต์วันเกิด “โทนี่ สตาร์ค” ไม่ใช่สิ…  
“โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์” (58)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ เคมบริ...