วันอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2566

"เฟรมเรท ของจิต"

"เฟรมเรท ของจิต"

         >>>บทความนี้ เขียนต่อเนื่อง จากบทความก่อนหน้า "พระพุทธเจ้า กับรางวัลโนเบล"

         ......... ในทางวิปัสสนากรรมฐาน ให้ความสำคัญกับขณิกสมาธิมาก (สมาธิชั่วขณะ) 

           หลายคนที่กำหนดอาการพองยุบ อาจสงสัยว่า ทำไมต้องมีคำว่า”หนอ” ปิดท้าย นั่นก็เพราะอาการพองใช้เวลานานกว่าคำว่าพอง ทำให้ขณิกสมาธิหายไปก่อนที่จะเห็นอาการพองสิ้นสุดลง เมื่อใส่คำว่าหนอเข้าไป เป็น พองหนอ ยุบหนอ ( คำว่าหนอยืดยาวได้) ทำให้มีสมาธิจนจบครบถ้วนกระบวนความ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป 

          แสงเทียนที่ลุกโชติช่วงดูเรียบเนียน ความจริงแล้วมีการเกิดดับ เกิดดับ ของสะเก็ดไฟกระจายอยู่ภายในมากมาย บทเพลงที่ไพเราะมีการเกิดดับของเสียงเครื่องดนตรีซ่อนอยู่ แม้แต่อิริยาบถของร่างกาย ก็มีการเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา สติที่ไวทำให้สามารถจับการเปลี่ยนแปลงได้ละเอียดมากขึ้น 

 การเห็นการเกิดดับ ของสิ่งต่างๆรอบตัวเร็วกว่าคนอื่น จะทำให้เกิดปัญญาหยั่งรู้เข้าใจเรื่องหลัก อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อย่างชัดเจน 

 นอกจากนั้น ยังทำให้ประสบความสำเร็จทางโลกอย่างยิ่งใหญ่ นักแต่งเพลงฝีมือเยี่ยม เห็นการเกิดดับของตัวโน๊ต เครื่องดนตรีได้ดีกว่า นักกีฬาระดับเทพเห็นการเคลื่อนไหวของคู่แข่งได้ไวกว่า นักการตลาดเห็นพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่า ฯลฯ
   
          ในยุคสมัยอนาล็อก เราไม่สามารถตัดต่อได้ ม้วนวิดีโอก็จะเล่นตั้งแต่ต้นเรื่องไปท้ายเรื่อง แต่ปัจจุบันระบบดิจิตอลทำให้เรารู้ว่า แต่ละช่วงมี frame ของมัน เราจะข้ามไปดูส่วนไหนก่อน หรือจะตัดส่วนที่ไม่ชอบออก ต่อเติม ตกแต่งภาพ ได้ตามใจชอบ  

เช่นเดียวกับความรู้สึกเวทนา ตัณหา ที่เราคิดว่ามันต่อเนื่อง เมื่อกำหนดสติไวขึ้น ละเอียดขึ้น จะรู้ว่า ความรู้สึกทั้งหลาย เกิดจากจิตขึ้นมารับอารมณ์ ซึ่งการเกิดดับของดวงจิต มีลักษณะไม่ต่อเนื่อง เช่นเดียวกัน

ถ้าเข้าถึง frame ของความรู้สึก จะสามารถตัดต่ออารมณ์ได้ รู้เท่าทันอารมณ์

            ปัจจุบันขณะของคลิปวิดีโอคือ ช่วงเวลาระหว่างภาพย่อยแต่ละภาพ ภาพเคลื่อนไหวต้องมีอย่างน้อย 20 ภาพต่อวินาที (Frame rate) ปัจจุบันขณะของคลิปนั้น จึงเท่ากับ 1/20 วินาที

            ถ้าภาพนั้นมี frame rate ที่ 60 fps แต่เรามีกำลังสติที่ไวเพียง 1/30 วินาที สติเราจะไม่สามารถจับการเกิดดับของภาพย่อยในนั้นได้ 

            การรับรู้โลกและจักรวาล เกิดจากจิตที่เกิดดับต่อเนื่องเป็นสายขึ้นมารับอารมณ์ จิตเกิดดับเร็วมาก เพียงชั่วเวลาดีดนิ้ว ก็มีจิตเกิดขึ้นแล้วดับไปนับล้านๆดวง  

             แต่ถ้าอยากประสบความสำเร็จทางโลก แค่จับframe rate ของปรากฏการณ์ในระดับ 1/100 วินาทีได้ ก็เหนือมนุษย์แล้ว เริ่มฝึกจับการเกิดดับ จากเรื่องง่ายๆก่อน เช่น การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ของอาการพองยุบขณะหายใจ เมื่อสติไวขึ้นค่อยเขยิบขึ้นไปจับ การเกิดดับของสิ่งที่เร็วกว่า 

          ไม่ต้องท้อแท้ว่าจะจับการเกิดดับของจิตไม่ได้แน่ สติอะไรจะไวในระดับ 1/ล้านล้านวินาทีได้ เพราะเมื่อถึงตอนนั้น จิตที่ไวกว่าแสงจะยืดเวลาหนึ่งวินาที ให้ยาวนานขึ้นเป็นล้านเท่าเช่นกัน

          ตามทฤษฎีสัมพัทธภาพ เวลาสามารถยืดออกได้ หนึ่งวินาทีของแต่ละคนยาวนานไม่เท่ากัน คนที่ฝึกจิตจะเห็นรายละเอียดการเกิดดับ ได้ชัดเจนขึ้นจากเวลาที่มีมากกว่าคนอื่น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ เคมบริ...