ระบบสุริยะของเรา (รวมถึงโลก) โคจรรอบศูนย์กลางทางช้างเผือกครบหนึ่งรอบใช้เวลาประมาณ 230–240 ล้านปี และเส้นโคจรนั้นไม่ได้เป็นวงกลมเรียบ แต่มีลักษณะโค้งขึ้นลงเป็นคลื่น คาดว่าโคจรตัดผ่านระนาบกลางกาแล็กซี (galactic plane) เป็นช่วง ๆ นักดาราศาสตร์เชื่อว่าการเคลื่อนขึ้นลงนี้ทำให้ระบบสุริยะตัดผ่านระนาบของทางช้างเผือกเป็นระยะ ๆ ตามรอบของวงโคจร ไม่ได้อยู่แค่บนระนาบเดียวตลอดเวลา
สาเหตุของการข้ามผ่านเกิดจากอิทธิพลแรงดึงดูดจากมวลรวมมหาศาลในกาแล็กซี ทั้งจากศูนย์กลางทางช้างเผือกและมวลของดาราจักรที่กระจายอยู่ในระนาบหลัก ผลนี้ทำให้ระบบสุริยะ “โยก” ขึ้นลงผ่าน galactic plane คล้ายกับลูกตุ้มที่เคลื่อนขึ้นลงขณะหมุนรอบจุดศูนย์กลางวงกลมขนาดใหญ่
มีบางสมมติฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เสนอว่า เมื่อระบบสุริยะโคจรผ่านระนาบทางช้างเผือกหรือ (galactic plane) อาจเกี่ยวข้องกับความถี่ของเหตุการณ์สูญพันธุ์ใหญ่บนโลก เนื่องจากเมื่อตัดผ่านระนาบนี้ มีความเป็นไปได้ที่แรงโน้มถ่วงจะรบกวนวัตถุในกลุ่มเมฆออร์ต (Oort Cloud) ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของดาวหางและอุกกาบาต ส่งผลให้วัตถุเหล่านี้มีโอกาสพุ่งเข้ามาในระบบสุริยะมากขึ้น
แนวคิดนี้ถูกนำมาถกเถียงในวงการดาราศาสตร์ เพราะบางช่วงที่โลกผ่าน galactic plane ตรงกับช่วงเวลาที่เคยเกิดเหตุการณ์สูญพันธุ์ครั้งใหญ่ เช่น การชนดาวเคราะห์น้อยที่ทำให้สิ้นสุดยุคไดโนเสาร์ แม้จะยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัด แต่งานวิจัยจำนวนหนึ่งก็เห็นว่าถ้าเกิดแรงรบกวนบ่อยขึ้นจริง โลกอาจจะเผชิญกับเหตุการณ์อุกกาบาตตกถี่ขึ้นและส่งผลต่อชีวิตบนโลกในระยะยาวได้
ช่วงเวลานั้น อาจกำลังวนมาถึงอีกครั้งนึงในตอนนี้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น