วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

สมองเป็นนาย กายเป็นบ่าว 4 บุคลิกภาพของสมองที่สั่งการและควบคุมคุณ

“No1 นักวิทยาศาสตร์สมอง สมองของคุณกำลังโกหกคุณอยู่หรือไม่ มาค้นหาความจริงกัน” 
นี่คือชื่อหัวข้อคลิป บทสนทนาในรายการ The Diary of CEO ของ สตีเว่น บาร์ทเลต

กับ DR. JILL BOLTE TAYLOR นักประสาทกายวิภาค จาก Harvard 
เจ้าของผลงานหนังสือ“Whole Brain Living” 
ก็ชวนให้ผมกดเข้าไปฟังด้วยความสนใจ 

และนี่คือสิ่งที่ผมจะสรุปมาเล่าให้คุณได้เข้าใจสมองของคุณมากขึ้นเกี่ยวกับ 
4 บุคลิกภาพของสมองที่สั่งการและควบคุมคุณ

ดร. เทย์เลอร์ เปิดบทสนทนาเกี่ยวกับความสนใจของเธอ
เธอบอกว่า เธอมีพี่ชายที่ป่วยเป็นจิตเภท ทำให้เธอสนใจ
และตั้งคำถามว่าทำไมพี่ชายเธอถึงมีอาการแบบนี้ 
นั่นจึงทำให้เธอหลงใหล ด้านชีววิทยาและกายวิภาค 

ดร. เทย์เลอร์ อธิบายว่าสมองของมนุษย์มี สี่ส่วนที่มีโครงสร้างทางกายวิภาคที่แตกต่างกัน 
ซึ่งกำหนดรูปแบบความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรมของมนุษย์โดยอัตโนมัติ 
เมื่อเราเข้าใจหน้าที่ของเซลล์สมองเหล่านี้ เราจะสามารถเลือกที่จะเป็นใครและเป็นอย่างไรในทุกช่วงเวลาได้
แต่ละคนมีบุคลิกภาพที่คาดเดาได้สี่แบบ (Four predictable character profiles) 
ตามลักษณะทางกายวิภาคของสมอง

1.บุคลิกภาพที่ 1 : เฮเลน หรือ สมองซีกซ้ายส่วนความคิด (Left Thinking)

    ◦ เป็นส่วนที่เน้นการใช้ ตรรกะ เหตุผล การวิเคราะห์ และรายละเอียด
    ◦ ชอบควบคุม ผู้คน สถานที่ สิ่งของ และเวลา
    ◦ เป็นศูนย์กลางของ อัตตา (Ego center) ที่กำหนดความเป็น "ฉัน"
    ◦ เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาษา การอ่าน การเขียน และคณิตศาสตร์
    ◦ สังคมให้คุณค่ากับสมองซีกซ้ายส่วนนี้มากเกินไป ทำให้เรามีแนวโน้มที่จะขาดความสมดุล
    ◦ ดร. เทย์เลอร์เรียกส่วนนี้ว่า "เฮเลน" (Helen) หรือ "hell on wheels" ซึ่งเป็นส่วนที่ทำงานได้ดีในการให้ข้อเท็จจริงและรายละเอียด

2. บุคลิกภาพที่ 2 : แอ็บบี้ สมองซีกซ้ายส่วนอารมณ์ (Left Emotion)

    ◦ เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การบาดเจ็บทางจิตใจ (trauma) ในอดีต
    ◦ มีแนวโน้มที่จะหาเหตุผลในการ ตอบสนองทางอารมณ์ อย่างรุนแรง
    ◦ ความอยาก (cravings) และการเสพติด (addiction) อยู่ในส่วนนี้ของระบบลิมบิก (Limbic System)
    ◦ สมองส่วนนี้มักจะไม่ค่อยมีความสุขเนื่องจากเก็บความเจ็บปวดในอดีตไว้
    ◦ ดร. เทย์เลอร์เรียกส่วนนี้ว่า "แอ็บบี้" (Abby)

3. บุคลิกภาพที่ 3 (Character 3): สมองซีกขวา ส่วนอารมณ์ (Right Emotion)

    ◦ เป็นส่วนที่เกี่ยวกับประสบการณ์ "ที่นี่และเดี๋ยวนี้" (right here right now) ทางอารมณ์
    ◦ มีความ สนุกสนาน ขี้เล่น เหมือนเด็ก เธอขยายว่า เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอารมณ์ความรู้สึก
    ◦ มักไม่คิดถึงผลที่ตามมาของพฤติกรรม และสมองส่วนนี้แหละที่ทำเราเข้าคุก เพราะทำอะไรแบบขาดการยั้งคิด
    ◦ เป็น "การหยุดพัก" หรือ "การเติมพลัง" ที่ช่วยลดความเครียด

4. บุคลิกภาพที่ 4 (Character 4): สมองซีกขวา ส่วนคิด (Right Thinking)

    ◦ เป็นส่วนแห่ง สติปัญญาและความรู้ (wisdom) ที่ได้มาจากการเรียนรู้และประสบการณ์
    ◦ ทั้งหมดที่ส่วนนี้สนใจคือความรู้สึกสงบสุขและความมหัศจรรย์ของการมีชีวิตอยู่
    ◦ เป็นส่วนที่เชื่อมโยงเราเข้ากับ สันติสุข (peace) และความรู้สึกของการเชื่อมต่อกับบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวตน (universe)

สมองส่วนฮิปโปแคมปัส คือส่วนที่ใช้สำหรับเรียนรู้
และสมองส่วนอะมิกดาล่า คือส่วนทำหน้าที่เป็นสัญญาณตรวจจับภัยคุกคาม และถามว่าคุณปลอดภัยไหม
ระบบสมองจะมี 2 ซีก คือสมองซีกซ้าย และ สมองซีกขวา
ยกตัวอย่างเหตุการณ์เมื่อเราเห็นงู 
อะมิกดาล่าด้านขวา(ส่วนอารมณ์) จะบอกว่า “อันตราย” ฉันจะปลอดภัยไหม 
แล้วจากนั้นอะมิกดาล่าด้านซ้าย(ส่วนตรรกะ) ก็จะบอกคุณว่า นั่นงู นั่นไม่ปลอดภัย ไล่มันไปหรือหนีไป 
เมื่อ อะมิกดาล่าของคุณสงบลง 
ฮิปโปแคมปัส ที่มีสองส่วนจะทำหน้าที่เรียนรู้เหตุการณ์นั้น 
ถ้าคุณกำจัด อะมิกดาล่า คุณจะไม่รู้สึกกลัวเลย 
ถ้าคุณกำจัด สมองส่วนภาษา คุณจะพูดไม่เป็นภาษา
ถ้าคุณกำจัด สมองส่วนทักษะเคลื่อนไหว คุณจะเป็นอัมพาต
ความสามารถที่เรามีขึ้นอยู่กับสมองส่วนความสามารถที่ทำหน้าที่นั้น 

ความไม่สมดุลและการใช้ชีวิตแบบ "สมองทั้งหมด"

• สังคมเรามีความเอนเอียงไปยังสมองซีกซ้าย (Left brain) มากเกินไป ซึ่งมุ่งเน้นที่ "ฉัน" (me) และทำให้เกิดปัญหาต่างๆ เช่น วิกฤตสุขภาพจิต ความเห็นแก่ตัว และการแบ่งแยก
• สมองซีกขวา (Right brain) มีความสนใจใน การเชื่อมต่อ (connection) และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ("เรา”)
• เป้าหมายคือการใช้ชีวิตแบบ "สมองทั้งหมด" (whole brain living) โดยการสร้างสมดุลระหว่างทั้งสี่ส่วน
• การฝึกฝน (Practice): ขั้นตอนแรกในการควบคุมสมองคือการ 
  สังเกตตัวเอง ว่ากำลังใช้บุคลิกภาพใดอยู่ (เช่น กำลังเป็น Character 1 ที่จัดระเบียบ หรือ Character 2 ที่เก็บความแค้น)

“เราสร้างสมดุลย์ของสมอง ด้วยการรู้ตัวว่าเรายังมีชีวิตอยู่ และนั่นเป็นของขวัญล้ำค่าที่สุด”

ในฐานะนักประสาทกายวิภาคศาสตร์เชิงเซลล์ (cellular neuroanatomist), ดร. เทย์เลอร์เน้นย้ำถึงการดูแลเซลล์สมอง:
• การนอนหลับ (Sleep): เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะช่วยให้ไมโครเกลีย (microglia) ออกมากำจัดของเสียและทำความสะอาดสมอง
• อารมณ์อยู่ได้เพียง 90 วินาที: หากคุณรู้สึกโกรธหรือมีอารมณ์รุนแรง วงจรปฏิกิริยาทางอารมณ์ (emotional reflex) จะใช้เวลาเพียง น้อยกว่า 90 วินาที หากคุณไม่คิดซ้ำๆ เพื่อกระตุ้นความคิดนั้นใหม่
• โภชนาการ (Nutrition): ควรทานผลไม้สดและผักสด หลีกเลี่ยงน้ำตาลและสารกันบูด เพราะสารเหล่านี้สามารถ "รักษาสภาพ" เซลล์ของคุณได้ น้ำตาลไม่ใช่ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ
• ความชุ่มชื้น (Hydration): ร่างกายของเราเป็นก้อนของเหลว (liquid ball) ขนาดใหญ่ ซึ่งเต็มไปด้วยเซลล์ที่มีน้ำอยู่ และต้องการความสมดุลของน้ำ
• การเคลื่อนไหว (Movement): การเคลื่อนไหวร่างกาย (เช่น การเต้นรำ) ช่วยให้เราเข้าสู่ Character 3 (ความสนุกสนาน) ซึ่งเป็นเหมือนการหยุดพักจากความเครียด

ดร. เทย์เลอร์ ประสบภาวะเส้นเลือดในสมองแตกในซีกซ้าย (hemorrhagic stroke) ในปี 1996 
ซึ่งทำให้ความสามารถในการใช้ภาษา ตัวตน (Jill Bolte Taylor) และตัวเลขหายไป
เธอใช้เวลา 8 ปีในการฟื้นตัว โดยต้องใช้สมองซีกขวาเพื่อสร้างวงจรประสาทของสมองซีกซ้ายขึ้นมาใหม่ 
เธอไม่ได้ตั้งใจที่จะกลับไปเป็นตัวตนเดิมก่อนที่จะเกิดอาการป่วย 
เธอถือว่า โรคหลอดเลือดสมองเป็นของขวัญ 
เพราะมันทำให้เธอเป็นอิสระจากการใช้ชีวิตตามความคาดหวังของผู้อื่น 
และทำให้เธอได้เชื่อมต่อกับความรู้สึกปีติสุข (blissful euphoria) 
และความรู้สึกมหัศจรรย์ของการมีชีวิต

ดร. เทย์เลอร์ย้ำว่า
ชีวิตของเรามีค่าเพียงพอที่จะหยุดพัก 30 วินาที 
(Take a breath Take a pause and save your own life) 
หายใจเข้าลึกๆ พักสักครู่ รักษาชีวิตเอาไว้ 

เมื่อเราเข้าใจกระบวนการทำงานบุคลิกของสมองทั้ง 4 ส่วน 
จะทำให้เราเข้าใจพฤติกรรมของผู้คนมากขึ้น 

นอกจากนี้ในรายการยังมีช่วงการทดลองฝึกสมอง ด้วยการสวมแว่นตาปิดทึบ
ซึ่งน่าสนใจมากๆ ใครที่ชอบเรื่องราวเกี่ยวกับ สมอง และ การเรียนรู้
สามารถเข้าไปชมคลิปเต็ม ผมแปะลิ้งไว้ให้เพิ่มเติมในคอมเมนต์นะครับ

#LessonB
#Edutalkmentforbetterlife
#Neuroscience

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ เคมบริ...