วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

เชื้อราที่กลืนกินรังสีนิวเคลียร์ ที่เชอร์โนบิล รัสเซีย ซึ่งปรากฏการณ์นี้ถูกเรียกว่า การสังเคราะห์รังสี (Radiosynthesis)

ภัยพิบัติเชอร์โนบิลในประเทศยูเครนเมื่อปี 1986 ถือเป็นหนึ่งในโศกนาฏกรรมที่น่ากลัวที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ส่งผลให้พื้นที่ในบริเวณดังกล่าวกว่า 30 กิโลเมตรกลายเป็นพื้นที่ต้องห้าม และรกร้างจนมาถึงปัจจุบันนี้

ในช่วงเวลาดังกล่าว นักวิทยาศาสตร์ได้พบกับรอยดำ ๆ บนผนังของเครื่องปฏิกรณ์หมายเลข 4 ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ ก่อนที่จะพบว่ามันคือเชื้อราสีดำที่ชื่อว่า Cladosporium sphaerospermum ที่ไม่ใช่แค่ทนทานต่อปริมาณรังสีที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ แต่มันยังเติบโตจากการดูดกลืนรังสีมาเป็นแหล่งพลังงานของมันเอง คล้ายกับพืชที่ใช้แสงอาทิตย์สังเคราะห์แสงอีกด้วย

หลังจากนั้น นักวิทยาศาสตร์จึงได้ทำการวิจัยเพิ่มเติมแล้วก็พบเชื้อราสีดำชนิดอื่น เช่น Wangiella dermatitis และ Cryptococcus neoformans เพิ่มอีก ซึ่งเชื้อราทั้ง 3 ชนิด มีเมลานินเช่นเดียวกับในสีผิวมนุษย์

แต่เมลานินของเชื้อราเหล่านี้ทำหน้าที่ต่างออกไป มันใช้เมลานินในการดูดซับรังสีเพื่อนำมาแปลงมาเป็นพลังงานที่ใช้งานได้ จนทำให้พวกมันสามารถเจริญเติบโตในพื้นที่ที่มีการสัมผัสกัมมันตภาพรังสีสูงได้อย่างเหลือเชื่อ

แม้ว่ากระบวนการนี้จะไม่เหมือนกับการสังเคราะห์แสงตรง ๆ แต่ก็มีจุดประสงค์ที่คล้ายคลึงกัน นั่นคือการแปลงพลังงานจากสิ่งแวดล้อมเพื่อการเจริญเติบโต ซึ่งปรากฏการณ์นี้ถูกเรียกว่า การสังเคราะห์รังสี (Radiosynthesis)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ เคมบริ...