กล้องเจมส์เว็บบ์เผยภาพ "เนบิวลาแมงมุมแดง"
นักดาราศาสตร์ใช้กล้องอินฟราเรดใกล้ (NIRCam) ของกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เว็บบ์ (JWST) ถ่ายภาพ "เนบิวลาแมงมุมแดง" ที่มีสีสันงดงาม และมีโครงสร้างราวกับแมงมุมขนาดใหญ่ในห้วงอวกาศ
เนบิวลาแมงมุมแดง (Red Spider Nebula) หรือที่รู้จักในชื่อ NGC 6537, ESO 590-1 และ IRAS 18021-1950 เป็นเนบิวลาดาวเคราะห์ (Planetary Nebula) ขนาดใหญ่ มีรัศมีราว 3.6 ปีแสง และอยู่ห่างจากโลกประมาณ 12,420 ปีแสง ในกลุ่มดาวคนยิงธนู (Sagittarius) เนบิวลาแห่งนี้ถูกค้นพบโดยเอ็ดเวิร์ด ชาร์ลส์ พิกเคอริง (Edward Charles Pickering) นักฟิสิกส์และนักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ค.ศ. 1882
เนบิวลาแมงมุมแดง และเนบิวลาดาวเคราะห์อื่น ๆ เป็นเศษซากที่หลงเหลือจากการสิ้นอายุขัยของดาวฤกษ์ เมื่อดาวฤกษ์เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของชีวิต มันจะขยายตัวกลายเป็น "ดาวยักษ์แดง" (Red Giant) ที่เย็นตัวลง จากนั้นแกนกลางของดาวจะยุบตัวลงอย่างรุนแรง พร้อมกับการขยายตัวของชั้นเปลือกนอกออกสู่ห้วงอวกาศในรูปร่างต่าง ๆ รังสีอัลตราไวโอเลตพลังงานสูงจากแกนกลางที่ยังคงหลงเหลืออยู่ จะทำให้แก๊สบริเวณเปลือกนอกแตกตัวเป็นไอออน และเกิดการเรืองแสงในที่สุด กระบวนการสิ้นอายุขัยของดาวฤกษ์นี้ใช้เวลาประมาณไม่กี่หมื่นปี แต่จะทิ้งไว้ซึ่งเศษซากที่สวยงามและมีรูปร่างหลากหลายแตกต่างกันไปในจักรวาล
จากภาพของกล้องเจมส์เว็บบ์ แสดงให้เห็นตำแหน่งของดาวฤกษ์บริเวณใจกลางที่ส่องสว่างสีแดง ในขณะที่ข้อมูลช่วงแสงที่ตามองเห็น (optical) ของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล ดาวฤกษ์บริเวณใจกลางนี้จะแสดงและส่องสว่างเป็นสีน้ำเงิน เนื่องจากกล้อง NIRCam นั้นมีความไวต่อแสงอินฟราเรดสูง ทำให้สามารถเห็นดาวฤกษ์รวมถึงกลุ่มแก๊สและฝุ่นร้อนบริเวณใจกลางเป็นสีแดงได้
นักดาราศาสตร์คาดว่าแก๊สและฝุ่นร้อนบริเวณใจกลางของเนบิวลานี้มีโอกาสที่จะก่อตัวเป็นโครงสร้างดิสก์รอบใจกลาง และคาดว่าจากโครงสร้างคล้าย "นาฬิกาทราย" รวมถึงลักษณะโครงสร้างของแก๊สที่ไหลออกสู่ห้วงอวกาศ บ่งบอกว่าบริเวณใจกลางของเนบิวลาอาจไม่ใช่เพียงดาวฤกษ์ดวงเดียว แต่อาจจะเป็นระบบดาวคู่
ภาพของเนบิวลาแมงมุมแดงความละเอียดสูงจากกล้องเจมส์เว็บบ์ ยังเผยให้เห็นกลุ่มสสารที่พุ่งออกจากใจกลางทั้งสองฝั่ง เป็นเส้นใยแก๊สที่ยื่นออกมาจากใจกลางคล้ายกับ "ขาของแมงมุม" รวมถึงสสารเหล่านี้เปล่งแสงสีน้ำเงินจากโมเลกุล H2 ที่ประกอบด้วยอะตอมไฮโดรเจนสองอะตอม โดยเส้นใยสสารเหล่านี้ขยายตัวออกไปไกลถึง 3 ปีแสง และส่งผลให้เกิดโครงสร้างคล้าย "ฟองอากาศ" ที่โป่งออกเป็นเวลาหลายพันปี
นอกจากนี้นักดาราศาสตร์พบว่าแก๊สยังคงไหลออกจากศูนย์กลางของเนบิวลา และโครงสร้างคล้าย ตัว "S" ที่มีสีม่วงบริเวณใจกลาง แสดงถึงอะตอมของเหล็กที่แตกตัวเป็นไอออน (ionized iron atoms) ซึ่งบ่งบอกว่ามีกระแสลมดาวฤกษ์ที่พุ่งออกจากใจกลางของเนบิวลา และชนเข้ากับเปลือกสสารที่ขยายออกสู่อวกาศก่อนหน้านี้ ทำให้เกิดเป็นโครงสร้างระลอกคลื่นที่เห็นในภาพ
เรียบเรียง : กฤษดา รุจิรานุกูล - เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ สดร.
อ้างอิง : Webb Captures Red Spider Nebula | Sci.News
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น