ปี 2024... โลกจารึกชื่อของชายคนนี้ในฐานะเจ้าของรางวัล "โนเบลสาขาฟิสิกส์" รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งจะได้รับ แต่ในขณะที่คนทั้งโลกกำลังปรบมือสรรเสริญ... ชายชราคนนี้กลับมีแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล เขาไม่ได้พูดถึงความสำเร็จที่หอมหวาน... แต่เขาพูดถึง "ความกลัว" เขาคือ Geoffrey Hinton (เจฟฟรีย์ ฮินตัน) ชายผู้ได้รับฉายาว่า "The Godfather of AI" (เจ้าพ่อแห่งปัญญาประดิษฐ์) ทำไมบิดาผู้ให้กำเนิด... ถึงกลัวลูกของตัวเอง? ทำไมคนที่สร้างเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลก... ถึงบอกว่า "ถ้าเลือกได้ ผมอาจจะไม่ทำมัน" วันนี้เราจะย้อนเวลากลับไปดูเส้นทางชีวิตของชายผู้จุดไฟในพายุหิมะ... และกำลังพยายามดับไฟนั้นด้วยตัวเขาเอง
ย้อนกลับไปยุค 70s และ 80s... ถ้าคุณเดินเข้าไปในมหาวิทยาลัยแล้วบอกว่า "ผมจะสร้างคอมพิวเตอร์ที่คิดได้เหมือนสมองคน" คุณจะถูกหัวเราะเยาะครับ ยุคนั้นคือยุค "AI Winter" (ฤดูหนาวของ AI) นักวิจัยระดับโลกบอกว่า "โครงข่ายประสาทเทียม" (Neural Networks) มันตายไปแล้ว มันเป็นเรื่องเพ้อฝัน ไร้สาระ ไม่มีทุนวิจัย... ไม่มีใครจ้างงาน... แต่มีผู้ชายคนหนึ่งที่ "ดื้อด้าน" อย่างถึงที่สุด เจฟฟรีย์ ฮินตัน เชื่อมั่นในสิ่งเดียวครับ... เขาเชื่อว่า "ถ้าสมองคนเราเรียนรู้ได้ด้วยการเชื่อมต่อเซลล์ประสาท... คอมพิวเตอร์ก็ต้องทำได้สิ!" เขาทำงานเงียบๆ ในห้องแล็บที่ไม่มีใครสนใจ... ทนคำดูถูกเหยียดหยามมานานกว่า 30 ปี คุณลองจินตนาการดูนะครับ... การทุ่มเททั้งชีวิตให้กับสิ่งที่คนทั้งโลกบอกว่าเป็น "ขยะ" ต้องใช้จิตใจที่แข็งแกร่งขนาดไหน?
และในความมืดมิดนั้น... เขาค้นพบกุญแจสำคัญที่ชื่อว่า "Backpropagation" อธิบายง่ายๆ คือ... มันคือวิธีสอนให้คอมพิวเตอร์ "รู้จักเรียนรู้จากความผิดพลาด" เหมือนเด็กที่หัดเดิน... ล้มแล้วจำ... จำแล้วปรับ... ปรับแล้วเดินใหม่ ฮินตันและลูกศิษย์ค่อยๆ วางรากฐานนี้อย่างเงียบเชียบ... รอวันที่โลกจะพร้อม
แล้ววันนั้นก็มาถึง... ปี 2012 ในการแข่งขัน ImageNet... การแข่งขันทายภาพด้วยคอมพิวเตอร์ ทีมของฮินตัน ที่ประกอบด้วยตัวเขา และลูกศิษย์อีก 2 คน (หนึ่งในนั้นคือ Ilya Sutskever ที่เราเพิ่งเล่าไป) เปิดตัวโมเดลที่ชื่อว่า AlexNet วินาทีนั้น... โลกตะลึง! AI ของฮินตัน ทายภาพได้แม่นยำแบบทิ้งห่างคู่แข่งไม่เห็นฝุ่น จาก "เรื่องเพ้อฝัน" กลายเป็น "ความมหัศจรรย์" Google, Facebook, Microsoft วิ่งเข้าหาเขาพร้อมเช็คเปล่า! เทคโนโลยี Deep Learning (การเรียนรู้เชิงลึก) ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ ถ้าไม่มีเจฟฟรีย์ ฮินตัน ในวันนั้น... เราจะไม่มีระบบสแกนหน้า... ไม่มี Google Translate... และแน่นอน ไม่มี ChatGPT ในวันนี้ เขาคือนักปฏิวัติที่เปลี่ยนโลกด้วยความเชื่อเพียงลำพัง
ฮินตันทำงานที่ Google ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา เขามีความสุขที่ได้เห็นสิ่งที่เขาสร้างเติบโต... จนกระทั่ง... ปี 2023 เขาเริ่มสังเกตเห็นบางอย่างที่เปลี่ยนไป เมื่อก่อน เขาเชื่อว่า AI เป็นแค่การ "เลียนแบบ" สมองมนุษย์ที่ยังไงก็ด้อยกว่า แต่เมื่อเขาเห็น GPT-4... เมื่อเขาเห็น PaLM... เขาตระหนักได้ว่า "เฮ้ย... นี่มันไม่ใช่แค่การเลียนแบบแล้ว" "แต่มันกำลังจะเหนือกว่าเรา" สมองคนเราส่งข้อมูลหากันด้วยความเร็วที่จำกัด... แต่ AI ส่งข้อมูลหากันด้วยความเร็วแสง AI ตัวหนึ่งเรียนรู้เรื่องแมว... AI อีกพันตัวรู้เรื่องแมวทันที มันคือ "Hive Mind" (จิตจักรวาล) ที่มนุษย์ไม่มีวันตามทัน วินาทีนั้น... Godfather คนนี้... เริ่ม "กลัว"
พฤษภาคม 2023... เจฟฟรีย์ ฮินตัน ในวัย 75 ปี ตัดสินใจลาออกจาก Google ไม่ใช่เพื่อไปเกษียณเลี้ยงหลาน... แต่เพื่อที่จะได้ "พูดความจริง" ได้อย่างอิสระ เขาเดินสายเตือนคนทั้งโลกว่า: "สิ่งที่เรากำลังสร้าง มันอาจจะฉลาดกว่าเราในไม่ช้า... และเรายังไม่มีวิธีคุมมัน" หลายคนเปรียบเทียบเขาว่าเป็น Robert Oppenheimer (บิดาระเบิดปรมาณู) แห่งยุคดิจิทัล ชายผู้สร้างอาวุธที่ทรงพลังที่สุด... แล้วใช้ช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ พยายามบอกโลกไม่ให้กดปุ่มยิง รางวัลโนเบลที่เขาได้ในปี 2024... จึงไม่ใช่แค่รางวัลแห่งความสำเร็จ แต่มันคือ "เครื่องขยายเสียง" ที่ทำให้คำเตือนของเขาดังไปทั่วโลก
เจฟฟรีย์ ฮินตัน ไม่ได้บอกให้เราหยุดพัฒนา AI เขาไม่ได้บอกให้เราทุบคอมพิวเตอร์ทิ้ง แต่เขาบอกให้เรา "ตระหนัก" เขาบอกว่า "อย่าปล่อยให้การแข่งขันทางธุรกิจ มาอยู่เหนือความปลอดภัยของเผ่าพันธุ์"
เรื่องราวของเขา สอนให้เรารู้ว่า... ความฉลาด (Intelligence) เป็นสิ่งที่มีค่า... แต่ ปัญญา (Wisdom) ในการควบคุมความฉลาดนั้น... มีค่ามากกว่า วันนี้ Godfather ได้ทำหน้าที่ของเขาจบแล้ว... คือการสร้าง และ การเตือน ส่วนหน้าที่ต่อไป... ว่าจะใช้สิ่งนี้สร้างสวรรค์ หรือ นรก... มันอยู่ในมือของพวกเราทุกคนครับ
#MewSocial #ArtificialIntelligence #TechHistory #NobelPrize2024 #FutureTrends
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น