- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
1. เอาแต่งาน แต่ไม่สนใจคุณภาพชีวิตของลูกน้อง
.
หัวหน้างานที่ดี จะต้องใส่ใจทั้งเป้าหมายของงาน และคุณภาพชีวิตของลูกน้องอย่างควบคู่กัน ไม่ใช่มุ่งแต่ทำให้งานบรรลุเป้าหมายอย่างเดียว คิดแต่จะทำให้ KPI ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นยอดขาย หรือผลประกอบการเป็นไปตามเป้าก็พอ ลูกน้องจะมีความเป็นอยู่อย่างไรไม่เคยสนใจ ลองคิดดูนะครับ บริษัทที่มียอดขาย และกำไรเติบโตดีมาก แต่พนักงานที่ทำงานกับบริษัทกลับมีเงินเดือนต่ำกว่าตลาด มีหนี้มีสินล้นพ้นตัว ทำงานมาเป็นสิบปี ก็ยังไม่สามารถที่จะวางแผนซื้อบ้านเป็นของตนเองได้ ไม่มีเงินเพียงพอที่จะสนับสนุนการศึกษาให้กับลูก ฯลฯ บริษัทที่อยู่ในสภาวะเอาเปรียบพนักงานแบบนี้ พนักงานจะขาดแรงจูงใจที่จะเติบโตไปพร้อมกับบริษัท ขาดการมีส่วนร่วมกับบริษัท หากวันใดบริษัทต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงที่ท้าทายอย่างมาก หรือประสบกับปัญหาวิกฤติผู้นำ บริษัทก็ยากที่จะปรับตัวเพื่อเอาตัวรอดจากวิกฤติได้ ดังนั้นหัวหน้างานที่ดี จะใส่ใจแต่เป้าหมายของงานอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องคอยติดตามคุณภาพชีวิตของลูกน้องด้วย ว่าลูกน้องในทีมมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามการเติบโตของบริษัทหรือไม่ บริษัทร่ำรวยขึ้น ลูกน้องก็ต้องมีชีวิตที่มั่นคงขึ้นสอดคล้องกัน องค์กรที่เกื้อกูลกันอย่างเป็นธรรมแบบนี้ จึงจะเป็นองค์กรที่มีความยั่งยืน
.
2. ลูกน้อง ไม่ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติมจากการทำงานเลย
.
การทำงานที่ดี เมื่อผ่านไปปีหนึ่งๆ ทั้งคนที่เป็นหัวหน้า จะต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า ในปีนี้ลูกน้องของตนได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติม มีอะไรที่เขาเก่งขึ้น มีทักษะใหม่ๆ อะไรเพิ่มขึ้น ถ้าหัวหน้าตอบในจุดนี้ไม่ได้ ก็แสดงว่า หัวหน้าไม่สามารถทำให้ลูกน้องของตน เก่งขึ้นได้เลย มีแต่ใช้ให้เขาทำงาน แต่ไม่สามารถมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้แก่เขาได้ นอกจากนี้การที่ลูกน้องไม่ได้เรียนรู้เพิ่มเติมจากการทำงาน อันที่จริงมันก็เป็นการสะท้อนว่า ตัวหัวหน้าเอง ก็ไม่ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติมจากงานเช่นกัน หัวหน้าที่เป็นอย่างนี้หลายคนไม่รู้ตัวเองนะครับ แทนที่จะโทษตัวเอง กลับไปด่าว่าลูกน้องว่า “โง่ ขาดสติปัญญา” ซึ่งการด่าลูกน้องแบบนี้ ก็ไม่ต่างจาการด่าตัวเอง หัวหน้างานแบบนี้มีแต่ะจะทำให้องค์กรดักดาน ขาดการพัฒนาครับ
.
3. ตำหนิลูกน้องในที่สาธารณะ
.
หัวหน้าสามารถติติงลูกน้องได้นะครับ แต่ควรติติงกันในพื้นที่ส่วนตัวระหว่างหัวหน้า และลูกน้องเท่านั้น ไม่ใช่ไปด่าลูกน้องโชว์ในพื้นที่สาธารณะ การพูดคุยระหว่างหัวหน้า และลูกน้องเป็นการส่วนตัว เป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกัน และจะทำให้หัวหน้าได้ซักถามถึงรายละเอียดของปัญหาจากลูกน้องอย่างครบถ้วน รวมทั้งเปิดโอกาสให้ลูกน้องได้อธิบายถึงเหตุผลต่างๆ ด้วย หลายครั้งพอหัวหน้าได้รับฟังคำชี้แจงจากลูกน้องแล้ว ก็จะเกิดความเข้าใจมากขึ้น จากที่เคยโกรธก็จะคลายอคติลง หรือบางครั้งที่เคยโกรธก็หายโกรธ เพราะเป็นการเข้าใจผิดกันก็มี การด่าประจานลูกน้องในที่สาธารณะมีแต่โทษ ไม่มีประโยชน์เลยครับ นอกจากลูกน้องจะไม่มีความนับถือแล้ว คนที่ฟังอยู่ก็จะนึกประณามคนที่เป็นหัวหน้าอยู่ในใจอีกด้วย ยิ่งถ้าเรื่องที่ด่า เป็นเรื่องที่เข้าใจผิด ออกตัวล้อฟรี หากลูกน้องชี้แจงสวนในที่ประชุม ก็จะยิ่งจำทำให้หัวหน้าเสียผู้เสียคนเลยได้ หรือต่อให้ลูกน้องเงียบกริบ แต่คนที่ฟังอยู่เขาก็รู้ครับว่า หัวหน้ากำลังปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่ม เขาก็จะนึกดูถูกหัวหน้าอยู่ในใจ มองยังไงการด่าลูกน้องในที่สาธารณะ ก็มีแต่ข้อเสีย ไม่มีข้อดีเลยครับ
.
4. เลือกปฏิบัติกับลูกน้อง
.
การแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เลือกปฏิบัติกับลูกน้อง เช่น ใครจบมาจากสถาบันการศึกษาเดียวกับหัวหน้า หรืออยู่ในกลุ่มก๊วนเดียวกันกับหัวหน้า ก็จะได้รับการดูแลจากหัวหน้าเป็นพิเศษ มีโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงานที่ดีกว่าคนที่จบจากต่างสถาบัน หรืออยู่นอกก๊วน องค์กรไหนที่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เล่นพรรคเล่นพวกแบบนี้ การบริหารงานจะมีแต่ความล้มเหลว เพราะแทนที่ลูกน้องจะตั้งใจทำงาน เพื่อใช้ผลงานเป็นกลไกในการสร้างความก้าวหน้าในอาชีพการงาน ลูกน้องจะเอาเวลาไปวิ่งเต้นหาพวก สร้างกลุ่มสร้างมุ้ง ใช้เส้นใช้สายในการไต่เต้า จนไม่เป็นอันทำการทำงาน คนที่มีพรรคมีพวก ต่อให้ไม่มีผลงานอะไรก็ยังมีโอกาสเติบโต คนที่ไม่มีเส้นสาย ไม่มีรุ่น ต่อให้ตั้งใจทำงานแทบตายอย่างไร ก็ไม่มีใครเห็นค่า องค์กรแบบนี้ไม่มีทางเจริญได้เลยครับ มีแต่จะล้าหลังรอวันล่มสลาย
.
5. เอาแต่ด่าเสียดสี เหยียดหยามศักดิ์ศรีลูกน้อง
.
ในกรณีที่ลูกน้องมีพฤติกรรมในการทำงานที่ไม่ดี หรือมีความบกพร่องในหน้าที่ หัวหน้าตำหนิติติงได้นะครับ แต่ต้องติติงโดยใช้คำพูดที่ให้เกียรติ เจาะจงไปที่เนื้องานว่าบกพร่องตรงไหน พฤติกรรมอะไรที่ลูกน้องไม่สมควรทำ พร้อมกับแนะนำแนวทางในการแก้ไข และปรับปรุง ให้กับลูกน้องรับทราบ การติติงที่สร้างสรรค์แบบนี้ จะทำให้ลูกน้องพัฒนาขึ้น แต่สิ่งที่หัวหน้าที่ไม่ดีชอบทำ ก็คือ การด่าเสียดสี และเหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของลูกน้อง ดูแคลนวุฒิการศึกษา เสียดสีที่ชาติกำเนิด เอาเรื่องส่วนตัวมาบูลลี่ การด่าแบบนี้ไม่มีทางทำให้ลูกน้องทำงานได้ดีขึ้นเลยครับ มีแต่จะกดขี่ทำให้ลูกน้องรู้สึกคับแค้นใจเพิ่มมากขึ้น บ่มเพาะค่านิยมที่ไม่ดีให้กับองค์กร
.
6. ใช้อำนาจในการบีบบับคับให้ลูกน้องทำงานนอกหน้าที่โดยจำยอม
.
หัวหน้าที่ดีจะต้องใช้งาน หรือมอบหมายงานให้ลูกน้องปฏิบัติงานตามหน้าที่เท่านั้น ไม่ใช้งานลูกน้องในเรื่องส่วนตัว เช่น ใช้ลูกน้องทำงานส่วนตัว ใช้ลูกน้องไปซื้อข้าวปลาอาหารให้ สั่งให้ไปรับลูกทื่โรงเรียนให้ ฯลฯ หัวหน้าต้องตระหนักอยู่เสมอว่า ลูกน้องไม่ใช่ทาส และคนที่จ่ายเงินเดือนให้กับลูกน้อง คือ บริษัท ไม่ใช่หัวหน้า ยิ่งพฤติกรรมที่เป็นการรีดไถเบียดบังลูกน้อง เช่น การบังคับ หรือกึ่งบังคับให้ลูกน้องมาซื้อสินค้าที่ตนเองขาย การขอความร่วมมือแต่จริงๆ แล้วเป็นการใช้อำนาจกลายๆ ในการขู่บังคับให้ลูกน้องต้องเสียเงินเสียทองเพื่อทำให้หัวหน้าได้หน้าได้ตา ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับเนื้องานเลย เช่น การบังคับให้ลูกน้องเช่าบูชาวัตถุมงคล การบังคับให้ลูกน้องซื้อบัตรสอยดาว ฯลฯ พฤติกรรมแบบนี้ ไม่ใช่การบังคับบัญชา แต่เป็นการใช้อำนาจบาตรใหญ่ ขูดรีด เอาเปรียบลูกน้อง ซึ่งไม่ใช่พฤติกรรมที่หัวหน้างานพึงกระทำครับ
ผลิตโดย วิโรจน์ ลักขณาอดิศร
พรรคก้าวไกล 167 ชั้น 4 ซ.รามคำแหง 42
หัวหมาก บางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
จำนวน 1 โพสต์
วันที่ผลิตตาม ว/ด/ป ที่ปรากฏ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น