วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566

“คิดบวก”

“คิดบวก” 

       คนเรามักคิดกันว่า โชคชะตาในอนาคตถูกกำหนดไว้แล้ว  ความจริงแล้วไม่ใช่  ทั้งโชคและโอกาสมีพลวัตรอยู่ตลอดเวลา เหมือนผีเสื้อที่บินไปมา  คนที่จะประสบโชคหรือมีโอกาส คือคนที่วิ่งเข้าไปไขว่คว้าเท่านั้น  ไม่ใช่การถือสวิงอยู่เฉยๆแล้วรอให้ผีเสื้อวิ่งเข้ามาชน

       สิ่งหนึ่งที่แตกต่างกันระหว่างคนที่คิดบวกกับคิดลบ ก็คือ  คนคิดบวกจะแสวงหาโอกาสอยู่เสมอ และเตรียมตัวให้พร้อม แต่คนคิดลบ จะรอให้โอกาสวิ่งเข้ามาชน และแม้ว่ามีโอกาสเข้ามาจริงๆเขาก็จะพลาดเพราะเตรียมตัวไม่พร้อม

     การคิดบวก จะทำให้มองเห็นศักยภาพทั้งหมดที่มีอยู่ และเห็นโอกาสเต็มไปหมด  มีทางเลือกให้ทำได้มากกว่าหนึ่ง เพราะเห็นความไปได้ในทุกๆทาง  ในขณะที่คนคิดลบจะคิดว่า ทางโน้นก็มีอุปสรรค ทางนั้นก็ไม่สะดวก  ดังนั้นเมื่อเริ่มต้นทำงานไปแล้วเกิดเจออุปสรรคขึ้นมา คนคิดบวกสามารถเสนอทางออกใหม่ หรือวิธีการใหม่ได้เร็วกว่าคนคิดลบ เพราะเขาเห็นทางเลือก เห็นโอกาสมาก่อนหน้านั้นแล้ว  แต่คนคิดลบ เมื่อเจออุปสรรคในทางใดทางหนึ่ง เขาจะเลิกคิดถึงทางอื่นๆ เพราะมองไม่เห็น 

     คนคิดบวกมีความยืดหยุ่นในการทำงานสูง และมีแผนสอง แผนสามอยู่ในใจ  ชีวิตเต็มไปด้วยความฝัน พร้อมกับแรงบันดาลใจ   เมื่อผิดหวังหรือล้มเหลวจะไม่รู้สึกท้อแท้  พยายามฝ่าฟันไปจนประสบความสำเร็จในที่สุด 
 
      คนคิดบวกมองเห็นโอกาสในอุปสรรค แต่คนคิดลบมองเห็นอุปสรรคแม้จะมีโอกาส

      ผู้เขียนจบมัธยมต้นจากโรงเรียนอัสสัมชัญ  ทุกครั้งที่เกิดวิกฤติหรืออุปสรรค บราเดอร์จะบอกว่า นั่นคือพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า เพื่อสอนให้เราพยายามมองหาโอกาสจากวิกฤตินี้  และแน่นอนด้วยพลังแห่งศรัทธา ก็ทำให้มองเห็นโอกาสขึ้นมาจริงๆ 

        ถ้ารู้สึกว่ามืดแปดด้าน จงหาทางออกด้านที่เก้าให้เจอ มันมีอยู่ถ้าคิดดีๆ
      เราคงเคยได้ยินคำว่า ฟิล์มเนกาทีฟ ( - )  คือฟิล์มถ่ายภาพที่ยังไม่ได้อัดเป็นภาพโพสิทีฟ ( + )   จะเห็นได้ว่า แม้เป็นภาพเดียวกัน ภาพลบจะดูน่ากลัวกว่าภาพบวกมาก  ในชีวิตจริงก็เช่นกัน เราสามารถกำหนดได้ว่าจะเลือกให้ภาพในความรู้สึกของเราเป็นแบบไหน  ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับวิธีคิดนั่นเอง

     ความคิดสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีความคิดบวกต่อสิ่งนั้นก่อน  ในสมัยที่วอลท์  ดิสนีย์ ชีวิตกำลังตกต่ำในช่วงวัยหนุ่ม เขาต้องไปนอนตามสถานีรถไฟ และเห็นหนูอยู่เต็มไปหมด ขณะที่ไล่หนูไป เขาก็มองเห็นภาพบวกในตัวหนู และนำมาสร้างเป็นมิคกี้เม้าส์ ที่ครองใจเด็กๆไปทั่วโลก   

          ในทางการแพทย์พบว่า  ขณะที่คิดลบปริมาณเลือดที่ไหลไปเลี้ยงสมองลดลงอย่างมาก อันเป็นผลเนื่องมาจากฮอร์โมนที่ทำให้เส้นเลือดหดตัว เกิดความเครียด ความดันขึ้นสูง  ตรงกันข้ามกับคนที่กำลังคิดบวก ในสมองจะมีแต่เอนโดรฟิน และโดพามีน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้เลือดมาเลี้ยงสมองมากขึ้น มีความสุข มีสติ เกิดปัญญา  แน่นอนว่า เมื่อเลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้น การคิดวิเคราะห์  การตัดสินใจ ก็จะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

           มองไปที่คนใกล้ตัวคุณ มองให้เห็นส่วนบวกในตัวเขา แล้วนำมาใส่ไว้ในใจคุณ  ปฏิกิริยา ปฏิสัมพันธ์ ของคุณที่มีต่อเขาหรือเธอจะเปลี่ยนไป  กฎของนิวตันบอกไว้ว่า แรงกิริยาย่อมเท่ากับแรงปฏิกิริยา  แน่นอนว่า การตอบสนองที่ได้รับจะต้องเปลี่ยนไป และเป็นการดึงส่วนบวกในตัวเขาขึ้นมาล้างส่วนลบที่มีอยู่  เช่นสามีใจร้อนมาก แต่รักลูก คุณสามารถดึงความรักนั้น ขึ้นมาลดความใจร้อนได้

         นักฟุตบอลกองหน้าที่เก่งฉกาจ ให้มาเล่นเป็นกองหลังก็ถูกยิงเละเทะ  แต่โค้ชมองเห็นจุดบวกของเขา จึงดึงมาเป็นศูนย์หน้า ซึ่งจะช่วยลบล้างจุดอ่อนในการเป็นกองหลังของเขาทันที

           มองจุดบวกของคนรอบตัว แล้วดึงขึ้นมา คุณจะเป็นที่รักของคนทั่วไปมากมาย  ในโลกนี้ไม่มีใครดีพร้อม คู่ชีวิตในอุดมคติไม่มีจริง ที่เขาอยู่กันได้ เพราะเขาเลือกมองส่วนบวกของกันและกัน

            การมองบวกก็จะทำให้มีขันติมากขึ้น   ขันติ คือ ความอดทน อดได้ ทนได้ เพื่อบรรลุความดีงามและความมุ่งหมายอันชอบในอนาคต สามารถอดทนต่อความลำบาก ความคับแค้นใจ  และไม่เกิดทุกข์  รู้จักรอคอยเวลาเพื่อที่จะพ้นจากจุดนั้นได้อย่างมีสติ มีความสุข

            บางครั้งที่ชีวิตเจออุปสรรค อาจไม่ต้องทำอะไรเลย ใช้ขันติ รอให้เวลาผ่านเลยไป เมื่อกรรมเบาบางลง อุปสรรคหรือวิกฤตินั้นก็จะหมดไปเอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ เคมบริ...