วันพฤหัสบดีที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2566

Taylor Swift กล่าวบนเวที iHeartRadio Music Awards 2023

"ฉันไม่เคยตื่นขึ้นมาในตอนเช้าแล้วถามตัวเองว่าวันนี้ฉันจะทำอะไร? เพราะฉันจะค้นหาสิ่งใหม่ๆ ผู้คนมักต้องการตัวอย่างของสิ่งที่ทำแล้วประสบผลสำเร็จ แต่ฉันคิดว่าการเดินไปข้างหน้าแล้วหาไอเดียใหม่ๆ เป็นหนทางที่ยอดเยี่ยมที่สุด ฉันรู้สึกขอบคุณมากที่แฟนๆ สนับสนุนฉันในเรื่องต่างๆ เช่น การเปลี่ยนแนวเพลง หรือการบันทึกเพลงเก่าทั้งหมดของฉันขึ้นมาใหม่"

“สิ่งที่เกี่ยวกับค่ำคืนอันสุดพิเศษ และรางวัลนี้ ฉันอยากให้ทุกคนรู้ โดยเฉพาะคนหนุ่มสาว ว่านับร้อยนับพันความคิดโง่ๆ ที่กลายมาเป็นไอเดียชั้นดีของฉันคือ คุณต้องอนุญาตให้ตัวเองล้มเหลว ฉันพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อจะไม่ต้องเจอกับความล้มเหลวเพราะมันน่าอาย แต่ฉันก็อนุญาตให้ตัวเองเสี่ยงถ้าผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นเช่นนั้น เลือกทำในสิ่งที่ใช่ และรู้สึกกับมัน แล้ววันหนึ่งจะมีคนมองเห็นความสร้างสรรค์ของคุณค่ะ" 

Taylor Swift กล่าวบนเวที iHeartRadio Music Awards 2023 ที่เพิ่งประกาศผลไปเมื่อ 27 มี.ค. ซึ่งเธอชนะทั้งหมด 5 รางวัล ได้แก่ Song Of The Year, Best Lyrics, Tiktok Bop Of The Year, Favorite Use Of A Sample และ Innovator Award

#VERYRADIO #TAYLORSWIFT

วันอังคารที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2566

ประชาธิปไตย ในปรัชญา หลวงพ่อชา สุภทฺโท วัดหนองป่าพง

ครั้งหนึ่งมีโยมเข้าไปกราบ หลวงพ่อชา แล้วนำเรื่อง การเมืองเข้าไปสนทนาด้วย 

โยม - หลวงพ่อครับ ผมว่ามีประชาธิปไตยก็ดีนะครับ ผู้คนจะได้เคารพในการตัดสินใจของคนหมู่มากเป็นหลัก

หลวงพ่อชา - มันก็ไม่ถูกต้องเสมอไปหรอกโยม

โยม - ไม่ถูกต้องยังไงครับ

หลวงพ่อชา - ยกตัวอย่าง มีแมลงวัน 20 ตัว มีแมลงผึ้ง 10 ตัว แมลงวัน 20 ตัว บอกว่าอุจจาระหอมหวานอร่อยดี แต่แมลงผึ้ง 10 ตัว บอกว่า น้ำผึ้งหอมหวานอร่อยดี 

ถ้าพูดตาหลัก'ประชาธิปไตย' แมลงวันชนะแมลงผึ้ง เพราะคะแนนเสียงมากกว่า แมลงผึ้งแพ้เพราะคะแนนเสียงน้อยกว่า

เราเป็นมนุษย์ชื่อว่าเป็น สัตว์ประเสริฐ มีปัญญามากกว่าสัตว์เหล่านั้น เราควรจะเชื่อใครดี 

โยม ก้มกราบ สาธุ สาธุ สาธุ
หลวงพ่อคิดได้ยังไง?

หนึ่งเสียงของคนดี มันจะเท่ากับ หนึ่งเสียงของคนชั่ว ได้ยังไง หนึ่งเสียงของคนฉลาด มันจะเท่ากับหนึ่งเสียงของคนโง่ได้ยังไง  

ฉะนั้นต้องทำให้คนส่วนใหญ่เป็นคนดีและฉลาด โดยเน้นเรื่องการศึกษา ประชาธิปไตย ต้องมาคู่กับปัญญา

คำสอน พระโพธิญาณเถร วิ.
(หลวงพ่อชา สุภทฺโท วัดหนองป่าพง)

วันพฤหัสบดีที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2566

สาเกตนคร เมืองร้อยเอ็ด ไม่ใช่เมือง “11” ประตู




ดังนั้น “เมืองร้อยเอ็ด” เป็นชื่อชุมชนใหม่ของไทไตลาว ที่โยกย้ายเข้าไปอยู่ใหม่ทับซ้อนเมืองโบราณรูปสี่เหลี่ยมมุมมน

ส่วนเมืองโบราณรูปสี่เหลี่ยมมุมมนไม่ชื่อ “เมืองร้อยเอ็ด” และถึงขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานบอกความจริงว่าชื่ออะไร?

แผนที่ทหารเมืองร้อยเอ็ดถูกทำขึ้นใหม่ พ.. 2483 คูน้ำกำแพงดินของเมืองโบราณถูกรบกวนเปลี่ยนสภาพอย่างต่อเนื่องหลายครั้งเมื่อ 165 ปีมาแล้ว ตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี เมื่อ พ.. 2318 ช่องตามคันดินว่ามีนับสิบสิบเอ็ดสิบแปด ฯลฯ ถูดขุดเจาะโดยคนกลุ่มใหม่ที่เข้ามาตั้งบ้านเรือนสมัยกรุงธนบุรีจนถึงสมัยที่ทำแผนที่ เพื่ออำนวยความสะดวกทางการคมนาคมเข้าออกในชีวิตประจำวัน จึงไม่มีมาแต่เดิม ดังนั้นใช้อ้างเป็นหลักฐานเรื่อง “สิบเอ็ดประตู” ไม่ได้ (เว้นเสียแต่ดันทุรัง)

[ภาพคัดลอกจากแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกา กำหนดบริเวณเขตปลอดภัยในราชการแห่งจังหวัดทหารบกร้อยเอ็ด พ.. 2483 แสดงให้เห็นว่าคันดินรอบคูเมืองร้อยเอ็ดมีมากกว่า 11 ช่อง (นับได้ 18 ช่อง)]


แถลงการณ์จากผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองร้อยเอ็ด

จากการที่มีหน่วยงานราชการบางแห่งทำการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นจริงว่านามร้อยเอ็ดมาจากคำว่าสิบเอ็ดประตู ทั้งยังมีการใช้อำนาจทำการผลิตซ้ำข้อสันนิษฐานอันล้าหลังอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะสร้างความเสียหายทางวิชาการแล้วยังเป็นการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จแก่สาธารณชนในวงกว้าง ในนามของผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองร้อยเอ็ด จึงขอให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ดังนี้

นามเมืองร้อยเอ็ด เป็นชื่อที่มาจากตำนานอุรังคธาตุ กล่าวถึงเมืองสาเกตนครที่มีอำนาจมากจนท้าวพญาร้อยเอ็ดหัวเมืองต่างอ่อนน้อมในอำนาจเมืองแห่งนี้จึงได้สมญานามว่าเมืองร้อยเอ็ดประตู (หมายความว่ามีอำนาจแผ่ไปทุกทิศไม่ได้หมายความว่ามีประตูเป็นจำนวนร้อยเอ็ดประตูจริงๆอันมีความหมายสอดคล้องกับคำว่าทวารวดี แปลว่าเมืองที่ประกอบด้วยประตูและรั้ว

อย่างไรก็ดี หลายสิบปีที่ผ่านมามีผู้สันนิษฐานว่า เมืองนี้มีเพียงสิบเอ็ดประตู เนื่องจากการเขียนตัวเลขสิบเอ็ดของคนอีสานนั้นเขียนว่า 101 ต่อมาคนภายนอกไม่เข้าใจวิธีการเขียนการอ่านของคนอีสาน จึงอ่านผิดเป็นร้อยเอ็ดประตู

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ได้ถูกกรมศิลปากรหักล้างไปเป็นที่เรียบร้อยมาราว 10 ปีมาแล้วจากการตรวจสอบของนักภาษาโบราณของกรมศิลปากรไม่พบว่าในตำนานอุรังคธาตุมีการเขียนชื่อเมืองร้อยเอ็ดประตูด้วยตัวเลข หากแต่เขียนเป็นตัวอักษรทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้ข้อเสนอเรื่องสิบเอ็ดประตูจึงเป็นอันต้องยุติ เนื่องจากไม่มีหลักฐานใดๆ รองรับ

ทั้งที่เรื่องสิบเอ็ดประตูเป็นเพียงข้อเสนอที่ล้าหลังทั้งยังถูกหักล้างไปแล้ว ยังมีหน่วยงานราชการบางแห่งพยายามยัดเยียดข้อมูลดังกล่าวแก่สังคมอย่างต่อเนื่องผ่านงานเทศกาล และกิจกรรมทางการศึกษา ทั้งที่งบประมาณของกิจกรรมเหล่านี้ล้วนมาจากภาษีของประชาชน ซึ่งควรนำมาใช้ศึกษาหาความรู้บนหลักฐานอย่างมีเหตุผลแล้วเผยแพร่ความรู้ที่อยู่บนพื้นฐานของความจริง

ในนามของผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองร้อยเอ็ด จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานเหล่านั้นหยุดเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ได้มีหลักฐานรองรับ และหยุดความพยายามในการใช้อำนาจบิดเบือนให้ยอมรับเรื่องเมืองสิบเอ็ดประตู โดยมีทางออกคือให้ศึกษาและเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นที่ยอมรับทางวิชาการจากการศึกษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และโบราณคดีซึ่งจะเป็นการสร้างประโยชน์ทางปัญญาแก่ชาวร้อยเอ็ดอย่างแท้จริง

ปริญ รสจันทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด (12 มีนาคม 2566


วัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

สุจิตต์ วงษ์เทศ
วันที่ 5 เมษายน 2566 - 18:30 น.
ผู้เขียน สุจิตต์ วงษ์เทศ

กิจกรรมผลิตซ้ำความเท็จที่จังหวัดร้อยเอ็ด ว่าร้อยเอ็ดเป็นเมือง “สิบเอ็ดประตู” งานนี้กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งลบ และบวก

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด (วธ. ร้อยเอ็ด) กระทรวงวัฒนธรรม เป็นเจ้าภาพประกวดคำขวัญได้ตามต้องการว่า “สิบเอ็ดประตูเมืองงาม” ซึ่งเป็นข้อมูลเท็จ เพราะไม่มีหลักฐานวิชาการรองรับ [พบข้อมูลในหนังสือพิมพ์ พิราบข่าว รายเดือน (ฉบับมีนาคม 2555 หน้า 6) และ มติชนออนไลน์ (วันอังคารที่ 4 เมษายน 2566 เวลา 19.35 น.)]

Advertisment
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด (พช. ร้อยเอ็ด) กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม จัดนิทรรศการแสดงประวัติความเป็นมาของเมืองร้อยเอ็ด โดยมีเอกสารประกอบเพื่อแสดงหลักฐานว่าชื่อร้อยเอ็ดมาจาก “อุรังคธาตุ” ตำนานพระธาตุพนม จารเป็นอักษรธรรมบนสมุดข่อยว่า “เมืองร้อยเอ็ดประตู” (ไม่จารเป็นตัวเลข) ดังนั้นที่ว่าร้อยเอ็ดมี “สิบเอ็ดประตู” จึงไม่ถูกต้อง

ผลิตซ้ำความเท็จ

Advertisement

กิจกรรมผลิตซ้ำความเท็จที่จังหวัดร้อยเอ็ด ยังมีต่อเนื่องนับสิบๆ ปี แต่ไม่มีความเคลื่อนไหวจาก วธ. ร้อยเอ็ด เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดซึ่งส่งผลเสียหายทางการศึกษาและ “ซอฟต์ เพาเวอร์” ที่ วธ. ตีปี๊บ

กรณีเมืองร้อยเอ็ดเป็นประเด็นทางวิชาการหลายด้าน เช่น ประวัติศาสตร์, อักษรศาสตร์ ฯลฯ ซึ่งเป็น “จุดอ่อน” ของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดส่วนมาก (ไม่เฉพาะ วธ. ร้อยเอ็ด) ดังนั้น วธ. จึงจัดโครงการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากรของหน่วยงาน ดังนี้

Advertisement

“กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดโครงการนักบริหารงานวัฒนธรรมระดับต้น (นบต.วธ.) ปี 2566 ให้แก่ข้าราชการประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้ได้รับความรู้ พัฒนาทักษะ และสมรรถนะในการพัฒนาตนเองได้เหมาะสมกับบทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบของตำแหน่ง ให้พร้อมปฏิบัติงานได้อย่างมืออาชีพ เป็นบุคลากรที่มีสมรรถนะที่จำเป็นและทันสมัย สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้กับการขับเคลื่อนภารกิจของส่วนราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน” (ข่าวสด ฉบับวันจันทร์ที่ 3 เมษายน 2566 หน้า 2)

 เรื่องแรก ที่ วธ. ควรทำกรณีข้อความอันเป็นเท็จในคำขวัญจังหวัดร้อยเอ็ด คือเร่งแบ่งปันเผยแพร่สิ่งที่ถูกต้องตามหลักฐานวิชาการว่า “ร้อยเอ็ด” คือ “ร้อยเอ็ด” ไม่ใช่ “สิบเอ็ด” เพราะหลายปีผ่านมาผู้มีอำนาจยัดเยียดสถานศึกษาใน จ. ร้อยเอ็ด ให้ครูบอกนักเรียนท่องจำคำขวัญจังหวัดที่มีข้อความอันเป็นเท็จว่า “สิบเอ็ดประตูเมืองงาม”

ครูในโรงเรียนต้องอยู่ในอำนาจท้องถิ่น ไม่กล้าขัดขืนทั้งๆ รู้ว่าเป็นเท็จ แม้อาจารย์ภาษาไทยในมหาวิทยาลัยก็ปิดปาก

เรื่องต่อไป คือกิจกรรม “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” ของ วธ. ควรมีคำอธิบายที่มาจากการตรวจสอบค้นคว้าวิจัยอย่างมาตรฐาน “สากล” (ไม่ “แบบไทย”) เพราะคำอธิบายของ วธ. ที่ผ่านมาส่วนมากผิดพลาดคลาดเคลื่อน ส่งผลให้สถานศึกษาและประชาชนทั่วประเทศที่ใช้อ้างอิงต้องเข้าใจในทางวิปริตตามไปด้วย

ตรงนี้มีปัญหามาก เพราะมาตรฐาน “สากล” มีไม่มากในระบบการศึกษาไทย ซึ่งดูจากมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะสาขามนุษยศาสตร์ส่วนมากสะเปะสะปะ เหมือน “เข้าทรง” หรือ “เข้าทิพย์”

“สิบเอ็ดประตู” ไม่ใช่ตำนานท้องถิ่น

มีผู้ถูกทำให้เข้าใจว่า “สิบเอ็ดประตู” เป็นตำนานท้องถิ่นอีสาน แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่ หากเป็นความเห็นของนักค้นคว้าที่มีผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้

“ร้อยเอ็ดประตู” เป็นตำนานแท้ เมืองร้อยเอ็ด คือ “เมืองร้อยเอ็ดประตู” เป็นโวหารอุปมาอุปไมยอยู่ในตำนานพระธาตุพนม (อุรังคธาตุ) เกือบพันปีมาแล้ว แต่บันทึกเป็นอักษรธรรมเมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว มีต้นฉบับใบลานอยู่ในหอสมุดแห่งชาติ (กรมศิลปากร)

ส่วนเมืองร้อยเอ็ดมี “สิบเอ็ดประตู” และ “สิบเอ็ดเมืองบริวาร” เป็นงานสร้างใหม่ด้วยความเข้าใจผิดพลาดคลาดเคลื่อนทางประวัติศาสตร์และอักษรศาสตร์ของนักค้นคว้าคนหนึ่งเมื่อ 45 ปีที่แล้วนี้เอง (พ.ศ. 2521) หลังจากนั้นถูกขยายผลโดยการเมืองท้องถิ่นต่อเนื่องจนปัจจุบัน

ดังนั้น เมืองร้อยเอ็ดมี “สิบเอ็ดประตู” และ “สิบเอ็ดเมืองบริวาร” ไม่ใช่ตำนานเดิม และไม่เรียก “ตำนาน” เพราะเป็นความเห็นส่วนตัวของนักค้นคว้าคนนั้นซึ่งจะยกเป็นบรรทัดฐานไม่ได้จึงเทียบไม่ได้กับตำนาน “ล็อกเนสส์” ในสกอตแลนด์

ในทางตรงข้าม เมืองร้อยเอ็ดคือ “เมืองร้อยเอ็ดประตู” มาจากตำนานเดิมแท้จากอุรังคธาตุมีเรื่องพญานาคยังสืบเนื่องความเชื่อจนทุกวันนี้ ซึ่งเทียบได้กับ ตำนาน “ล็อกเนสส์

สงบ ใจ


“สงบ” เอาไว้..ใช้ กับ “ใจ”
“สว่างไสว” เอาไว้..ใช้ กับ “จิต”

“พินิจ” เอาไว้..ใช้ กับ “สมอง”
“กลั่นกรอง” เอาไว้..ใช้ กับ “หู”

“รอบรู้” เอาไว้..ใช้ กับ “ปัญญา”
“พิจารณา” เอาไว้..ใช้ กับ “คำพูดวาจา”

“จรรยามารยาท” เอาไว้..ใช้ กับ “การกระทำ”
“หลักธรรมคำสอน” เอาไว้..ใช้ กับ “ชีวิต”


วันพุธที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2566

ด้วยคุณค่าของชีวิตในความเป็น "มนุษย์"

คนนึง…นอนร้องไห้
เพราะไม่มีเงินเรียนต่อ
อีกคน...นอนร้องไห้
เพราะแม่ไม่ยอมถอยป้ายแดงให้
คนนึง...ทุรนทุราย
เพราะแบตโทรศัพท์จะหมด
อีกคน...ไม่มีแม้แต่เงิน
จะเปลี่ยนฟิล์มกระจกที่แตก
คนนึง...บ่นลงเฟส
ฝนตกอะไรตอนนี้ว่าจะไปช็อปปิ้ง หมดอารมณ์
อีกคน...ขายของตลาดนัด
วิ่งเก็บของทั้งน้ำตา ลงทุนซื้อของมา
ยังขายไม่ได้ทุนเลย
คนนึง...โพสต์ด่าร้านอาหาร
ที่รสชาติไม่ถูกปาก ถูกใจ
อีกคน...ไม่มีแม้กระทั่ง
เงินจะซื้อมาม่าห่อละหกบาทกิน
คนนึง...หงุดหงิดที่เน็ตช้า
ดูซีรี่ย์สดุด ไม่พอใจ
อีกคน...จ่ายค่าเน็ตรายวัน
ไม่มีตังค์มากพอจะจ่ายรายเดือน
คนนึง...ทะเลาะกับแฟนที่มารับสาย
อีกคน...ทั้งชีวิต ไม่มีใครมารับเลยสักครั้ง
คนนึง...ไม่เคยรักใคร “นอกจากตัวเอง”
อีกคน...ไม่มีใครให้รักเลย
คนนึง...ตะคอกพ่อแม่ทุกวันที่มาเจ้ากี้เจ้าการมากมาย
อีกคน...อยากเห็นหน้าแม่สักครั้ง
ก็ทำได้แค่ดูรูปถ่ายที่ยายทิ้งไว้ให้
คนนึง...ไม่เคยกลับมากินข้าวบ้านที่แม่เตรียมไว้
อีกคน...ตั้งแต่เกิดมา
ก็เห็นแม่แค่ในรูปที่มีกระถางธูปปักอยู่
หลายคนไม่พอใจ
สิ่งที่ตัวเองมีอยู่ และไม่รู้ว่า “มีค่า”
ในขณะที่หลายคนกำลัง “อยากมีชีวิตแบบเรา”
นี่แหละ.. “คน”........................

    "ไม่มีใครที่เกิดมาสมบูรณ์แบบ เราเองก็ไม่สมบูรณ์แบบเช่นกัน" แม้เราจะไม่สมบูรณ์แบบ แม้จะเคยทำผิดพลาด แม้จะเจอกับเรื่องราวนานัปการที่ทำให้รู้สึกเจ็บปวด ก็สามารถปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาตนเองให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นต่อไปได้ ถึงเวลาแล้วที่เราจะได้รักตัวเอง เข้าใจผู้อื่น และยอมรับโลกใบนี้ไปด้วยกัน ผ่านหนังสือ "จงรักในความไม่สมบูรณ์แบบของตัวเอง" เล่มนี้ ที่จะช่วยให้เรารักและพัฒนาตนเอง เพื่อให้จิตใจเติบโต 

1. ความรัก ดั่งแม่ที่คอยเฝ้าดูลูกรักที่มีเพียงหนึ่งเดียวของตน
2. ความสัมพันธ์ เหมือนจันทร์เต็มดวงสองดวงส่องแสงให้กันและกัน
3. ความเห็นอกเห็นใจ หากรักเขา จงอยู่เคียงข้างเขา
4. ความกล้าหาญ เหมือนแสงสว่างในความมืด
5. ครอบครัว รักแรกของฉัน บาดแผลแรกของฉัน
6. การเยียวยา ได้พบกับสายตาที่มองมาด้วยความเห็นใจ
7. ตัวตนที่แท้จริง ใจที่ตื่นอยู่ในความสงบ
8. การยอมรับ เมื่อเราอนุญาตให้เราเป็นเรา

วันอังคารที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2566

" ชีวิตมันก็เหมือนการเดินทาง "

.
" ชีวิตมันก็เหมือนการเดินทาง "
นั้นคือเรื่องจริงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หลายคนวางแผนแน่น สุดท้ายพอไปจริง
หลงทางซะงั้น แล้วต้องทำไงต่อละ ?
.
สุดท้ายเราก็ต้องคิดหาแพลนใหม่
หลายคนเลือกลุยหาทางไปต่อจนเจอ
หลายคนเปลี่ยนเป้าหมายของการเดินทาง
หลายคนเปลี่ยนเส้นทางของการเดินทาง
.
ชีวิตเราต่างต้องเรียนรู้ในการปรับตัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต
สุดท้ายแล้วเราก็รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ไม่ใช่หรอ
นั้นแหละคือการปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง
.
อย่าได้เกรงกลัวกับการเปลี่ยนแปลง
ปรับตัวให้อยู่รอดให้ได้และใช้ชีวิตให้มีความสุขกันเถอะ 

 1. "เวลาชีวิตลดลง" 
เลิกเสียดายอดีตที่แก้ไขไม่ได้ 
และทำข้างหน้าให้ดีที่สุด

2. "ความสุข" ไม่ได้วัดจากการมีมากหรือน้อย 
แต่อยู่ที่เราพอใจในจุดไหนและเมื่อไหร่

3. "พบ พราก จาก ลา" มันคือเรื่องธรรมดา 
และวันหนึ่งมันก็จะวนมาเพราะมันคือ 
วัฏจักร ต้องทำตัวให้ชินเสมอ

4. "สิ่งที่ควบคุมไม่ได้" 
เราก็ควรปล่อยวาง ไม่ใช่ดันทุรังทำมัน

5. "พอใจในสิ่งที่เรามี" อย่าอิจฉาคนขี้อวด 
นอกจากเขาจะไม่หยุดและเขาก็ยังทำต่อไปไม่สิ้นสุด

6. "ไม่มีใครเก่งทุกเรื่อง" และไม่มีใครไม่เก่งเลย 
ต่างคนต่างมีข้อดีและข้อเสียของตัวเอง

7. "อย่าคิดเยอะ" ทำวันนี้ให้ได้ดีสุด 
เรื่องของวันพรุ่งนี้ปล่อยให้เป็นของวันพรุ่งนี้ แค่นี้ก็สุขใจ

8. "ช่างมัน ช่างแม่ง ไม่เป็นไร" 
หัดใช้มันบ้างในบางเรื่อง บางเวลา บางสิ่ง
อาจจะพอดีในความไม่สมบูรณ์

9. "เสียใจ" ใครๆก็เป็น แต่อย่าเสียดาย 
อย่างน้อยมันคือประสบการณ์ชีวิต

10. "ชัดเจน" กับตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจ 
มันดีกว่าปล่อยให้ดำเนินไปอย่างครึ่งๆกลางๆ

11. "คาดหวัง" = "ผิดหวัง"
ควรมีเท่าๆกัน แล้วจะเจ็บน้อยลง

12. อะไรไม่ใช่ของๆเรา พยายามแค่ไหนมันก็ไม่ใช่ 
ถ้ามันใช่มันจะเข้ามาในช่วงเวลาที่ถูกที่ควร

13. "เลิกยึดติด" ทุกสิ่งเปลี่ยนไป
ตามวันและเวลา รวมถึงจิตใจคน

14. "อย่าเก็บความรู้สึกแย่ๆ" ไว้คนเดียว 
ควรปล่อยมันออกมาบ้าง และเลือกวิธี
ที่ทำแล้วไม่ให้ใครเดือดร้อน

15. "อย่าดูถูกผู้อื่น" ในวันที่เราทำได้ดี 
บางครั้งมันอาจจะเกิดขึ้นกับเราในวันที่เราล้ม

16. "ความผิดหวัง" มองให้เป็นประสบการณ์ 
เพื่อนำไปแก้ไขและพัฒนาให้ดีขึ้น

17. "อดีต" เป็นตัวกำหนดปัจจุบัน 
ทำปัจจุบันให้เป็นตัวกำหนดอนาคตดีกว่า 
จงอย่ารื้อฟื้นอดีตถ้ามันไม่สวยงาม 
เก็บไว้เป็นเพียงความทรงจำ

18. "คนที่เรารัก" ควรนึกถึงเขาบ้าง
ในวันที่เขาสามารถโต้ตอบเราได้ ไม่ใช่ในวันลา

19. "บั้นปลายชีวิต" ไม่รู้จะเป็นยังไง
หรือมันอาจจะไม่มีจริง จงอยู่กับปัจจุบัน 
บางครั้งปลายทางชีวิตมันอาจจะสั้นกว่าที่เราคิด

20. การมีชีวิตและลมหายใจในตอนนี้เป็นสิ่งดี 
ดังนั้นก็ควรทำสิ่งดีๆ นอกจากจะดีกับตัวเอง
และยังดีกับผู้อื่น ให้โลกคิดถึงเรา
ในความดีตอนไม่มีชีวิตและลมหายใจ
...ชีวิตก็แค่นั้น...
#ชีวิตก็แค่นั้น #สามก๊ก #ปรัชญาจีน #คำคม #ปรัชญาชีวิต #ปรัชญา #สอนใจ #เตือนตนเอง

วันจันทร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2566

'พันเอกชัยชาญ หาญนาวี' ทหารหาญผู้เป็นวีรบุรุษอยู่ผู้กล้าของอเมริกา ที่ถูกจารึกชื่อเอาไว้ ใน "Hall of Hero's"

'ชัยชาญ หาญนาวี'
 ทหารหาญ ผู้กล้า อดีตเชลยศึกสงครามเวียดนาม ทหารต่างชาติคนเดียวที่ได้รับการยกย่องจากสหรัฐฯ ที่ถูกจารึกชื่อเอาไว้ เพื่อ เป็นวีรบุรุษอยู่ใน "Hall of Hero's"
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 กลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อการจากไปของบุคคลสำคัญ ในครอบครัวคนไทย ครอบครัวหนึ่ง ซึ่งน้อยคนนักจะรู้ว่ามีเหตุสืบเนื่อง จากอะไร บุคคลคนนั้นคือ พันเอกชัยชาญ หาญนาวี


แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า ในนามของสหรัฐอเมริกา ข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัว ญาติมิตร และสหายผู้เคยร่วมรบของ พันเอกชัยชาญ หาญนาวี ในการถึงแก่กรรมของท่านเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาที่จังหวัดลพบุรี



พันเอก "ชิพ" ชัยชาญ เป็นทหารรบพิเศษแห่งกองทัพไทย ผู้ตกเป็นเชลยศึกที่ถูกคุมขังยาวนานที่สุดที่เรือนจำฮัวโลในกรุงฮานอยเมื่อช่วงสงครามเวียดนาม (เรือนจำแห่งนี้ยังเป็นที่รู้จักในชื่อว่า "ฮานอยฮิลตัน") พันเอกชัยชาญเป็นเชลยศึกผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกันกับวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ จอห์น แมกเคน, พลเรือเอกเจมส์ สตอกเดล และเหล่าทหารผู้กล้าอีกหลายนาย

ท่านถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำฮัวโลเป็นระยะเวลาเกือบสิบปี และต่อมาท่านได้รับเหรียญกล้าหาญ ซิลเวอร์สตาร์ และเครื่องอิสริยาภรณ์ ลีเจียนออฟเมอริตจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติและความกล้าหาญของท่านที่ได้ช่วยเหลือเชลยศึกชาวอเมริกันที่ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำ

ข้าพเจ้าและเจ้าหน้าที่ชาวอเมริกันที่ประจำอยู่ที่ประเทศไทยต่างรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รู้จักกับพันเอกชัยชาญ ท่านเป็นผู้ที่มีความกล้าหาญ ถ่อมตน และเฉลียวฉลาดเป็นอย่างยิ่ง ดังคำกล่าวของผู้แต่งที่ไม่ปรากฏนามซึ่งอธิบายช่วงชีวิตของทหารกล้าผู้นี้ได้เป็นอย่างดีว่า

"ผู้ที่กล้าหาญเผชิญได้แม้ความตาย แต่ผู้ที่อยู่กับความหวาดกลัวก็เปรียบเสมือนใช้ชีวิตอย่างสูญเปล่า"....

พันเอกชัยชาญ หาญนาวี เป็นชาวพระนครศรีอยุธยา เข้ารับราชการทหารประจำที่ลพบุรี อดีตสมาชิกสภาเทศบาลเมืองลพบุรี ไม่เป็นที่รู้จักของคนไทย แต่บรรดาทหารอเมริกันในสงครามเวียดนามต่างรู้จักเขาดี เพราะท่านคือบุคคลที่ช่วยชีวิตทหารอเมริกา

กว่า 50 ปีที่แล้ว ท่านคือทหารพลร่มของกองรบพิเศษที่ 1 ค่ายวชิราลงกรณ์ จังหวัดลพบุรี เข้ารับราชการทหารประจำที่ลพบุรี ถูกส่งไปรบในลาวเป็นพลวิทยุ

วันที่ 21 พฤษภาคม 2508 เป็นวันหยุดที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของพันเอกชัยชาญไปอย่างถาวร มีนักบินอเมริกันกลุ่ม Air America ชวนไปเป็น Spotter เดินทางโดยเครื่องบินจากเชียงลมไปส่งเสบียงตามฐานในลาว ปรากฏว่าถูกยิงเครื่องตก ทหารในเครื่องเสียชีวิตหมด เหลือเพียงท่านกับนักบิน แม้พยายามหลบหนีแต่สุดท้ายถูกจับได้ ถูกนำไปขังที่ค่ายเดียนเบียนฟู ซึ่งคนไทยรู้จักดีจากภาพยนตร์ "แหกค่ายนรกเดียนเบียนฟู"

หลังเป็นเชลยศึกที่ค่ายเดียนเบียนฟู ถูกซ้อมอย่างหนัก ความเจ็บปวด ขมขื่น ความทารุณและโหดร้าย รวมทั้งสภาพจิตใจภายใต้ภาวะกดดันเช่นนั้น เขาผ่านมันมาได้ด้วยจิตใจอันเด็ดเดี่ยว ด้วยเกียรติของชายชาติทหาร ความกตัญญูต่อแผ่นดินเกิด ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่ง


ท่านถูกจับใส่ขื่อคาอยู่นานถึง 2 ปี 10 เดือน ต้องนอนแช่ขี้แช่เยี่ยวของตัวเอง ได้อาบน้ำเดือนละครั้ง ไม่ได้พูดไม่ได้คุยกับใครเป็นเวลาถึง 5 ปีเนื่องจากถูกขังเดี่ยว และสุดท้ายต้องถูกเข้าห้องมืดอีก 6 เดือน


หลังจากนั้นถูกส่งไปที่ค่ายในฮานอย (ฝรั่งสแลงเรียกว่า Hanoi Hilton) ไปอยู่ที่นั่น 1 ปีก็ได้รับหน้าที่เป็นคนทำความสะอาด จึงทำให้ได้พบปะเชลยศึกคนอื่น จนไปเจอเชลยนักบินเวียดนามใต้ ทีแรกก็พูดกันไม่รู้เรื่องต้องใช้ภาษามืกัน จนกระทั่งท่านเรียนรู้ภาษาได้บ้าง นายทหารเวียดนามก็ให้ท่านช่วยแอบลักลอบส่งกระดาษรหัสลับติดต่อกับเชลยศึกคนอื่นๆ ซึ่งส่วนมากก็เป็นทหารอเมริกัน


จนในที่สุดนายทหารเวียดนามก็สอน Tap Code ให้ท่าน และก็พยายามศึกษาภาษาอังกฤษจนใช้สื่อสารได้ การกระทำของท่านเสี่ยงต่อชีวิตมากเพราะถ้าโดนจับได้ตายสถานเดียว พันเอกชัยชาญขโมยกระดาษดินสอให้พวกเชลยศึก แม้กระทั่งลักลอบแบ่งอาหารให้เชลยคนอื่นที่แย่กว่าท่าน จนรัฐบาลอเมริกาเจรจากับเวียดนามเหนือ เรื่องให้ปล่อยตัวเชลยศึกจาก Hanoi Hilton การเจรจาเป็นผลสำเร็จ เวียดนามปล่อยเชลยศึกกลับบ้าน


แต่พันเอกชัยชาญยังไม่ได้รับการปล่อยตัว ท่านถูกส่งไปที่ Pho Yen ซึ่งมีเชลยศึกทหารไทยอยู่ 216 นาย ในระหว่างที่อยู่ที่นั่นถูกทรมานทารุณหนัก เพราะเวียดนามเหนือต้องการให้ท่านเกลี้ยกล่อมเชลยศึกไทยให้เป็นคอมมิวนิสต์ แต่ท่านไม่ยอม


ในขณะเดียวกันหลายเดือนต่อมา อดีตเชลยศึกชาวอเมริกันที่ท่านช่วยไว้ก็ได้มีการถามไถ่กันว่ามีข่าวคราวว่าท่านไปอยู่ไหนเป็นอย่างไรบ้าง แต่ไม่มีใครรู้ พวกเขาจึงรวมตัวกันไปร้องเรียนต่อรัฐบาลอเมริกาให้ช่วยตามหา สุดท้ายหาเจอและนำไปสู่การเจรจากันระหว่างอเมริกา ไทย และเวียดนามเหนือให้ปล่อยเชลยศึกทหารไทย


หลังจากที่ถูกกักขังเป็นเวลา 9 ปี 4 เดือน 8 วัน ซึ่งเป็นเชลยศึกที่ถูกกักขังนานที่สุดในสงครามเวียดนาม กลับมาเจอเหตุการณ์หักมุมสุดๆ ภรรยามีสามีใหม่ไปแล้ว ตอนท่านกลับมาได้รับพระราชทานยศชั้นนายพันแล้ว เพราะกองทัพไทยคิดว่าคงหายสาบสูญไปในสงครามแล้ว แต่เมื่อยังมีชีวิตอยู่ก็ได้กลับมา รับราชการเหมือนเดิม ไม่มีใครกล้าถอดยศพระราชทาน




การช่วยเหลือทหารอเมริกันหนนั้น มีหนึ่งในทหารอเมริกันที่กลายเป็นบุคคลสำคัญของอเมริกานั่นคือ จอห์น แมกเคน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ แมกเคนเป็นนักบินเครื่องบินจู่โจมจากเรือบรรทุกเครื่องบิน ได้มีส่วนร่วมในสงครามเวียดนามจนเกือบเสียชีวิตในสมรภูมิปี 2510 จากเหตุการณ์ Forrestal fire


จากนั้นในระหว่างการปฏิบัติภารกิจทิ้งระเบิดในเวียดนามเหนือช่วงปลายปี 2510 เขาถูกยิงและได้รับบาดเจ็บสาหัส ตกเป็นเชลยศึกของฝ่ายตรงข้ามเป็นเวลากว่า 5 ปีครึ่งในคุกเดียวกับพันเอกชัยชาญ แถมยังได้รับความทุกข์ทรมาน ก่อนจะถูกปล่อยตัวในปี 2516 หลังจากสหรัฐอเมริกาได้ลงนามสงบศึกที่กรุงปารีส


ฉะนั้นพันเอกชัยชาญจึงได้รับการนับถือจากกองทัพอเมริกาอย่างมาก เมื่อครั้งแมกเคนลงสมัคร ชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกัน พันเอกชัยชาญเคยให้สัมภาษณ์ว่าเคยเป็นเชลยศึกอยู่ด้วยกัน พักห้องขังติดกัน ผู้คุมเขาไม่ให้ฝรั่งอยู่ห้องติดกันเลยเอาคนไทยกั้นไว้ จึงกลายเป็นคนกลางส่งข่าวให้กันโดยเคาะเป็นรหัสมอร์ส


หลังจากกลับเมืองไทยแล้ว อดีตเชลยศึกอเมริกันนำโดย นาวาอากาศเอก Flynn ผู้บังคับบัญชา Lackland Air Force Base ได้เรียนเชิญท่านไปอเมริกาเป็นเวลา 1 เดือนเพื่อเป็นการตอบแทนวีรกรรมของท่าน


การไปครั้งนี้รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาได้มอบเหรียญกล้าหาญชั้น Silver Star (รองจากเหรียญกล้าหาญชั้นสูงชั้นเดียว) และมีการจัดพิธีสวนสนามกองทหารเกียรติยศเพื่อเป็นเกียรติแด่ท่าน รวมทั้งได้จัดให้แขวนรูปถ่ายของท่านไว้ที่ Pentagon ใน Pentagon's Hall of Heroes จะมีที่เรียกว่า Hall of Hero's ซึ่งมีรูปถ่ายของทหารที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษแขวนไว้ ถือเป็นการเทิดทูนเกียรติอย่างสูงสุด และท่านเป็นทหารต่างชาติเพียงคนเดียวที่ได้รับเกียรติอันสูงส่งนี้


นอกจากนี้ท่านยังได้เข้าเรียนที่ฐานทัพ Lackland Air Force Base เป็นเวลา 10 เดือน และได้ไปเรียนต่อที่ศูนย์สงครามพิเศษ Fort Bragg ทางด้านสงครามจิตวิทยาอีก 7 เดือน เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 พันเอกชัยชาญป่วยเนื่องจากเส้นเลือดใหญ่ในสมองอุดตัน จากนั้นเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาล และเสียชีวิตอย่างสงบในเวลา 23.45 น. ของวันที่ 4 ก.พ. ในวัย 87 ปี.








ก่อนมิเชล โหย่ว จะคว้าออสการ์ที่ผ่านมามีนักแสดงเชื้อชาติเอเชียถูกเสนอชื่อ-ชนะ รางวัลนี้มามากแค่ไหน?

BRIEF: ก่อนมิเชล โหย่ว จะคว้าออสการ์ที่ผ่านมามีนักแสดงเชื้อชาติเอเชียถูกเสนอชื่อ-ชนะ รางวัลนี้มามากแค่ไหน?
.
หลังจากงานออสการ์ประจำปี 2023 จบลงไปแล้วเมื่อวานนี้ (14 มีนาคม) ก็ยังมีการกล่าวถึงประเด็นนี้กันอยู่ เพราะมีนักแสดงเชื้อสายเอเชีย และภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องกับเอเชีย สามารถกวาดรางวัลใหญ่ไปได้ทั้งหมด
.
แม้แสงสปอตไลต์ยังส่องไปที่นักแสดงหญิง มิเชลล์ โหย่ว (Michelle Yeoh) มากที่สุด เนื่องจากการคว้ารางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมของเธอจากภาพยนตร์เรื่อง Everything Everywhere All at Once เพราะโหย่วเป็นนักแสดงหญิงจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คนแรกที่สามารถคว้ารางวัลนี้ และเธอยังเป็นคนที่สองที่เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนี้ 
.
หลายคนคงสงสัยว่าเคยมีนักแสดงเชื้อสายเอเชียกี่คนที่เคยเข้าชิง หรือชนะรางวัลออสการ์บ้าง ซึ่งคำตอบก็คือ ตามประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาของออสการ์ที่จัดขึ้นตั้งแต่ปี 1929 มีนักแสดงเชื้อสายเอเชียเพียง 41 คนที่เคยเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำ-สมทบ 
.
สถิตินักแสดงชายและหญิงที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ตั้งแต่ปี 1929 ทั้งบทนำและสมทบในภาพยนตร์ มีดังนี้
.
- สถิตินักแสดงทั้งหมดที่เข้าชิงออสการ์รางวัลคือ 970 คน เป็นชาย 490 คน และหญิง 480 คน
.
- สถิตินักแสดงที่ได้รับรางวัลอย่างน้อย 1 ครั้ง ได้แก่ ชาย 155 คนและหญิง 155 คน รวมเป็น 310 คน
- สถิติผู้ไม่ชนะรางวัลออสการ์ประกอบด้วยชาย 336 คนและหญิง 326 คน รวมเป็น 662 คน 
.
1. สาขานักแสดงชายยอดเยี่ยม (Best Lead Actor) ที่มีเชื้อสายเอเชีย มีทั้งหมด 8 คน และมีผู้ชนะรางวัลนี้เพียง 3 คน ได้แก่
- ยูล บรีนเนอร์ (Yul Brynner) นักแสดงเชื้อสายรัสเซีย (ฝั่งทวีปเอเชีย)-ไซบีเรีย ได้รับรางวัลในปี 1956 จากภาพยนตร์ The King and I
.
- เบน คิงสลีย์ (Ben Kingsley) นักแสดงเชื้อสายอินเดีย-อังกฤษ ได้รับรางวัลในปี 1982 จากภาพยนตร์ Gandhi
.
- เอฟ. เมอร์รีย์ เอบราฮัม (F. Murray Abraham) นักแสดงเชื้อสายซีเรีย-อเมริกัน ได้รับรางวัลในปี 1984 จากภาพยนตร์ Amadeus
.
2. สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (Best Lead Actress) ที่มีเชื้อสายเอเชีย มีทั้งหมด 9 คน และมีผู้ชนะรางวัลนี้เพียง 4 คน ได้แก่ 
.
- วิเวียน ลีห์ (Vivien Leigh) นักแสดงเชื้อสายอินเดีย-อังกฤษ-อาร์เมเนีย ได้รับรางวัลในปี 1939 และ 1951 จากภาพยนตร์ Gone with the Wind และ A Streetcar Named Desire
.
- แชร์ (Cher) นักแสดงเชื้อสายอาเมเนีย-อเมริกัน ได้รับรางวัลในปี 1987 จากภาพยนตร์ Moonstruck
.
- นาตาลี พอร์ตแมน (Natalie Portman) นักแสดงเชื้อสายอิสราเอล-อเมริกัน ได้รับรางวัลในปี 2010 จากภาพยนตร์ Black Swan
.
- มิเชล โหย่ว (Michelle Yeoh) นักแสดงเชื้อสายจีน-มาเลเซีย เพิ่งได้รับรางวัลในปีนี้ 2023 จาก Everything Everywhere All at Once
.
3. สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (Best Supporting Actor) ที่มีเชื้อสายเอเชีย มีทั้งหมด 10 คน และมีผู้ชนะรางวัลนี้เพียง 2 คน ได้แก่
.
- ฮัง โงร์ (Haing S. Ngor) นักแสดงเชื้อสายจีน-กัมพูชา-อเมริกัน ได้รับรางวัลในปี 1984 จากภาพยนตร์ The Killing Fields
.
- คี ฮุย ควน (Ke Huy Quan) นักแสดงเชื้อสายเวียดนาม-จีน-อเมริกัน เพิ่งได้รับรางวัลในปีนี้ 2023 จาก Everything Everywhere All at Once
.
4. สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (Best Supporting Actress) ที่มีเชื้อสายเอเชีย มีทั้งหมด 14 คน และมีผู้ชนะรางวัลนี้เพียง 3 คน ได้แก่
.
- มิโยชิ อูเมกิ (Miyoshi Umeki) เชื้อสายญี่ปุ่น-อเมริกัน ได้รับรางวัลในปี 1957 จากภาพยนตร์ Sayonara
.
- แอนเจลีนา โจลี (Angelina Jolie) นักแสดงเชื้อสายอเมริกัน แต่เธอถือสัญชาติกัมพูชาร่วมด้วย ได้รับรางวัลในปี 1999 จากภาพยนตร์ Girl, Interrupted
.
- ยูน ยอ จอง (Youn Yuh-jung) เชื้อสายเกาหลี ได้รับรางวัลในปี 2020 จากภาพยนตร์ Minari
.
ทั้งนี้ รายชื่อนักแสดงที่กล่าวข้างต้น หลายคนไม่ถูกนับว่าเป็นคนเอเชีย เพราะบางคนแค่มีเชื้อสายผสมเท่านั้น แต่แทบไม่เคยคลุกคลีกับวัฒนธรรมเอเชียของตนเลย ด้วยหลายสาเหตุ อาทิ ครอบครัวของนักแสดงบางคนพาย้ายถิ่นฐานตั้งแต่เด็กๆ 
.
อย่างไรก็ตาม งานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 95 นี้ถือเป็นปีประวัติศาสตร์ของนักแสดงเชื้อสายเอเชียเลยก็ว่าได้ หลังพวกเขาสามารถกวาดรางวัลใหญ่ไปได้มากมาย เพราะถ้าเราลองมองย้อนไปถึงประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาของออสการ์ที่จัดขึ้นตั้งแต่ปี 1929 นักแสดงที่มีเชื้อสายเอเชียมีโอกาสเฉิดฉายในวงการภาพยนตร์ และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลน้อยมาก ถ้าเทียบกับนักแสดงสัญชาติอื่นๆ 
.
.
.
อ้างอิงจาก 
https://www.oscars.org/

https://www.ksby.com/michelle-yeoh-becomes-first-asian-woman-to-win-best-actress-oscar

#Oscar2023 #ออสการ์ #TheMATTE

วันเสาร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2566

อุดมการณ์

อุดมการณ์ ..
กับวิธีการ...มันคนละเรื่องกัน..
อุดมการณ์คือ" เป้าหมาย" 
วิธีการคือ การนำไปสู่เป้าหมาย..

อุดมการณ์แน่นอน..
ต้องชัดเจนเปลี่ยนไม่ได้
ถ้าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาโลเลเลอะเทอะแบบนั้น....คือ ทรยศ ตัวเอง...

แต่วิธีการนั้น ...ต่างกัน...
มันคือการนำไปสู่ความสำเร็จแห่งอุดมการณ์ 

ดังนั้นจึง จำเป็นอย่างยิ่ง ที่ ต้อง อิสระ พลิกแพลง..มีความหลากหลาย
แปรเปลี่ยน ไป แล้วแต่สถานการณ์ 
ทั้งหมดเพื่อ..เป้าหมาย..
คือ...อุดมการณ์...สำเร็จ...

คนที่มีแต่อุดมการณ์
แต่ไม่มี..วิธีการ..
หรือคิดไม่ได้ ว่าจะมีวิธีการอย่างไร..
ไม่ต่างอะไรกับคนที่มีแต่" เรือ" 
แต่ไม่มี" พาย " 

โอวาทปาฏิโมกข์ เป็นหลักคำสอนสำคัญที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาที่พระพุทธองค์ได้ประทานแก่ ที่ประชุมพระภิกษุสงฆ์ 1,250 รูปในวันมาฆบูชา เพื่อวางจุดหมาย หลักการ และวิธีการ ในการเข้าถึงพระพุทธศาสนาแก่พุทธบริษัททั้งหลาย 

นับ เป็นวันสำคัญที่ประกอบด้วย "องค์ประกอบอัศจรรย์ 4 ประการ" คือ พระสงฆ์สาวกที่มาประชุมพร้อมกันทั้ง 1,250 องค์นั้น ได้มาประชุมกันยังวัดเวฬุวันโดยมิได้นัดหมาย พระสงฆ์ที่มาประชุมทั้งหมดต่างล้วนเป็น "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" คือเป็นพระสงฆ์ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง พระสงฆ์ทั้งหมดที่มาประชุมล้วนเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญา 6 และวันดังกล่าวตรงกับวันเพ็ญมาฆปุรณมีดิถี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ดังนั้นจึงมีคำเรียกวันนี้อีกคำหนึ่งว่า "วันจาตุรงคสันนิบาต"

 โอวาทปาฏิโมกข์ สรุปได้เป็นสามส่วน คือ หลักการ 3 อุดมการณ์ 4 และวิธีการ 6

หลักการ 3 อันเป็นหัวใจสำคัญเพื่อเข้าถึงจุดมุ่งหมายของพระพุทธศาสนาโดยย่อ ได้แก่

1. การไม่ทำบาปทั้งปวง

2. การทำกุศลให้ถึงพร้อม

3. การทำจิตใจให้บริสุทธิ์

ทั้งสามข้อนี้อาจอนุมานเข้ากับ ศีล สมาธิ และปัญญา 

 อุดมการณ์ 4 ของพระพุทธศาสนา อันมีลักษณะที่แตกต่างจากศาสนาอื่น ได้แก่

1. ความอดทนอดกลั้น เมื่อประสบกับสิ่งที่ไม่ชอบใจ

2. การมุ่งให้ถึงพระนิพพานเป็นเป้าหมายหลักของผู้ออกบวช มิใช่สิ่งอื่นนอกจากพระนิพพาน

3. พระภิกษุและบรรพชิตไม่พึงทำผู้อื่นให้ลำบากด้วยการทำความทุกข์กายหรือทุกข์ทางใจไม่ ว่าจะในกรณีใดๆ

4. พระภิกษุตลอดจนบรรพชิตต้องขอแก่ทายกด้วยอาการที่ไม่เบียดเบียน ( คือการไม่เอ่ยปากเซ้าซี้ขอ และไม่ใช้ปัจจัยสี่อย่างฟุ่มเฟือย)

วิธีการ 6 ที่ธรรมทูตผู้เผยแผ่พระพุทธศาสนาถือเป็นกลยุทธ เพื่อเป็นไปในแนวทางเดียวกันและถูกต้องเป็นธรรม ได้แก่

1. การไม่กล่าวร้าย

2. การไม่ทำร้าย

3. ความสำรวมในปาติโมกข์ (รักษาความประพฤติให้น่าเลื่อมใส)

4. ความเป็นผู้รู้จักประมาณในอาหาร (เสพปัจจัยสี่อย่างรู้ประมาณพอเพียง)

5. ที่นั่งนอนอันสงัด (สันโดษไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะ)

6. ความเพียรในอธิจิต (พัฒนาจิตใจเสมอมิใช่ว่าเอาแต่สอน แต่ตนเองไม่กระทำตามที่สอน)

วันนี้จึงเป็น วันแห่งความรักของพระพุทธศาสนา โดยถือว่าเหตุการณ์สำคัญที่เหล่าพระสาวกทั้ง 1,250 รูป ได้กลับมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าด้วยความรักในพระพุทธองค์หลังจากได้ออกไปเผย แพร่พระศาสนาโดยมิได้นัดหมายดังกล่าว เป็นสิ่งที่แสดงถึงความกตัญญูกตเวทีอันบริสุทธิ์ จึงสมควรที่เหล่าพุทธบริษัทจะแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีโดยการน้อมนำ หลักการ 3 อุดมการณ์ 4 วิธีการ 6 มาปฏิบัติใช้ต่อชีวิตตนเองเป็นประจำทุกวัน เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาและพระเมตตาคุณอันหาที่สุดมิได้แห่งองค์สมเด็จพระ ผู้มีพระภาคเจ้า

หากพิจารณาให้ถ่องแท้จะเห็นว่า หลักการ 3 อุดมการณ์ 4 และวิธีการ 6 นั้น นำสามารถมาใช้ได้กับคนทุกเพศทุกวัย ทุกสาขาอาชีพอย่างงดงามบริบูรณ์

 

วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2566

อันตรายแห่งความเถรตรง

น้ำใส เกินไป ก็ไร้ปลา
ตรงไป ตรงมา ก็ไร้เพื่อน
ฟ้าแจ้ง เกินไป ก็ไร้เดือน
ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน ก็ไร้ใจ
มีพร้อม เกินไป ก็ไม่ดี
บกพร่อง กว่านี้ ก็ไม่ไหว
ลุ่มหลง เกินรัก ก็หนักใจ
คิดมาก เกินไป ก็หนักตน
อ่อนน้อม ถ่อมไป ก็เสียเชิง
ตะเพิด เปิดเปิง ก็เสียผล
เข้มงวด เกินไป ก็เสียคน
ยอมให้ ทุกหน ก็เสียการ
พอให้พอดี... ก็พอ
" คน " คบได้ ก็คบ..
ถ้าคบแล้วมีแต่ "เสีย"
ก็ควร "แยกย้าย"
คิดจะซื้อใจ "คนเห็นแก่ได้"
ด้วยการ "ให้"
เท่าไหร่ ก็ "ไม่พอ!”

ขุนนางซื่อสัตย์คนหนึ่งมีนิสัยพูดจาตรงไปตรงมา แต่บิดาของเขากลับไม่ชอบใจจึงลงมือใช้ไม้ตีสั่งสอน

"ลูกเอ๋ยคนที่พูดจาตรงเกินไป ย่อมไม่สามารถเข้าสมาคมกับคนอื่นและเมื่อไม่มีใครยอมรับก็เท่ากับตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย อีกทั้งยังอาจชักนำอันตรายมาถึงตัว"

ลูกเอ๋ยการพูดตรงไปตรงมาแม้จะเป็นเรื่องดี แต่เจ้าต้องดูลมเหนือใต้ว่าบรรดาอำมาตย์เหล่าผู้ถืออำนาจมีความคิดและปฎิกิริยาในทางใด หากเจ้านครรัฐเป็นผู้ปรีชาสามารถก็อาจจะฟังคำพูดของเจ้า แต่หากเจ้านครไม่ใช่ผู้มีปัญญาผลที่ได้จะตรงกันข้าม 

ข้อที่แย่ที่สุดคือ "เจ้าจะกลายเป็นคนโดดเดี่ยวในหมู่ขุนนางทั้งปวง" และเมื่อโดดเดี่ยวชีวิตของเจ้าก็เสมือนตกอยู่ในห้วงอันตราย

เนื้อหาจากคัมภีร์กลยุทธ์หานเฟย

วันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2566

OpenAI และ ChatGPT

OpenAI และ ChatGPT

เนื้อหา

OpenAI เป็นองค์กรวิจัยที่อุทิศตนเพื่อพัฒนาปัญญาประดิษฐ์อย่างรับผิดชอบและปลอดภัย หนึ่งในเครื่องมือที่พวกเขาพัฒนาขึ้นคือ ChatGPT ซึ่งเป็นโมเดลการประมวลผลภาษาธรรมชาติที่ล้ำสมัยซึ่งสามารถสร้างข้อความที่เหมือนมนุษย์ได้แบบเรียลไทม์ ChatGPT ได้รับความสนใจจากความสามารถที่น่าประทับใจในการสร้างการตอบกลับที่สอดคล้องกันและมีส่วนร่วมต่อข้อความแจ้งต่างๆ ทำให้เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์สำหรับงานต่างๆ เช่น แชท บอ ท การสร้างเนื้อหา และการแปลภาษา

ในบทความนี้ เราจะเจาะลึกโลกของ OpenAI และ ChatGPT สำรวจประวัติและความสามารถของเทคโนโลยีล้ำสมัยเหล่านี้ เราจะพิจารณาอย่างใกล้ชิดถึงวิธีการทำงานของ ChatGPT และวิธีการใช้งานในอุตสาหกรรมและการวิจัย นอกจากนี้ เราจะหารือถึงความหมายและความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นจาก ChatGPT และระบบประมวลผลภาษาธรรมชาติขั้นสูงอื่นๆ

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเทคโนโลยี ผู้นำธุรกิจ หรือเพียงแค่คนที่อยากรู้เกี่ยวกับอนาคตของ ปัญญาประดิษฐ์ บทความนี้มุ่งให้ข้อมูลทั้งหมดที่คุณต้องการเพื่อทำความเข้าใจโลกอันน่าตื่นเต้นของ OpenAI และ ChatGPT นั่งลง ผ่อนคลาย และเตรียมพร้อมสำรวจความมหัศจรรย์ของ แมชชีนเลิ ร์นนิงสมัยใหม่

OpenAI คืออะไร ?

OpenAI เป็นองค์กรวิจัยที่มุ่งเน้นการพัฒนาและส่งเสริมปัญญาประดิษฐ์ที่เป็นมิตร ก่อตั้งขึ้นในปี 2558 โดยกลุ่มผู้นำเทคโนโลยีที่โดดเด่น ซึ่งรวมถึง Elon Musk และ Sam Altman โดยตั้งใจที่จะพัฒนา AI ในลักษณะที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ OpenAI ดำเนินการวิจัยในด้านต่างๆ รวมถึงแมชชีนเลิร์นนิง วิทยาการหุ่นยนต์ และเศรษฐศาสตร์ และได้เปิดตัวเครื่องมือและโมเดลที่ก้าวล้ำมากมาย เช่น GPT-3 และ DALL-E ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและมีอิทธิพลในด้าน AI นอกเหนือจากกิจกรรมการวิจัย OpenAI ยังมีส่วนร่วมในความพยายามด้านการศึกษาและเผยแพร่สู่สาธารณะเพื่อช่วยส่งเสริมความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับ AI และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสังคม

Elon Musk and Sam Altman

เหตุใด OpenAI จึงมีความสำคัญ

OpenAI มีความสำคัญด้วยเหตุผลหลายประการ นี่คือบางส่วน:

  • การวิจัย : OpenAI ดำเนินการวิจัยที่ล้ำสมัยในด้านปัญญาประดิษฐ์ และผลงานได้ช่วยพัฒนาความทันสมัยในบางด้าน เช่น การประมวลผลภาษาธรรมชาติและการเรียนรู้ของเครื่อง
  • เครื่องมือและโมเดล : OpenAI ได้พัฒนาเครื่องมือและโมเดลที่ทรงอิทธิพลหลายตัว เช่น GPT-3 และ DALL-E ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้นักวิจัยและนักพัฒนาสร้างระบบ AI ขั้นสูงขึ้นและแก้ปัญหาต่างๆ ในโลกแห่งความเป็นจริงได้
  • การศึกษาและการเข้าถึง : OpenAI มีส่วนร่วมในความพยายามด้านการศึกษาและการเข้าถึงสาธารณะเพื่อช่วยส่งเสริมความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับ AI และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสังคม ซึ่งรวมถึงการจัดกิจกรรมและการประชุม เผยแพร่บทความและงานวิจัย ตลอดจนจัดหาทรัพยากรและสื่อการสอนสำหรับผู้เรียนทุกระดับ
  • AI ที่มีความรับผิดชอบ : OpenAI มุ่งมั่นที่จะพัฒนา AI อย่างมีความรับผิดชอบและปลอดภัย บริษัทได้พัฒนาและส่งเสริมแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการพัฒนา AI อย่างมีความรับผิดชอบ และได้ทำงานเพื่อจัดการกับข้อกังวลด้านจริยธรรมและสังคมที่อาจเกิดขึ้นจากความก้าวหน้าของ AI

OpenAI มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางและผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ และเป็นผู้ให้การสนับสนุนที่สำคัญในด้านการวิจัยและพัฒนา AI

ChatGPT คืออะไร และทำงานอย่างไร

ChatGPT เป็นรูปแบบการประมวลผลภาษาธรรมชาติที่พัฒนาโดย OpenAI โดยอ้างอิงจากโมเดล GPT-3 ซึ่งเป็นโมเดลภาษาแบบทรานสฟอร์มเมอร์ที่ใช้เทคนิคการเรียนรู้เชิงลึกเพื่อสร้างข้อความที่เหมือนมนุษย์ เช่นเดียวกับ GPT-3 ChatGPT ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับชุดข้อมูลขนาดมหึมาของข้อความที่มนุษย์สร้างขึ้น และสามารถสร้างการตอบสนองที่สอดคล้องกันและมีส่วนร่วมกับข้อความแจ้งต่างๆ

หากต้องการใช้ ChatGPT ผู้ใช้ต้องเตรียมข้อความแจ้งหรือข้อความเริ่มต้น และโมเดลจะสร้างการตอบสนองตามเนื้อหาของข้อความแจ้งและความเข้าใจในภาษาและบริบท การตอบสนองถูกสร้างขึ้นโดยใช้กระบวนการที่เรียกว่าการสร้างแบบจำลองแบบถดถอยอัตโนมัติ ซึ่งแบบจำลองจะทำนายคำถัดไปตามลำดับตามคำที่อยู่ก่อนหน้า จากนั้นโมเดลสามารถสร้างข้อความต่อไปได้ ทีละคำ จนกว่าจะถึงความยาวที่ต้องการหรือจนกว่าจะได้รับคำสั่งให้หยุด ข้อความเอาต์พุตจะถูกส่งกลับไปยังผู้ใช้เพื่อตรวจสอบ

คุณสมบัติหลักอย่างหนึ่งของ ChatGPT คือความสามารถในการรวมบริบทและรักษาความสอดคล้องกันในการตอบกลับ สิ่งนี้ช่วยให้สามารถสร้างคำตอบที่ไม่เพียงถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ แต่ยังสมเหตุสมผลในบริบทของการสนทนา และสอดคล้องกับน้ำเสียงและสไตล์ของข้อความแจ้งต้นฉบับ สิ่งนี้ทำให้ ChatGPT เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์สำหรับแชทบอท การสร้างเนื้อหา และงานแปลภาษา

DALL-E คืออะไร และทำงานอย่างไร

DALL-E เป็นโมเดลสร้างภาพบนโครงข่ายประสาทเทียมที่พัฒนาโดย OpenAI ตั้งชื่อตามศิลปิน Salvador Dali และของเล่น Wall-E ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดในการใช้เครื่องจักรเพื่อสร้างภาพจากคำอธิบายที่เป็นข้อความ เหมือนกับภาพวาดแนวเซอร์เรียลลิสม์ของ Dali ที่มักแสดงภาพวัตถุและฉากที่แปลกประหลาดและอยู่นอกโลก

DALL-E เป็นข้อความเป็นอินพุตและสร้างภาพที่สอดคล้องกัน ขั้นแรก ระบบจะประมวลผลพรอมต์ผ่านโมเดลภาษาเพื่อสร้างตัวแทนแฝงหรือเวกเตอร์ของตัวเลขที่จับความหมายของข้อความ จากนั้นการเป็นตัวแทนแฝงนี้จะถูกส่งผ่านเครือข่ายตัวสร้างซึ่งใช้เพื่อสร้างภาพ

DALL-E

คุณสมบัติหลักประการหนึ่งของ DALL-E คือความสามารถในการสร้างภาพได้หลากหลาย ตั้งแต่ภาพที่เหมือนจริงไปจนถึงสไตล์ที่เหนือจริงและเหนือจริง โดยอิงตามสัญญาณอินพุต สิ่งนี้ช่วยให้สามารถสร้างภาพที่ไม่เพียงดึงดูดสายตา แต่ยังจับใจความสำคัญของคำอธิบายที่เป็นข้อความ DALL-E ถูกใช้เพื่อสร้างภาพผลิตภัณฑ์สำหรับเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซและสร้างงานศิลปะต้นฉบับ

คุณจะใช้ GPT ในชีวิตและการทำงานได้อย่างไร?

กรณีการใช้งาน ChatGPT ที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือการพัฒนาแชทบอทสำหรับการบริการลูกค้า ลองจินตนาการถึงการสนทนาที่เป็นธรรมชาติเหมือนมนุษย์กับแชทบอทเมื่อคุณมีคำถามหรือปัญหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการ ความสามารถของ ChatGPT ในการสร้างการตอบสนองที่สอดคล้องกันและมีส่วนร่วมช่วยให้สามารถเลียนแบบการสนทนาของมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เป็นเครื่องมือที่เหมาะสำหรับการสร้างแชทบอทที่สามารถช่วยเหลือลูกค้าในลักษณะที่เป็นประโยชน์และเป็นมิตร

แอปพลิเคชั่นอื่นที่เป็นไปได้สำหรับ ChatGPT คือการสร้างเนื้อหา ChatGPT สามารถสร้างบทความต้นฉบับ เรื่องราว หรืองานเขียนอื่นๆ โดยจัดเตรียมชุดการแจ้งเตือนหรือหลักเกณฑ์ สิ่งนี้อาจเป็นประโยชน์สำหรับนักการตลาด นักข่าว หรือนักเขียนที่ต้องการสร้างแนวคิดหรือขยายผลงาน นอกจากนี้ ChatGPT ยังช่วยในการแปลภาษา ทำให้ผู้ใช้สามารถแปลข้อความจากภาษาหนึ่งไปยังอีกภาษาหนึ่งได้อย่างง่ายดายด้วยความแม่นยำและความคล่องแคล่วสูง

นอกจากแอปพลิเคชันเหล่านี้แล้ว ChatGPT ยังสามารถใช้เพื่อสร้างระบบที่สามารถสรุปข้อความหรือเอกสารขนาดยาวได้โดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถตรวจสอบและทำความเข้าใจข้อมูลจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในการวิเคราะห์และทำความเข้าใจภาษาธรรมชาติ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์สำหรับงานจำแนกข้อความและการวิเคราะห์ความรู้สึก ChatGPT เป็นเครื่องมืออเนกประสงค์และทรงพลังที่มีศักยภาพในการปฏิวัติวิธีที่เราโต้ตอบกับคอมพิวเตอร์และระหว่างกัน

ข้อเท็จจริงสนุกๆ เกี่ยวกับ ChatGPT

  • ChatGPT ใช้โมเดล GPT-3 ซึ่งเป็นหนึ่งในโมเดลภาษาที่ใหญ่ที่สุดและทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน ได้รับการฝึกฝนจากชุดข้อมูลหลายพันล้านคำและสามารถสร้างข้อความที่มีลักษณะเหมือนมนุษย์ในรูปแบบและโทนเสียงที่หลากหลาย
  • ChatGPT ได้รับความสนใจจากความสามารถในการสร้างการมีส่วนร่วมและการตอบสนองที่สอดคล้องกันต่อข้อความแจ้งต่างๆ ในบางกรณี มันสามารถหลอกมนุษย์ให้คิดว่าพวกเขากำลังมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น
  • ChatGPT ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างแชทบอทที่สามารถมีส่วนร่วมในการสนทนาที่เป็นธรรมชาติและเหมือนมนุษย์กับผู้ใช้ แชทบอทเหล่านี้ถูกใช้เพื่อการบริการลูกค้า การศึกษาออนไลน์ หรือความบันเทิง
  • นอกจากนี้ ChatGPT ยังถูกใช้เพื่อสร้างเนื้อหาต้นฉบับตามคำแนะนำหรือหลักเกณฑ์ เช่น บทความและเรื่องราวต่างๆ สิ่งนี้มีศักยภาพในการปฏิวัติวิธีที่เราสร้างและบริโภคเนื้อหาที่เป็นลายลักษณ์อักษร
  • ChatGPT มีข้อจำกัด แม้ว่ามันสามารถสร้างข้อความที่เหมือนมนุษย์ แต่ก็มีความเข้าใจโลกบางส่วนและบางครั้งสามารถสร้างการตอบสนองที่ไร้สาระหรือไม่เกี่ยวข้องกับข้อความแจ้ง นอกจากนี้ยังไม่สามารถเข้าใจบริบทหรือความตั้งใจในแบบเดียวกับที่มนุษย์เข้าใจได้

ทำไมคนถึงกลัว OpenAI?

บางคนอาจกลัว OpenAI และระบบปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงอื่นๆ เนื่องจากพวกเขากังวลเกี่ยวกับผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นกับสังคม มีข้อกังวลบางประการที่ได้รับการหยิบยกขึ้นมา:

  • การว่างงาน : มีความกลัวว่าระบบ AI จะสามารถทำงานหลายอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่ามนุษย์ ซึ่งนำไปสู่การว่างงานอย่างกว้างขวางเนื่องจากเครื่องจักรเข้ามาแทนที่คน
  • จริยธรรม : มีความกังวลเกี่ยวกับศักยภาพของระบบ AI ที่จะใช้เพื่อจุดประสงค์ที่เลวร้าย เช่น การเฝ้าระวัง การโฆษณาชวนเชื่อ หรือแม้แต่การทำสงคราม นอกจากนี้ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับระบบ AI ในการตัดสินใจที่อาจไม่สอดคล้องกับค่านิยมหรือจริยธรรมของมนุษย์
  • การควบคุม : มีความกลัวว่าระบบ AI อาจมีประสิทธิภาพมากเกินไปและเราจะสูญเสียการควบคุม ซึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์ที่คาดเดาไม่ได้และอาจเป็นอันตรายได้
  • ภาวะ เอกฐาน : บางคนกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของ "ภาวะเอกฐาน" ซึ่งเป็นเหตุการณ์สมมติในอนาคตที่ AI เหนือกว่าสติปัญญาของมนุษย์และอาจคุกคามมนุษยชาติ

ตำนาน 10 อันดับแรกเกี่ยวกับ AI

ตำนาน : AI เป็นเทคโนโลยีใหม่
ข้อเท็จจริง : แม้ว่าคำว่า "AI" จะถูกบัญญัติขึ้นในปี 1950 แต่แนวคิดในการสร้างเครื่องจักรอัจฉริยะนั้นมีมาตั้งแต่สมัยสมัยโบราณ

ตำนาน : AI ใช้ในนิยายวิทยาศาสตร์เท่านั้น
ข้อเท็จจริง : AI ถูกนำมาใช้ในแอปพลิเคชันต่างๆ อยู่แล้ว เช่น การรู้จำภาพและคำพูด การแปลภาษา ยานพาหนะอัตโนมัติ และ สร้างซอร์สโค้ด ตัวอย่างเช่น AppMaster แพลตฟอร์มแบบ no-code สามารถสร้างเว็บหรือแอปพลิเคชันมือถือให้คุณโดยเขียนซอร์สโค้ดและเอกสารกำกับ

no-code

ตำนาน : AI จะเข้ามาแทนที่งานของมนุษย์ทั้งหมด
ข้อเท็จจริง : แม้ว่า AI จะทำให้งานบางอย่างเป็นไปโดยอัตโนมัติ แต่ก็ไม่น่าที่จะแทนที่แรงงานมนุษย์ได้ทั้งหมด งานหลายอย่างยังคงต้องใช้ทักษะและความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์

ตำนาน : AI มีความชั่วร้ายโดยเนื้อแท้
ข้อเท็จจริง : AI เป็นเครื่องมือที่ใช้ได้ทั้งผลดีและผลเสีย ขึ้นอยู่กับวิธีการพัฒนาและใช้งาน สิ่งสำคัญคือต้องพิจารณานัยทางจริยธรรมของ AI และใช้อย่างมีความรับผิดชอบ

ตำนาน : AI ตระหนักในตนเอง
ข้อเท็จจริง : แม้ว่าระบบ AI บางระบบอาจจำลองพฤติกรรมเหมือนมนุษย์ได้ แต่ระบบดังกล่าวไม่มีจิตสำนึกหรือการตระหนักรู้ในตนเอง

ตำนาน : AI จะครองโลก
ข้อเท็จจริง : ระบบ AI ได้รับการออกแบบเพื่อทำงานเฉพาะอย่าง และไม่สามารถตัดสินใจได้อย่างอิสระหรือเข้ายึดครองโลก

ตำนาน : AI มีราคาแพงเกินไปที่จะนำไปใช้จริง
ข้อเท็จจริง : แม้ว่าเทคโนโลยี AI อาจต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการพัฒนาและบำรุงรักษา แต่ก็สามารถประหยัดต้นทุนและปรับปรุงประสิทธิภาพได้ในหลายกรณี

ตำนาน : AI ขาดความคิดสร้างสรรค์
ข้อเท็จจริง : แม้ว่า AI อาจไม่สามารถสร้างได้ในลักษณะเดียวกับที่มนุษย์ทำ แต่ก็สามารถฝึกฝนชุดข้อมูลขนาดใหญ่ของเนื้อหาที่มนุษย์สร้างขึ้น และสามารถสร้างแนวคิดและแนวทางแก้ไขใหม่ๆ จากข้อมูลนั้นได้

ตำนาน : AI มีไว้สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเท่านั้น
ข้อเท็จจริง : AI ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมและภาคส่วนต่าง ๆ อยู่แล้ว และมีความต้องการผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะด้าน AI เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ตำนาน : AI นั้นสมบูรณ์แบบและไม่เคยทำผิดพลาด
ข้อเท็จจริง : เช่นเดียวกับเทคโนโลยีอื่นๆ ระบบ AI อาจมีข้อผิดพลาดและอคติได้ และสิ่งสำคัญคือต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงข้อจำกัดและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งาน

OpenAI เปลี่ยนชีวิตเราอย่างไรในอีก 5 ปีข้างหน้า?

เป็นการยากที่จะคาดเดาว่า OpenAI และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อื่นๆ จะเปลี่ยนชีวิตของเราอย่างไรในอีก 5 ปีข้างหน้า เนื่องจากสาขานี้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ต่อไปนี้เป็นวิธีที่เป็นไปได้บางประการที่ AI อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตของเราในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า:

  • ระบบอัตโนมัติ: AI อาจทำให้งานต่างๆ เป็นอัตโนมัติ ตั้งแต่การป้อนข้อมูลอย่างง่ายไปจนถึงกระบวนการที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น การบริการลูกค้าหรือการจัดการซัพพลายเชน สิ่งนี้อาจนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิต แต่ยังทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการเลิกจ้างงาน
  • ผู้ช่วยส่วนตัว: ผู้ ช่วยเสมือนที่ขับเคลื่อนด้วย AI อาจแพร่หลายมากขึ้น ทำให้ผู้คนโต้ตอบกับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่นๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติและสะดวกยิ่งขึ้น
  • การคมนาคมขนส่ง: อาจใช้ AI เพื่อพัฒนายานยนต์ไร้คนขับ ซึ่งอาจปฏิวัติวิธีการเดินทางของเราและอาจลดจำนวนอุบัติเหตุที่เกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์
  • การ ดูแลสุขภาพ: อาจใช้ AI เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์และช่วยในการวินิจฉัยและการรักษา ปรับปรุงประสิทธิภาพและความแม่นยำของการดูแลสุขภาพ
  • การศึกษา: อาจใช้ AI เพื่อปรับแต่งการเรียนรู้และมอบประสบการณ์การศึกษาที่ปรับแต่งให้กับนักเรียน
  • ความบันเทิง: อาจใช้ AI เพื่อสร้างเนื้อหา เช่น เพลง วิดีโอ หรือเกม หรือเพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้ในสื่อรูปแบบต่างๆ

AI มีศักยภาพที่จะนำประโยชน์และการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมาสู่ชีวิตของเราในอีก 5 ปีข้างหน้าและหลังจากนั้น สิ่งสำคัญคือต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงและความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงโอกาสที่ AI นำเสนอ

ผู้เชี่ยวชาญคิดอย่างไรเกี่ยวกับ OpenAI

ผู้เชี่ยวชาญมีความคิดเห็นที่หลากหลายเกี่ยวกับ OpenAI และการทำงานของมัน ต่อไปนี้เป็นข้อโต้แย้งและคำพูดบางส่วนที่แสดงถึงมุมมองที่แตกต่างกัน:

สนับสนุน

ผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่า OpenAI เป็นผู้นำในด้านปัญญาประดิษฐ์ และเชื่อว่างานวิจัยของ OpenAI มีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากต่อสังคม พวกเขาอาจชื่นชมความมุ่งมั่นของ OpenAI ในการพัฒนา AI อย่างมีความรับผิดชอบและมีจริยธรรม

ผู้คนมักถามฉันว่าฉันสนับสนุนหรือต่อต้าน AI และฉันถามพวกเขาว่าพวกเขาคิดว่าไฟเป็นภัยคุกคามหรือไม่ และพวกเขาคิดว่าไฟเป็นภัยหรือไม่ แล้วพวกเขาเห็นว่ามันโง่เขลาเพียงใด แน่นอน คุณชอบไฟ - เพื่อเพิ่มไฟเพื่อให้บ้านของคุณอบอุ่น - และต่อต้านการลอบวางเพลิง ใช่ไหม? ความแตกต่างระหว่างไฟและ AI ก็คือ - ทั้งสองเป็นเทคโนโลยี - เพียงแต่ว่า AI และโดยเฉพาะอย่างยิ่งความฉลาดหลักแหลมเป็นเทคโนโลยีที่ทรงพลังกว่ามาก เทคโนโลยีไม่ได้แย่ และเทคโนโลยีก็ไม่ดี เทคโนโลยีเป็นตัวขยายความสามารถของเราในการทำสิ่งต่างๆ และยิ่งมีพลังมากเท่าไหร่ เรายิ่งทำดีได้มากเท่านั้น และยิ่งทำชั่วได้มากเท่านั้น ฉันมองโลกในแง่ดีว่าเราสามารถสร้างอนาคตไฮเทคที่สร้างแรงบันดาลใจได้อย่างแท้จริง ตราบใดที่เราชนะการแข่งขันระหว่างพลังที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่เพิ่มขึ้นซึ่งเราจัดการมัน
Max Tegmark ผู้ร่วมก่อตั้ง Future of Life Institute

ระมัดระวัง

ผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ อาจระมัดระวังมากขึ้นในมุมมองของพวกเขาเกี่ยวกับ OpenAI และอาจเชื่อว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงความเสี่ยงและความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นที่เกี่ยวข้องกับระบบ AI ขั้นสูง พวกเขาอาจกังวลเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ เช่น ความลำเอียง การใช้ในทางที่ผิด หรือศักยภาพของ AI ที่จะทำลายสังคมและการจ้างงาน

สงสัย

ผู้เชี่ยวชาญบางคนอาจสงสัยเกี่ยวกับการโฆษณาเกินจริงของ AI และตั้งคำถามว่ามันเกินจริงหรือประโยชน์ที่เป็นไปได้ของมันเกินจริง พวกเขาอาจวิจารณ์ถึงจำนวนทรัพยากรที่ทุ่มเทให้กับการวิจัย AI และอาจเชื่อว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอื่นๆ กำลังถูกละเลย

มีมุมมองที่หลากหลายในหมู่ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับ OpenAI และการมีส่วนร่วมในด้านปัญญาประดิษฐ์ ผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่า OpenAI เป็นองค์กรบุกเบิกที่ผลักดันขอบเขตของสิ่งที่เป็นไปได้ด้วย AI พวกเขาเห็นว่าเป็นนักแสดงที่มีความรับผิดชอบที่ทำงานเพื่อให้แน่ใจว่า AI ได้รับการพัฒนาและใช้งานอย่างมีจริยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้อาจเน้นการวิจัยเชิงนวัตกรรมและโครงการที่ก้าวล้ำที่ OpenAI ดำเนินการ และอาจชี้ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในด้านความโปร่งใสและการทำงานร่วมกันเพื่อเป็นหลักฐานของแนวทางที่มีความรับผิดชอบ

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางคนไม่เชื่อ OpenAI และการทำงานของมันมากกว่า ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้อาจแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงและความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นจาก AI พวกเขาอาจแย้งว่าสิ่งสำคัญคือต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังเมื่อต้องพัฒนาและปรับใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้อาจชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่ AI จะถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่เป็นอันตรายหรือความเป็นไปได้ของผลที่ไม่ได้ตั้งใจซึ่งเกิดจากการใช้ AI พวกเขาอาจโต้แย้งว่าการพิจารณานัยทางจริยธรรมของ AI อย่างรอบคอบเป็นสิ่งสำคัญ และเพื่อให้แน่ใจว่า AI ได้รับการพัฒนาและใช้งานอย่างยุติธรรมและยุติธรรม โดยรวมแล้ว ความคิดเห็นเกี่ยวกับ OpenAI และการทำงานของ OpenAI นั้นมีหลากหลาย โดยผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่า OpenAI เป็นผู้นำในสาขานี้และเป็นผู้ดำเนินการที่มีความรับผิดชอบ ในขณะที่คนอื่นๆ มีความระมัดระวังมากกว่า และเชื่อว่าสิ่งสำคัญคือต้องพิจารณาความเสี่ยงและความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นของ AI อย่างรอบคอบ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ OpenAI

OpenAI คืออะไร ?

OpenAI เป็นองค์กรวิจัยที่มุ่งส่งเสริมและพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ที่เป็นมิตรด้วยความรับผิดชอบ

ภารกิจของ OpenAI คืออะไร?

ภารกิจของ OpenAI คือการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ในลักษณะที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติโดยรวม

ใครเป็นผู้ก่อตั้ง OpenAI?

ผู้ประกอบการ ผู้ใจบุญ และนักวิจัยจำนวนหนึ่ง รวมถึง John Schulman, Greg Brockman, Elon Musk, Sam Altman, Ilya Sutskever และ Wojciech Zaremba ได้ก่อตั้ง OpenAI

OpenAI ทำการวิจัยประเภทใด

OpenAI ดำเนินการวิจัยในหลายๆ ด้านที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงแมชชีนเลิร์นนิง วิทยาการหุ่นยนต์ เศรษฐศาสตร์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์ เป้าหมายของการวิจัยของ OpenAI คือการปรับปรุงความสามารถของปัญญาประดิษฐ์และเพื่อให้แน่ใจว่าได้รับการพัฒนาในลักษณะที่ปลอดภัยและเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ

OpenAI ได้รับการสนับสนุนอย่างไร

OpenAI ได้รับทุนจากการบริจาคและการสนับสนุนจากบุคคล บริษัท และมูลนิธิต่างๆ

OpenAI เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรหรือไม่?

ใช่ OpenAI เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

ฉันจะมีส่วนร่วมกับ OpenAI ได้อย่างไร

มีหลายวิธีในการมีส่วนร่วมกับ OpenAI:

  • คุณสามารถสมัครงานที่ OpenAI ได้หากคุณมีคุณสมบัติและทักษะที่จำเป็น
  • คุณสามารถเข้าร่วมชุมชน OpenAI และมีส่วนร่วมในการอภิปรายเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์และการพัฒนาของมัน
  • คุณยังสามารถสนับสนุน OpenAI ได้ด้วยการบริจาคหรือเป็นผู้สนับสนุน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ChatGPT

ChatGPT คืออะไร

ChatGPT เป็นตัวแปรของรูปแบบภาษา GPT ที่ได้รับการปรับแต่งสำหรับการสนทนาแบบแชท ได้รับการฝึกฝนให้สร้างการตอบสนองแบบมนุษย์ต่อข้อความแจ้งที่กำหนด โดยใช้บริบทและข้อมูลที่ให้ไว้ในการสนทนาจนถึงตอนนี้

ChatGPT ทำงานอย่างไร

ChatGPT ทำงานโดยการคาดคะเนคำหรือวลีถัดไปในการสนทนาตามบริบทและข้อมูลที่ให้ไว้ ใช้สถาปัตยกรรมโครงข่ายประสาทเทียมที่เรียกว่าหม้อแปลงเพื่อประมวลผลอินพุตและสร้างการตอบสนอง

ChatGPT เป็นรุ่นสแตนด์อโลนหรือเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ใหญ่กว่าหรือไม่

โดยทั่วไปแล้ว ChatGPT จะใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบขนาดใหญ่ เช่น แชทบอทหรือผู้ช่วยเสมือน สามารถรวมเข้ากับระบบที่จัดการงานต่างๆ เช่น การประมวลผลอินพุตล่วงหน้า การจัดการบทสนทนา และการประมวลผลเอาต์พุตภายหลัง

ChatGPT แม่นยำเพียงใด

ChatGPT ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับชุดข้อมูลขนาดใหญ่ของการสนทนาของมนุษย์ ดังนั้นจึงสามารถสร้างการตอบสนองที่ค่อนข้างคล้ายกับของมนุษย์ อย่างไรก็ตาม มันยังคงเป็นโมเดลแมชชีนเลิร์นนิงและอาจไม่ได้สร้างการตอบสนองที่ถูกต้องสมบูรณ์หรือเหมาะสมเสมอไป

สามารถใช้ ChatGPT ในภาษาใดก็ได้หรือไม่

ChatGPT ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับชุดข้อมูลของการสนทนาเป็นภาษาอังกฤษ ดังนั้นจึงแม่นยำที่สุดเมื่อสร้างการตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษ อาจทำงานได้ไม่ดีนักเมื่อสร้างการตอบกลับในภาษาอื่น


การพัฒนาเว็บแอปในปี 2023
เครื่องมือวิเคราะห์ธุรกิจที่ดีที่สุดในปี 2023
ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์คืออะไร

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ เคมบริ...