วันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

ธรรมที่พระศาสดาทรงตรัสสอนไว้ แต่เหล่าสาวกไม่กล้าสอน อธิปไตย ๓ อย่าง มีดังนี้

.
        ธรรมที่พระศาสดาทรงตรัสสอนไว้ แต่เหล่าสาวกไม่กล้าสอน อธิปไตย ๓ อย่าง มีดังนี้

     (๑) อัตตาธิปไตย ความมีตนเป็นใหญ่ ทำอะไรก็ปรารภตนเป็นใหญ่ ทำให้เหมาะกับฐานะของตน มีตนเป็นที่ตั้ง ถ้าตนเป็นใหญ่ก็ทำด้วยมุ่งให้สมกับฐานะของตน มุ่งผลอันจะได้แก่ตน ทำด้วยความสะดวกแห่งตน  

     (๒) โลกาธิปไตย ความมีโลกเป็นใหญ่ จะทำอะไรทุกอย่างต้องปรารภโลกเป็นที่ตั้ง เล่นละเว้นความชั่วเพราะกลัวคนอื่นตำหนินินทา ทำความดีเพราะต้องการให้เขายกย่องสรรเสริญ ทำตามนิยมชาวโลก บางทีเรียกประชาธิปไตย คือการถึอเอาความคิดเห็นของคนส่วนมากเป็นประมาณ

     (๓) ธัมมาธิปไตย ความมีธรรมเป็นใหญ่ จะทำอะไรทุกอย่าง ต้องปรารภธรรมเป็นที่ตั้ง พิจารณาเห็นความถูกต้อง ทำด้วยเมตตากรุณา เสียสละ มุ่งประโยนช์ต่อผู้อื่น ใครไม่สรรเสริญก็พร้อมจะทำ ทำดีเพราะรู้ว่าดี ละชั่วเพราะรู้ว่าชั่ว เป็นต้น.

     ธรรมวิภาคฉบับมาตรฐาน
     ขอบคุณกับภาพครับท่าน.

วันอังคารที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

ท่านอาจารย์ รัชนี ศรีไพรวรรณ ผู้ให้ความคุณูปการ กับบทเรียนภาษาไทยระดับชั้นประถมศึกษา "มานะ มานี ปิติ ชูใจ"


      
   ท่านอาจารย์รัชนี ศรีไพรวรรณ

 (สกุลเดิม: อัมพานนท์; 11 มีนาคม พ.ศ. 2473 — 15 เมษายน พ.ศ. 2557) เป็นข้าราชการบำนาญ อดีตศึกษานิเทศก์ระดับ 8 สาขาวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมและมัธยมศึกษา ซึ่งเป็นที่รู้จักทั่วไป จากผลงานเขียนเรื่อง มานะ มานี ปิติ ชูใจ ที่ใช้เป็นแบบเรียนวิชาภาษาไทย ในโรงเรียนประถมทั่วประเทศ ตามหลักสูตรประถมศึกษา พ.ศ. 2521 - 2537 อันเป็นผลงานซึ่งเป็นที่ยกย่อง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน[1] นอกจากนี้ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ยังมอบรางวัลนราธิป ประจำปี พ.ศ. 2556 ให้แก่เธอ

ประวัติ

ท่านอาจารย์รัชนี อัมพานนท์
เกิด วันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2473
อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม
เสียชีวิต
15 เมษายน พ.ศ. 2557 (84 ปี)
โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพมหานคร
ศิษย์เก่า
วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร
อาชีพ
ข้าราชการบำนาญ, ศึกษานิเทศก์,
ครูภาษาไทย, นักประพันธ์
มีชื่อเสียงจาก
ผู้เขียนเรื่อง มานะ มานี ปิติ ชูใจ
ในแบบเรียนวิชาภาษาไทย
ระหว่างปี 2521 - 2537
คู่สมรส
มงคล ศรีไพรวรรณ
บุตร
พงษ์ธร ศรีไพรวรรณ
พรพรรณ ศรีไพรวรรณ
รางวัล
รางวัลนราธิป ประจำปี 2556
ประวัติ
แก้ไข
อาจารย์รัชนี ศรีไพรวรรณ เกิดที่อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม สำเร็จการศึกษาระดับประถม จากโรงเรียนประชาบาล ‘พินิจราษฎรบำรุง’ อำเภอยางตลาด จังหวัดมหาสารคาม (ปัจจุบันขึ้นกับจังหวัดกาฬสินธุ์) และมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสตรีอนุกูลนารี อำเภอกาฬสินธุ์ จังหวัดมหาสารคาม (ปัจจุบันคืออำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์) ต่อมาสำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษา จากโรงเรียนฝึกหัดครูสวนสุนันทาวิทยาลัย (ปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา), โรงเรียนฝึกหัดครูมัธยมวังจันทรเกษม (ปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม) และ วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร (ปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ)

อาจารย์รัชนีมีผลงานเขียนหนังสือ ประกอบการสอนวิชาภาษาไทยเรื่อง กระต่ายน้อยและฝนหลวง และ มานะ มานี ปิติ ชูใจ รวมถึงวรรณกรรมเยาวชนเรื่องทางช้างเผือก ร่วมกับนิตยสารอะเดย์[1] อนึ่ง รายการ ภาษาไทยใครว่ายาก เคยเชิญอาจารย์รัชนีเป็นวิทยากร โดยออกอากาศทางโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2556 ด้านชีวิตส่วนตัว อาจารย์รัชนีมีบุตรสาวชื่อพรพรรณ

อาจารย์รัชนีถึงแก่กรรม ด้วยโรคหลอดเลือดอุดตัน เมื่อเวลา 21:38 น. ของวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2557 ที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ สิริอายุได้ 84 ปี โดยเมื่อครั้งยังมีชีวิต ท่านแสดงความประสงค์ขอบริจาคร่างกาย สำหรับการศึกษาของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล[4][2]

สิ่งสืบทอด
แก้ไข
เป็นที่กล่าวขานในวงการศึกษาไทยว่า อาจารย์รัชนี เป็นผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา วิชาภาษาไทยเป็นอย่างมาก โดยขณะรับราชการ ท่านเป็นศึกษานิเทศก์ครูภาษาไทย สังกัดกรมสามัญศึกษา (ปัจจุบันคือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน) กระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงเป็นผู้สอนวิชาภาษาไทยและแนะแนว กรมวิชาการ (ปัจจุบันคือ สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน) จึงมอบหมายให้ท่าน เป็นผู้เขียนเรื่องประกอบ หนังสือแบบเรียนภาษาไทย ตามหลักสูตรประถมศึกษา พ.ศ. 2521 ซึ่งเป็นที่รู้จักทั่วไปในชื่อ มานะ มานี ปิติ ชูใจ[5]

แม้ทางกระทรวงศึกษาธิการ จะยกเลิกแบบเรียนภาษาไทยชุด มานะ มานี ปิติ ชูใจ เมื่อ พ.ศ. 2537 เนื่องด้วยเนื้อหาที่ไม่ทันต่อยุคสมัย แต่หลังจากนั้น 8 ปี ทางนิตยสารอะเดย์ นำเรื่องราวมานะ มานี ปิติ ชูใจ ในวัยเติบใหญ่ ที่เขียนโดยอาจารย์รัชนี มาจัดพิมพ์เป็นพ็อกเกตบุ๊ก โดยใช้ชื่อทางช้างเผือก ซึ่งจัดเป็นหนังสือขายดีในเวลานั้น[6]

นอกจากนี้ ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมไทย นครเมลเบิร์น เครือรัฐออสเตรเลีย ยังขออนุญาตกระทรวงศึกษาธิการของไทย เพื่อนำแบบเรียนชุดมานะ มานี ปิติ ชูใจ ของอาจารย์รัชนี ไปใช้เป็นหนังสือเรียนวิชาภาษาไทยของศูนย์ดังกล่าว ตั้งแต่ พ.ศ. 2524 จนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้แบบเรียนชุดมานะ มานี ปิติ ชูใจของอาจารย์รัชนียังถูกนำไปใช้เป็นหนังสือเรียนวิชา Beginning Thai ซึ่งเป็นวิชาเลือกเสรีในระดับปริญญาตรี ณ มหาวิทยาลัย Northern Illinois University เมือง DeKalb ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยรายวิชาดังกล่าวดำเนินการเรียนการสอนโดย Prof. John F. Hartmann มานับตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2528 โดยในภายหลังเนื้อหาในแบบเรียนได้รับการพัฒนาเป็นสื่อการเรียนการสอนออนไลน์โดยทุนสนับสนุนและสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ที่ Thai SEASITE [8]

อ้างอิง
แก้ไขล่าสุดเมื่อ 3 เดือนก่อน โดย ZeroSixTwo
หน้าที่เกี่ยวข้อง
อุไรวรรณ ศิวะกุล
อาจารย์สอนพิเศษวิชาเคมีชาวไทย

เตรียม ชาชุมพร
มานะ มานี ปิติ ชูใจ

วันอาทิตย์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

"I Know My Place" (ฉันรู้จักเจียมตน)

I know my place ..
(ฉันรู้จักเจียมตน) ...
.
แอลลิสัน เฟลิกซ์ นักวิ่งหญิงอเมริกัน เมื่อเธอตั้งครรภ์ เธอโดน Nike ตัดเงินสนับสนุนออก 70% แล้วยังฝากถ้อยคำเจ็บแสบที่เธอจดจำมาตลอดว่า 

"หัดรู้จักเจียมตัวแล้วก็ทำหน้าที่วิ่งไป"

.
เฟลิกซ์มีอาการสภาวะครรภ์เป็นพิษ ทำให้เธอต้องผ่าคลอดก่อนกำหนดที่อายุครรภ์แค่ 7 เดือน แล้วลูกสาวเธอก็ต้องอยู่ในหน่วยดูแลทารกภาวะแรกคลอดก่อนกำหนด (NICU) หลังจากนั้นแค่ 10 เดือน เฟลิกซ์ก็ไปคว้าเหรียญทอง จากการแข่งขัน AAF World Athletics Championships

2 ปีต่อมา เฟลิกซ์ได้เป็นตัวแทนสหรัฐฯ ลงแข่งโอลิมปิกเป็นครั้งที่ 5 ของเธอ โดยที่มีลูกสาวตัวน้อยมานั่งดูแม่วิ่งแข่ง จากนั้นเฟลิกซ์ก็ยุติสัญญากับ Nike แล้วสร้างแบรนด์รองเท้าวิ่งของตัวเองในชื่อ "Saysh One" 

ในวันที่เธอลงวิ่งในโอลิมปิกครั้งที่ 6 ของเธอที่ญี่ปุ่น เฟลิกซ์สวมรองเท้าแบรนด์ของเธอเอง พร้อมกับโปรโมตแคมเปญ "I Know My Place" (ฉันรู้จักเจียมตน) ถ้อยคำที่ตัวแทน Nike ว่ากล่าวใส่เธอนั่นแหละ 
หลังจบโอลิมปิกที่ญี่ปุ่น เฟลิกซ์กลายเป็นนักวิ่งหญิงที่เป็นเจ้าของ 11 เหรียญ เป็นนักกีฬาประเภทลู่และลานที่เป็นเจ้าของเหรียญโอลิมปิกมากที่สุดในประวัติศาสตร์

"ฉันต้องการที่จะมีปากเสียง ฉันถึงได้สร้างบริษัทนี้ขึ้นมา เพื่อจากนี้ไป ฉันจะไม่ต้องตื่นตีสี่ครึ่งเพื่อออกมาวิ่ง ในขณะที่ยังอุ้มท้อง 5 เดือน แต่ต้องปิดบังไม่ให้สปอนเซอร์รู้ว่าฉันตั้งท้อง"

.
แอลลิสัน เฟลิกซ์ ประกาศรีไทร์จากวงการวิ่งเมื่อปลายปี 2022 เมื่ออายุ 37 ปี

.
cr.Thejui Kesjamras ครับ
=====================
#เพจภาพและเรื่องราวต่างๆที่น่าสนใจ

วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

ดาวฤกษ์คล้ายดวงอาทิตย์ที่กำลังจะตายได้กลืนกินดาวเคราะห์นอกระบบ จากดาวฤกษ์ในทางช้างเผือก ซึ่งอยู่ห่างจากโลกประมาณ 13,000 ปีแสง ในกลุ่มดาวนกอินทรีย์ (Aquila)

ตัวอย่างที่อาจเป็นไปได้สำหรับชะตากรรมสุดท้ายของโลก

นักดาราศาสตร์สังเกตพบการกลืนกินของดาวฤกษ์ในช่วงอายุขัยสุดท้ายของมัน

นักดาราศาสตร์ที่ใช้กล้องโทรทรรศน์ Gemini South ในชิลี ได้สังเกตเห็นหลักฐานที่น่าสนใจชิ้นแรกของดาวฤกษ์คล้ายดวงอาทิตย์ที่กำลังจะตายได้กลืนกินดาวเคราะห์นอกระบบ จากดาวฤกษ์ในทางช้างเผือก ซึ่งอยู่ห่างจากโลกประมาณ 13,000 ปีแสง ในกลุ่มดาวนกอินทรีย์ (Aquila) 

"เปลวไฟของพลังงานที่ยาวนานและต่ำ"" ของเหตุการณ์นี้เห็นได้จากการระเบิดที่ยาวนาน ที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากดาวฤกษ์ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของมันที่ ล่องลอยออกมาจากพื้นผิวของดาวฤกษ์ 

กระบวนการที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนนี้อาจคล้ายชะตากรรมสุดท้ายของโลกเมื่อดวงอาทิตย์ของเราใกล้จะสิ้นอายุขัยในอีกประมาณห้าพันล้านปี 

การปะทุจากการกลืนกินนี้ กินเวลาราว 100 วัน จากลักษณะเฉพาะของเส้นโค้งแสง รวมถึงวัสดุที่ถูกขับออกมา ทำให้นักดาราศาสตร์เข้าใจถึงมวลของดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ที่ถูกกลืนกิน วัสดุที่พุ่งออกมาประกอบด้วยไฮโดรเจนประมาณ 33 มวลโลก และฝุ่นประมาณ 0.33 มวลโลก “นั่นคือวัสดุที่ก่อตัวเป็นดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ จำนวนมากที่จะถูกรีไซเคิลหรือถูกเรอออกไปสู่บริเวณระหว่างดวงดาว” 

จากการวิเคราะห์นี้ ทีมงานประเมินว่าดาวฤกษ์ มีมวลประมาณ 0.8−1.5 เท่าของดวงอาทิตย์ของเรา และดาวเคราะห์ที่ถูกกลืนกิน มีมวล 1–10 เท่าของดาวพฤหัสบดี

Credit: International Gemini Observatory/NOIRLab/NSF/AURA/M. Garlick/M. Zamani

อะไรคือนัยสำคัญของการสังเกตนี้ 

นี้เป็นครั้งแรกที่ดาวอายุมากกินดาวเคราะห์ ในการศึกษาใหม่ ที่เผยแพร่ทางออนไลน์ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ในนิตยสาร Nature ในรายงานวิจัยนี้ระบุว่า แกนกลางของดาวฤกษ์จะแห้งและเริ่มขยายตัว เข้าใกล้ระยะห่างดาวเคราะห์ข้างเคียง แล้วค่อยกลืนกินไปหมด 

ในอีกประมาณราว 5 พันล้านปี ดวงอาทิตย์ของเราจะเข้าสู่กระบวนการแก่ชรา ที่คล้ายคลึงกันนี้ โดยคาดว่าจะขยายขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเป็น 100 เท่าของปัจจุบัน กลายเป็นดาวยักษ์แดง ในช่วงที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วนั้น มันจะค่อยๆ ไล่กลืนดาวพุธ ดาวศุกร์ และอาจรวมโลกเข้าไปด้วย

แม้ว่านักดาราศาสตร์เคยตั้ง สมมุติฐานในเรื่องนี้มาแล้ว “ดาวยักษ์แดงบางดวงกินดาวเคราะห์ในบริเวณใกล้เคียง” แต่สิ่งนี้ไม่เคยถูกสังเกตพบโดยตรง

จนกระทั่งบัดนี้ 
“เหตุการณ์ลักษณะนี้ได้รับการทำนายมานานหลายทศวรรษ แต่จนถึงขณะนี้เราไม่เคยสังเกตว่ากระบวนการนี้เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร” 

Kishalay De นักดาราศาสตร์จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ในเคมบริดจ์และผู้เขียนนำรายงานกล่าว

วันจันทร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

จะเกิดอะไรขึ้นกับโลกเราและมนุษย์ เมื่อ Andromeda ชนและรวมกับ Galaxy ทางช้างเผือก (“Milkdromeda”)


จะเกิดอะไรขึ้นกับโลกเราและมนุษย์ เมื่อ Andromeda ชนและรวมกับ Galaxy ทางช้างเผือก (“Milkdromeda”)

ผลจากการวิจัยล่าสุด ได้ขยายความรู้ของเราเกี่ยวกับควอซาร์ รวมทั้งสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับโลกเราและมนุษย์ เมื่อกาแล็กซีทางช้างเผือกชนกับกาแล็กซีแอนโดรเมดา ในอีก 4.5 พันล้านปีนับจากนี้

กาแล็กซีของเรา ได้ถูกกำหนดให้ชนกันครั้งใหญ่ ในอนาคตอันไกลโพ้น หากปัญญาประดิษฐ์หรือลูกหลาน ตามธรรมชาติของเรายังคงอยู่ พวกเขาจำเป็นต้องตั้งถิ่นฐานในดาวฤกษ์ระบบอื่น หรือ ป้องกันการทำลายโลก จากดวงอาทิตย์ที่แก่ชราของเรา ในช่วงอายุขัยสุดท้าย ที่มันจะพองตัว กลืนกิน ทำลายดาวพุธ ดาวศุกร์ และอาจจะรวมโลกเราด้วย

การชนกันของกาแล็กซีทางช้างเผือก ที่มีดวงดาว 200 ถึง 400 พันล้านดวง กับกาแล็กซีแอนโดรมิดา ที่มีดวงดาว 1 ล้านล้านดวงจะทำให้สิ่งต่าง ๆ ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น มันจะทำให้ประมาณ 12% ของระบบ ในบริเวณรอบนอก ของจานก้นหอยทางช้างเผือก ซึ่งเป็นที่ตั้งของดวงอาทิตย์เรา ถูกขับพ้นออกไปจากจากกาแลคซีเกิดใหม่ พวกมันจะบินผ่านอวกาศระหว่างกาแล็กซี เป็นเวลานับหลายพันล้านปี จนกระทั่งไปถึงกาแล็กซีอื่น 

[ดวงอาทิตย์ของเรา ตั้งอยู่ในส่วนนอกของดาราจักรทางช้างเผือก ในแขนกังหันที่เรียกว่า Orion Arm หรือ Local Arm ดวงอาทิตย์อยู่ห่างจาก ใจกลางทางช้างเผือกประมาณ 25,000 ปีแสง และห่างจากใจกลางของ ดิสก์กาแล็กซีประมาณ 2 ใน 3 ของระยะทาง ส่วนนอกของทางช้างเผือกโดยทั่วไป เป็นบริเวณที่อยู่นอกศูนย์กลางดาราจักร เป็นที่พบดาวฤกษ์และวัตถุท้องฟ้าอื่นๆ ในดาราจักรส่วนใหญ่]

หลังจากการชนกัน “Milkdromeda” (Milky Way + Andromeda) จะกลายเป็นดาราจักรทรงรี ขนาดใหญ่ที่มีดาวมากกว่า 1.5 ล้านล้านดวง แม้มันไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยง ที่ระบบจะชนกันโดยตรงขนานใหญ่ (เนื่องจากระยะห่างที่กว้างใหญ่ในอวกาศ) แต่จะส่งผลให้เกิดการก่อตัว ดาวฤกษ์ใหม่แบบระลอกใหญ่ เนื่องจากเมฆก๊าซขนาดมหึมา จะถูกบีบโดยผลกระทบของกระแสการชนกันที่เชี่ยวกราก สถานที่หลายแห่งจะกลายเป็นโซนอันตราย เนื่องจากความเสี่ยง ของการระเบิดของ ซุปเปอร์โนวาในบริเวณใกล้เคียง 

นอกจากนี้ ดาวฤกษ์ในกาแล็กซีทรงรี จะทำให้เกิดวิถีโคจรของดวงดาวที่วุ่นวาย ไม่เป็นระเบียบเหมือนกับการโคจร รอบใจกลางทางช้างเผือก ของเราในปัจจุบัน ซึ่งหมายความว่า หากเรายังตั้งรกราก อยู่ในที่เดิมบ้านของเราจะเข้าใกล้ ใจกลางดาราจักรที่น่าอันตรายอย่างยิ่ง มันจะกลายเป็นบริเวณ ที่มีความหนาแน่นของดาวฤกษ์สูงมาก และมีสถิติการเกิดระเบิดของซุปเปอร์โนวาที่ถี่มากขึ้น

นอกจากนี้ จะมีการเพิ่มความเสี่ยงจากควาซาร์ (Quasars) อีกครั้ง พวกมันเป็นหลุมดำขนาดมวลมหาศาล ที่หิวโหยและสว่างไสวอย่างเหลือเชื่อ ที่มีอยู่ในบริเวณใจกลางกาแลคซี บางครั้งพวกมันจะกินก๊าซอย่างมูมมาม มากกว่าปกติเป็นระยะเวลาหนึ่ง

[นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า ควอซาร์ซึ่งเป็นวัตถุมีพลัง ได้รับพลังงานจากหลุมดำมวลมหาศาล ที่หิวโหยและสามารถส่องแสงเหนือดาวฤกษ์ หลายล้านล้านดวงรวมกัน สามารถก่อตัวขึ้นได้ เมื่อกาแลคซีชนกันและรวมกัน การค้นพบนี้เท่ากับชี้ชัดว่า ทางช้างเผือกมีควาซาร์ในตัวมันเอง และเมื่อชนกับกาแล็กซีแอนโดรมีดา สัตว์ประหลาดตัวนี้ จะถูกปลุกให้ตื่นขึ้น]

ด้วยพลังทำลายล้างมหาศาลของควอซาร์ สามารถฆ่าเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต ที่ใจกลางกาแลคซีได้ สิ่งนั้นจะขึ้นอยู่กับวงโคจรของลูกหลานของเราในอนาคต อีกราวๆ 4.5 พันล้านปีข้างหน้า ที่จะยังมีชีวิตอยู่ หากพวกเขาเค้าโชคดี ได้ทำเลตั้งรกรากใหม่ ในบริเวณรอบนอกของ “Milkdromeda” พวกเค้าคงจะได้เห็นควาซาร์ ว่ามันก็เป็นแค่ดาวที่แปลกประหลาด ที่ส่องแสงสว่างมากผิดปรกติ ดวงหนึ่งในท้องฟ้าแค่นั้นเอง

[นักดาราศาสตร์ได้ค้นพบว่ามีควาซาร์ราวๆ 43 แห่ง ที่ซ่อนอยู่ในดาราจักรแอนโดรเมดา ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มีมากกว่านั้น เพียงแต่ตรวจสอบยังไม่พบ และแน่นอนกาแลคซีทางช้างเผือกของเรามีควาซาร์ด้วย แม้ว่าพวกมันจะหายากมากก็ตาม] 

[ควาซาร์เป็นหนึ่งในวัตถุที่สว่างไสวที่สุดในจักรวาล ขับเคลื่อนโดยหลุมดำมวลมหาศาลที่ใจกลางกาแลคซี แม้ว่าในเวลานี้หลุมดำใจกลางทางช้างเผือก ดูเหมือนจะถูกปิดสวิตช์การทำงานอยู่ แต่อาจมีหลุมดำอื่นๆ ที่อยู่เฉยๆ หรือถูกบดบังซุกซ่อนอยู่อีกมากภายในกาแลคซีทางช้างเผือก และรอสถานการณ์ปลดปล่อย รังสีอันตรายออกมา หากพวกมันมีสถานะถูกเปิดใช้งาน]

ในระหว่างการชนกัน ของทางช้างเผือกและแอนโดรมีดา และรวมกันกันกลายเป็น ดาราจักรทรงรีขนาดยักษ์นั้น เราอาจโชคดีมีประจักษ์พยาน ดาราจักรไทรแองกูลัม หรือ ดาราจักรสามเหลี่ยม (M33 หรือ NGC 598) ซึ่งเป็นดาราจักรชนิดก้นหอยที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 3 ล้านปีแสง มีขนาดรัศมี 30,000 ปีแสง ขนาดมวล 50 พันล้านเท่าของดวงอาทิตย์ อยู่ในบริเวณกลุ่มดาวสามเหลี่ยม (ดาราจักรสามเหลี่ยมเป็นดาราจักร ที่ใหญ่เป็นอันดับที่สามในกลุ่มท้องถิ่น โดยเล็กกว่าดาราจักรแอนโดรเมดาและทางช้างเผือก) เข้ามาเป็นสักขีพยานในเหตุการณ์ ครั้งสำคัญนี้ด้วย

เรียบเรียงเนื้อหาจาก
Galaxy interactions are the dominant trigger for local type 2 quasars. Monthly Notices of the Royal Astronomical Society. 
Future merger of the Milky Way with the Andromeda galaxy and the fate of their supermassive black holes. Astronomy and Astrophysics.

😀😅

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ เคมบริ...