ผลจากการวิจัยล่าสุด ได้ขยายความรู้ของเราเกี่ยวกับควอซาร์ รวมทั้งสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับโลกเราและมนุษย์ เมื่อกาแล็กซีทางช้างเผือกชนกับกาแล็กซีแอนโดรเมดา ในอีก 4.5 พันล้านปีนับจากนี้
กาแล็กซีของเรา ได้ถูกกำหนดให้ชนกันครั้งใหญ่ ในอนาคตอันไกลโพ้น หากปัญญาประดิษฐ์หรือลูกหลาน ตามธรรมชาติของเรายังคงอยู่ พวกเขาจำเป็นต้องตั้งถิ่นฐานในดาวฤกษ์ระบบอื่น หรือ ป้องกันการทำลายโลก จากดวงอาทิตย์ที่แก่ชราของเรา ในช่วงอายุขัยสุดท้าย ที่มันจะพองตัว กลืนกิน ทำลายดาวพุธ ดาวศุกร์ และอาจจะรวมโลกเราด้วย
การชนกันของกาแล็กซีทางช้างเผือก ที่มีดวงดาว 200 ถึง 400 พันล้านดวง กับกาแล็กซีแอนโดรมิดา ที่มีดวงดาว 1 ล้านล้านดวงจะทำให้สิ่งต่าง ๆ ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น มันจะทำให้ประมาณ 12% ของระบบ ในบริเวณรอบนอก ของจานก้นหอยทางช้างเผือก ซึ่งเป็นที่ตั้งของดวงอาทิตย์เรา ถูกขับพ้นออกไปจากจากกาแลคซีเกิดใหม่ พวกมันจะบินผ่านอวกาศระหว่างกาแล็กซี เป็นเวลานับหลายพันล้านปี จนกระทั่งไปถึงกาแล็กซีอื่น
[ดวงอาทิตย์ของเรา ตั้งอยู่ในส่วนนอกของดาราจักรทางช้างเผือก ในแขนกังหันที่เรียกว่า Orion Arm หรือ Local Arm ดวงอาทิตย์อยู่ห่างจาก ใจกลางทางช้างเผือกประมาณ 25,000 ปีแสง และห่างจากใจกลางของ ดิสก์กาแล็กซีประมาณ 2 ใน 3 ของระยะทาง ส่วนนอกของทางช้างเผือกโดยทั่วไป เป็นบริเวณที่อยู่นอกศูนย์กลางดาราจักร เป็นที่พบดาวฤกษ์และวัตถุท้องฟ้าอื่นๆ ในดาราจักรส่วนใหญ่]
หลังจากการชนกัน “Milkdromeda” (Milky Way + Andromeda) จะกลายเป็นดาราจักรทรงรี ขนาดใหญ่ที่มีดาวมากกว่า 1.5 ล้านล้านดวง แม้มันไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยง ที่ระบบจะชนกันโดยตรงขนานใหญ่ (เนื่องจากระยะห่างที่กว้างใหญ่ในอวกาศ) แต่จะส่งผลให้เกิดการก่อตัว ดาวฤกษ์ใหม่แบบระลอกใหญ่ เนื่องจากเมฆก๊าซขนาดมหึมา จะถูกบีบโดยผลกระทบของกระแสการชนกันที่เชี่ยวกราก สถานที่หลายแห่งจะกลายเป็นโซนอันตราย เนื่องจากความเสี่ยง ของการระเบิดของ ซุปเปอร์โนวาในบริเวณใกล้เคียง
นอกจากนี้ ดาวฤกษ์ในกาแล็กซีทรงรี จะทำให้เกิดวิถีโคจรของดวงดาวที่วุ่นวาย ไม่เป็นระเบียบเหมือนกับการโคจร รอบใจกลางทางช้างเผือก ของเราในปัจจุบัน ซึ่งหมายความว่า หากเรายังตั้งรกราก อยู่ในที่เดิมบ้านของเราจะเข้าใกล้ ใจกลางดาราจักรที่น่าอันตรายอย่างยิ่ง มันจะกลายเป็นบริเวณ ที่มีความหนาแน่นของดาวฤกษ์สูงมาก และมีสถิติการเกิดระเบิดของซุปเปอร์โนวาที่ถี่มากขึ้น
นอกจากนี้ จะมีการเพิ่มความเสี่ยงจากควาซาร์ (Quasars) อีกครั้ง พวกมันเป็นหลุมดำขนาดมวลมหาศาล ที่หิวโหยและสว่างไสวอย่างเหลือเชื่อ ที่มีอยู่ในบริเวณใจกลางกาแลคซี บางครั้งพวกมันจะกินก๊าซอย่างมูมมาม มากกว่าปกติเป็นระยะเวลาหนึ่ง
[นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า ควอซาร์ซึ่งเป็นวัตถุมีพลัง ได้รับพลังงานจากหลุมดำมวลมหาศาล ที่หิวโหยและสามารถส่องแสงเหนือดาวฤกษ์ หลายล้านล้านดวงรวมกัน สามารถก่อตัวขึ้นได้ เมื่อกาแลคซีชนกันและรวมกัน การค้นพบนี้เท่ากับชี้ชัดว่า ทางช้างเผือกมีควาซาร์ในตัวมันเอง และเมื่อชนกับกาแล็กซีแอนโดรมีดา สัตว์ประหลาดตัวนี้ จะถูกปลุกให้ตื่นขึ้น]
ด้วยพลังทำลายล้างมหาศาลของควอซาร์ สามารถฆ่าเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต ที่ใจกลางกาแลคซีได้ สิ่งนั้นจะขึ้นอยู่กับวงโคจรของลูกหลานของเราในอนาคต อีกราวๆ 4.5 พันล้านปีข้างหน้า ที่จะยังมีชีวิตอยู่ หากพวกเขาเค้าโชคดี ได้ทำเลตั้งรกรากใหม่ ในบริเวณรอบนอกของ “Milkdromeda” พวกเค้าคงจะได้เห็นควาซาร์ ว่ามันก็เป็นแค่ดาวที่แปลกประหลาด ที่ส่องแสงสว่างมากผิดปรกติ ดวงหนึ่งในท้องฟ้าแค่นั้นเอง
[นักดาราศาสตร์ได้ค้นพบว่ามีควาซาร์ราวๆ 43 แห่ง ที่ซ่อนอยู่ในดาราจักรแอนโดรเมดา ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มีมากกว่านั้น เพียงแต่ตรวจสอบยังไม่พบ และแน่นอนกาแลคซีทางช้างเผือกของเรามีควาซาร์ด้วย แม้ว่าพวกมันจะหายากมากก็ตาม]
[ควาซาร์เป็นหนึ่งในวัตถุที่สว่างไสวที่สุดในจักรวาล ขับเคลื่อนโดยหลุมดำมวลมหาศาลที่ใจกลางกาแลคซี แม้ว่าในเวลานี้หลุมดำใจกลางทางช้างเผือก ดูเหมือนจะถูกปิดสวิตช์การทำงานอยู่ แต่อาจมีหลุมดำอื่นๆ ที่อยู่เฉยๆ หรือถูกบดบังซุกซ่อนอยู่อีกมากภายในกาแลคซีทางช้างเผือก และรอสถานการณ์ปลดปล่อย รังสีอันตรายออกมา หากพวกมันมีสถานะถูกเปิดใช้งาน]
ในระหว่างการชนกัน ของทางช้างเผือกและแอนโดรมีดา และรวมกันกันกลายเป็น ดาราจักรทรงรีขนาดยักษ์นั้น เราอาจโชคดีมีประจักษ์พยาน ดาราจักรไทรแองกูลัม หรือ ดาราจักรสามเหลี่ยม (M33 หรือ NGC 598) ซึ่งเป็นดาราจักรชนิดก้นหอยที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 3 ล้านปีแสง มีขนาดรัศมี 30,000 ปีแสง ขนาดมวล 50 พันล้านเท่าของดวงอาทิตย์ อยู่ในบริเวณกลุ่มดาวสามเหลี่ยม (ดาราจักรสามเหลี่ยมเป็นดาราจักร ที่ใหญ่เป็นอันดับที่สามในกลุ่มท้องถิ่น โดยเล็กกว่าดาราจักรแอนโดรเมดาและทางช้างเผือก) เข้ามาเป็นสักขีพยานในเหตุการณ์ ครั้งสำคัญนี้ด้วย
เรียบเรียงเนื้อหาจาก
Galaxy interactions are the dominant trigger for local type 2 quasars. Monthly Notices of the Royal Astronomical Society.
Future merger of the Milky Way with the Andromeda galaxy and the fate of their supermassive black holes. Astronomy and Astrophysics.
😀😅
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น