วันพฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2566

ไตดำหรือไทดำ ในการรับรู้ของราชสำนักสยามว่า "ลาวทรงดำ ลาวโซ่ง"

ไตดำหรือไทดำ ในการรับรู้ของราชสำนักสยามว่า "ลาวทรงดำ ลาวโซ่ง" และภายหลังพยายามเรียกว่า "ไทยทรงดำ"

เป็นที่ทราบกันดีว่ากลุ่มชาติพันธุ์ที่เรียกกันหลายชื่อว่า ลาวทรงดำ ไทยทรงดำ ลาวโซ่ง หรือว่า ไทดำ มีอยู่ในประเทศไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะในภาคกลางของประเทศไทย เช่น เพชรบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม กาญจนบุรี ฯลฯ เช่นเดียวกับกลุ่มลาวต่างๆ คือ ลาวเวียง ลาวครั่ง ลาวเเง๊ว ลาวพวนหรือไทพวน เป็นต้น

กลุ่มชาติพันธุ์เหล่านี้เข้ามาอยู่ในประเทศไทย ด้วยเหตุผลของการกวาดต้อนผู้คน เพื่อมาเติมเต็มพื้นที่ภาคกลางของสยาม เพื่อเพิ่มประชากร เพื่อเป็นเเรงงาน หลังไทสยามถูกพม่ากวาดต้อนไปเเทบเเปนเปล่าจากพื้นที่ภาคกลาง

ในราวปี พ.ศ. 2322 หรือ ค.ศ.1779 ทัพสยามของกรุงธนบุรี นำโดยเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก(ต่อมาคือรัชกาลที่1) นำทัพบุกตีอาณาจักรล้านช้างทั้ง 3 อาณาจักร เเละยึดเอาล้านช้างไว้เป็นเมืองประเทศราชได้ พร้อมกับการกวาดต้อนคนลาวล้านช้างเข้าสู่ภาคกลางของสยาม

ในครานั้นเอง เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ได้ให้ทัพเมืองหลวงพระบางยกทัพไปกวาดต้อนผู้คนในดินเเดน "สิบหกเจ้าไต"(หรือสิบสองเจ้าไต ในเวลาต่อมา) ที่เมืองทัน(เมืองแถนหรือถง) เมืองม่วย อันเป็นเมืองชายเเดนที่ติดกับเวียดนาม กวาดต้อนผู้คนที่เรียกตัวเองว่า ไตดำ ลงมาจำนวนมากมาให้กองทัพสยาม ภายหลังกองทัพสยามจึงกวาดต้อนผู้คนเหล่านี้ลงไปยังบางกอก

ตามการรับรู้ของสยามในขณะนั้น เข้าใจว่าผู้คนเหล่านี้คือคนลาว เนื่องด้วยว่าเมืองที่ไปกวาดต้อนนั้นขึ้นกับเมืองหลวงพระบาง จึงเรียกขานคนกลุ่มนี้ว่า "ลาวส่งดำ" หมายความว่ากลุ่มลาวที่นุ่งกางเกงหรือเครื่องนุ่งสีดำ เพราะคำว่า "ส่ง"หมายถึงกางเกง

เเละได้กวาดต้อนคนกลุ่มนี้ไปไว้ที่เมืองเพชรบุรี พร้อมกับกลุ่มคนลาวจำนวนมากที่กวาดไปไว้เเถบเมืองราชุบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อันเป็นเมืองชายเเดน หวังให้เป็นกันชนกับพม่า

ภายหลังมีการเรียกชื่อกลุ่มไตดำนี้ ในหลายชื่อ จาก"ส่ง"ก็เพี้ยนเป็น"ทรง" เป็น "โซ่ง" เช่น ลาวทรงดำ ลาวโซ่ง จนต่อมาเรียกกันว่า ไทยทรงดำ

สยามเริ่มรับรู้เกี่ยวกับคนกลุ่มนี้ เเละเริ่มเเยกเเยะคนกลุ่มนี้ออกจากกลุ่มคนลาว ในคราวที่สยามยกทัพไปปราบฮ่อที่หัวพันเเละเมืองเเถง สมัยรัชกาลที่5 

ในบันทึกของเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี เเม่ทัพใหญ่ที่ยกทัพไปปราบฮ่อ ที่หัวพันเเละเมืองเเถง ได้เรียกคนกลุ่มนี้ว่า "ผู้ไตหรือผู้ไทดำ" ซึ่งเป็นความพยายามจะเเยกคนกลุ่มนี้ ออกจากคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่เรียกตัวเองว่า "ผู้ไตด่อนหรือผู้ไทขาว" ตามคำให้การของลูกชายเจ้าเมืองไล(ที่ยกทัพมายึดได้เมืองเเถง) ที่เเยกกลุ่มคนที่เมืองเเถงออกจากเมืองไล โดยเรียกคนเมืองเเถงว่า "ไตดำ" เเละเรียกคนเมืองไลว่า "ไตด่อนหรือไตขาว" บางครั้งก็เรียกว่า "ไตหรือไทไล"

ในบันทึกการปราบฮ่อของเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีที่หัวพัน ก็ได้เเยกกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า "ผู้ไต" ออกจากกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า "ผู้ลาว" ดังบันทึกว่า

"หมู่พวกผู้ไทขอดผมกระด้นทั้งมวล หมู่พวกผู้ลาวตัดผมปลงทั้งมวล พวกเเม่หญิงผู้ไทนุ่งเครื่องดำตาบเเดง ขาวเหลือง ก็นุ่งเครื่องเก็บตำเป็นดอก เป็นเเสง เป็นตา ดำ เเดง ขาว เหลือง มีเป็นลายเเนวต่างๆ เเม่หญิงผู้ไทครั้นเเมนผู้สาวขอดเกล้าผมทั้งกระด้น คนมีผัวเเล้วเกล้าทางจอมขวัญ เเม่ร้าง เเม่หม้าย ครั้นอยากได้ผัวกลับขอดทางกระด้นเเต่งตัวหาผู้บ่าว"

ภาพ:ไทดำหรือลาวทรงดำ ในสมัยรัชกาลที่5 ที่ฝรั่งถ่ายภาพเอาไว้ เเละเอามาทำเป็นไปรษณีบัตร ตามภาพบรรยายว่า เป็นคนลาวในเมืองเพชรบุรี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ เคมบริ...