วันอังคารที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ตะลึงทั้งจักรวาล! เด็กมัธยมวัยเพียง 18 ปี ค้นพบวัตถุอวกาศใหม่กว่า 1.5 ล้านชิ้นที่ NASA มองข้ามงานนี้ถึงขั้นบิ๊ก NASA ทนไม่ไหว ต้องรีบคว้าตัวไปทำงาน พร้อมแถมโปรโมชันสุดล้ำที่ใครก็ปฏิเสธไม่ได้!

😲👀✨️ ตะลึงทั้งจักรวาล! เด็กมัธยมวัยเพียง 18 ปี ค้นพบวัตถุอวกาศใหม่กว่า 1.5 ล้านชิ้นที่ NASA มองข้าม
งานนี้ถึงขั้นบิ๊ก NASA ทนไม่ไหว ต้องรีบคว้าตัวไปทำงาน พร้อมแถมโปรโมชันสุดล้ำที่ใครก็ปฏิเสธไม่ได้!

เรื่องราวสุดทึ่งนี้เป็นของ Matteo Paz นักเรียนมัธยมปลายวัย 18 ปี จากเมืองพาซาดีนา รัฐแคลิฟอร์เนีย ผู้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการพัฒนาอัลกอริทึม ปัญญาประดิษฐ์ (A.I.) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลที่ถูกมองข้ามจากกล้องโทรทรรศน์ NEOWISE ของ NASA ที่ปลดเกษียณไปแล้ว โดยเขาสามารถระบุวัตถุในอวกาศที่อาจเป็นวัตถุใหม่ได้ถึง 1.5 ล้านชิ้น (จากทั้งหมด 1.9 ล้านชิ้นที่ตรวจพบ) ซึ่งรวมถึงปรากฏการณ์หายากอย่าง ซูเปอร์โนวา หลุมดำมวลยิ่งยวด และดาวฤกษ์เกิดใหม่

ความสำเร็จที่แหล่งข้อมูลระบุว่า "ก้าวกระโดดสำหรับดาราศาสตร์" นี้ มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:
👉🏻 พิชิตข้อมูลมหาศาลในเวลาอันสั้น: Matteo ใช้เวลากลั่นกรองข้อมูลกว่า 200,000 ล้านรายการ (ประมาณ 200 เทราไบต์) ได้ภายในเวลาเพียง 6 สัปดาห์ ด้วยอัลกอริทึมที่เขาตั้งชื่อว่า VARnet ซึ่งทำงานบนหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ที่มีความเร็วสูงมาก
👉🏻 รางวัลและความสำเร็จระดับโลก: เขาคว้าอันดับหนึ่งในการแข่งขัน Regeneron Science Talent Search 2025 ซึ่งถือเป็นการแข่งขันวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดสำหรับนักเรียนมัธยมปลายในสหรัฐฯ โดยได้รับเงินรางวัลสูงถึง 250,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 8 ล้านกว่าบาท)
👉🏻 ข้อเสนอสุดพิเศษจาก NASA: Jared Isaacman ผู้อำนวยการของ NASA ถึงกับออกปากชวนให้เขามาทำงานที่ NASA ทันที พร้อมยื่นข้อเสนอสุดเร้าใจเป็น "การนั่งเครื่องบินขับไล่" เป็นโบนัสในการเซ็นสัญญา
👉🏻 ผลงานวิชาการที่น่าทึ่ง: ผลงานวิจัยของเขาได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางดาราศาสตร์ชื่อดัง The Astronomical Journal โดยเขาเป็น ผู้เขียนเพียงคนเดียว (Sole Author) ของงานวิจัยชิ้นนี้ในขณะที่มีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น

ปัจจุบัน ข้อมูลพิกัดของวัตถุที่ Matteo ค้นพบกำลังถูกนำไปใช้เพื่อกำหนดเป้าหมายการสังเกตการณ์ต่อไปของกล้องโทรทรรศน์อวกาศ James Webb (JWST) อีกด้วย

หากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ความสำเร็จของ Matteo ก็เหมือนกับการใช้เครื่องตรวจจับโลหะสุดอัจฉริยะกวาดผ่าน กองฟางขนาดมหึมา เพื่อค้นหาเข็มที่ซ่อนอยู่จำนวนมหาศาล ซึ่งในขณะที่เหล่านักดาราศาสตร์เดิมอาจต้องใช้เวลาชั่วชีวิตในการค้นหาด้วยมือ แต่เขากลับใช้พลังของ A.I. เปิดประตูสู่ขุมทรัพย์ทางความรู้ใหม่ให้แก่โลกได้ในพริบตา

Credit: Society for Science

#ข่าววิทยาศาสตร์
#ดาราศาสตร์
#อวกาศ
#NASA
#AI
#ปัญญาประดิษฐ์
#งานวิจัย
#เยาวชน
#เด็กเก่ง
#นักเรียนมัธยม
#ค้นพบใหม่
#ข้อมูลขนาดใหญ่
#BigData
#กล้องโทรทรรศน์
#NEOWISE
#JamesWebb
#วิทยาศาสตร์วันนี้
#ScienceNews
#SpaceDiscovery
#FutureScientist
#TechAndScience
#โลกวิทย์
#ข่าวต่างประเทศ
#ResearchHighlight
#NextGenScience

นักวิทย์ใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ไขปริศนาหลุมดำ

📣 นักวิทย์ใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ไขปริศนาหลุมดำ! 😱 เผยแบบจำลองใหม่สุดปัง อธิบายการกินและพ่นมวลสารของหลุมดำได้ละเอียดกว่าเดิม ไม่ต้องใช้ทางลัดคำนวณอีกต่อไป! โดยจำลองจากหลุมดำมวลประมาณดวงอาทิตย์ของเราเลยนะ!

✨ สรุปประเด็นร้อน:
* **ฉีกกรอบเดิมๆ**: ผลวิจัยนี้ไม่ใช้การประมาณแบบเก่า ทำให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำขึ้นเยอะ!
* **เห็นชัดขึ้น**: ก๊าซที่หมุนรอบหลุมดำที่ดูดมวลเร็วๆ จะหนาแน่นตรงกลาง และพ่นลำก๊าซพลังงานสูงออกมาจากแกนกลางด้วยอิทธิพลของสนามแม่เหล็ก
* **ฟิสิกส์จัดเต็ม**: แบบจำลองนี้รวมทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์, กฎฟิสิกส์ของพลาสมา, สนามแม่เหล็ก และการทำปฏิกิริยาของแสงกับสสารเข้าไว้ด้วยกัน
* **อนาคตคือ?**: ทีมนักวิจัยหวังว่าจะเอาแบบจำลองนี้ไปใช้ศึกษาหลุมดำมวลมหาศาลอย่าง Sagittarius A* (ใจกลางกาแล็กซีทางช้างเผือกของเรา!) และไขปริศนา "จุดแดงเล็กๆ" ที่เปล่งรังสีเอ็กซ์น้อยกว่าปกติ

บอกเลยว่านี่เป็นการปูทางสู่ความเข้าใจหลุมดำได้ลึกซึ้งขึ้นไปอีกขั้น! รอติดตามกันต่อไปว่าจะมีอะไรรออยู่อีกบ้างในจักรวาลอันกว้างใหญ่! 🌌

#หลุมดำ #อวกาศ #วิทยาศาสตร์ #ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ #ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ #การค้นพบใหม่ #ScienceAlert #จักรวาล #อวกาศลึก

วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2568

'13 นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ในโลกแห่งควอนตัม' กับ "ค.ศ. 2025 'ปีสากลแห่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควอนตัม' (International Year of Quantum Science and Technology)

'13 นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ในโลกแห่งควอนตัม' กับ "ค.ศ. 2025 'ปีสากลแห่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควอนตัม' (International Year of Quantum Science and Technology)
.
ท่านที่ 5 พอล ดิแรก (Paul Dirac)
.
#Eurekaท่องโลกวิทยาการ จะพาคุณย้อนรอยชีวิตของ #พอลดิแรก - อัจฉริยะผู้เงียบขรึม ผู้ที่เพื่อนร่วมงานตั้งชื่อหน่วย “1 ดิแรก” ให้เท่ากับ “พูด 1 คำต่อชั่วโมง” แต่เบื้องหลังความเงียบคือความคิดที่กึกก้องไปทั่ววงการฟิสิกส์ จากวัยเด็กในครอบครัวที่เข้มงวด โดยเฉพาะคุณพ่อซึ่งเป็นครูสอนภาษาฝรั่งเศส ดิแรกเติบโตขึ้นมาพร้อมความเงียบที่กลายเป็นเอกลักษณ์ และความเฉียบคมที่กลายเป็นตำนาน เขาจบปริญญาตรีสองใบ - วิศวกรรมไฟฟ้าและคณิตศาสตร์ ก่อนจะก้าวเข้าสู่โลกของฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์
.
ดิแรกคือผู้บุกเบิกกลศาสตร์ควอนตัม เขียนดุษฎีนิพนธ์ด้วยลายมือทั้งเล่ม ตั้งชื่อว่า Quantum Mechanics คิดค้นสถิติแบบเฟอร์มี - ดิแรก ทฤษฎีทรานสฟอร์เมชัน และวางรากฐานของควอนตัมอิเล็กโทรไดนามิกส์ เขาคือผู้รวมกลศาสตร์คลื่นเข้ากับทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ จนได้สมการดิแรก - สมการที่ทำนายสปิน โมเมนต์แม่เหล็ก และแม้แต่ปฏิสสาร
.
แม้จะพูดน้อย แต่เมื่อดิแรกบรรยาย นักฟิสิกส์ระดับโลกอย่าง สุพรมมัณยัน จันทรเศขร ยังกล่าวว่า “ราวกับเป็นเสียงดนตรีที่คุณอยากจะฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่า” เตรียมพบกับเรื่องราวของชายผู้เงียบงัน แต่เสียงของเขายังคงก้องอยู่ในฟิสิกส์สมัยใหม่ - ทั้งในสมการ หนังสือ และเกร็ดชีวิตที่ชวนขำ ชวนคิด และชวนทึ่ง
.
คลิกชมและฟังรายการที่คอมเมนต์ 👇
.
#2025ปีแห่งควอนตัม
#Eurekaท่องโลกวิทยาการ
#ThaiPBSPodcast
#ThaiPBS

วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568

อกาเมมนอน เป็นกษัตริย์แห่งนครไมซีเน่ และเป็นพี่ชายของเมเนลอส สวามีของเจ้าหญิงเฮเลน แห่งสปาตาร์ หลังพระนางเฮเลน ถูกเจ้าชายปารีสแห่งทรอย

อกาเมมนอน เป็นกษัตริย์แห่งนครไมซีเน่ และเป็นพี่ชายของเมเนลอส สวามีของเจ้าหญิงเฮเลน แห่งสปาตาร์ หลังพระนางเฮเลน ถูกเจ้าชายปารีสแห่งทรอย ลักพาไปกรุงทรอย กษัตริย์อกาเมมนอน ได้เป็นผู้นำของทัพพันธมิตรกรีก เพื่อยกไปตีกรุงทรอย ทว่า ในวันเคลื่อนทัพ ไม่มีลมพัด ทำให้กองเรือที่บรรทุกไพร่ พล ไม่อาจเคลื่อนที่ออกจากท่าได้ โหรประจำทัพได้บอกว่า เพราะ อกาเมมนอนได้สังหารกวางศักดิ์สิทธิ์ของเทพีอาร์เทมีส ทำให้พระนางพิโรธ จึงไม่มีลมพัดกองเรือ ทางแก้คือ ต้องสังเวยชีวิตของพระธิดา องค์โตของอกาเมมนอน เพื่อให้เทพีอาร์เทมีสคลายความพิโรธ
แม้จะลำบากใจ แต่สุดท้าย อกาเมมนอนก็ยอมให้นำเจ้าหญิงอิฟิเจเนีย ธิดาองค์โตมาบูชายัญ โดยให้คนไปแจ้งพระมเหสี ไคลเทมเนสตรา ว่า ขอให้พระธิดามายังจุดชุมนุมทัพ โดยอ้างว่า จะให้แต่งงานกับยอดวีรบุรุษ อะคีลีส 
   พระนางไคลเทมเนสตราทรงยินดี ที่พระธิดาจะได้ยอดวีรบุรุษ เป็นสวามี จึงให้เจ้าหญิงมาที่ประชุมทัพ ทว่าเมื่อมาถึง เจ้าหญิงอิฟิเจเนียก็ถูกนำตัวไปสังหารเพื่อบูชายัญ แม้เจ้าหญิงจะร่ำไห้อ้อนวอนร้องขอชีวิต
แต่พระบิดา อกาเมมนอน ก็ยังคงสั่งให้ปลิดชีวิตนาง
และเมื่ออิฟิเจเนียสิ้นชีวิตแล้ว สายลมก็มา และนำพากองเรือออกเดินทางไปทำสงครามกับกรุงทรอย
(บางตำนานเล่าว่า เทพีอาร์เทมีสทรงสงสารเจ้าหญิง
จึงนำตัวนางไปเป็นบริวาร แล้วส่งกวางตัวหนึ่งมาเป็นเครื่องบูชายัญแทน)
พระนางไคลเทมเนสตราเศร้าโศกมากที่เสียพระธิดาไป และโกรธแค้นสวามีอย่างที่สุด จึงได้ลอบคบชู้กับ
เอจิสทัส ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของกษัตริย์อกาเมมนอน  หลังจากนั้น เมื่อกองทัพกรีกพิชิตกรุงทรอยได้ และกษัตริย์อกาเมมนอนเสด็จนำทัพกลับมา นครไมซีเน่ พระนางไคลเทมเนสตราก็ร่วมมือกับเอจิสทัสสังหารพระองค์ จนสิ้นพระชนม์ ในวันที่เสด็จมาถึง นั่นเอง โดยอ้างว่า เพื่อล้างแค้นให้กับ อิฟิเจเนีย ธิดาองค์โตจากนั้น เอจิสทัสก็ขึ้นครองไมซีเน่ โดยมีไคลเทมเนสตรา เป็นมเหสี

  เจ็ดปีต่อมา เจ้าหญิงอิเล็คตรากับเจ้าชายโอเรสตีส 
พระธิดาและโอรส ของอกาเมมนอนกับไคลเทมเนสตรา ได้ร่วมกันชิงบัลลังก์จากเอจิสทัส และได้สังหาร
เอจิสทัส กับไคลเทมเนสตรา รวมทั้งบรรดาบุตรธิดาของทั้งสอง  จากนั้น โอเรสตีสก็ขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งไมซีเน่
  อย่างไรก็ตาม กรรมจากการสังหารมารดา ทำให้โอเรสตีสถูกคำสาป จนแทบจะเสียสติ แต่สุดท้าย ก็ได้รับความช่วยเหลือจากเทพเจ้าอะพอลโล จนหลุดพ้นจากคำสาป

ภาพประกอบ อกาเมมนอน จากภาพยนตร์ Odyssey (2026)

วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2568

Sir Demis Hassabis ผู้ก่อตั้ง DeepMind ที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิตจากการเดินหมากรุก มาสู่การเดินหมากแห่งอนาคตของมนุษยชาติ

ผมว่าหลายท่านอาจจะยังไม่ทราบกันนะครับว่า ในหน้าประวัติศาสตร์ของรางวัลทรงเกียรติอย่าง Nobel Prize สาขาเคมี ปี 2024 ที่ผ่านมา มีเรื่องราวที่ทำให้วงการวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างช็อก

ปกติแล้วพื้นที่ตรงนี้มักเป็นเวทีของนักเคมีที่ขลุกอยู่กับหลอดทดลอง สารเคมี และห้องแล็บที่เต็มไปด้วยเครื่องแก้วที่มีความซับซ้อน

แต่ใน 2024 ผู้ที่เดินขึ้นไปรับรางวัลกลับไม่ใช่คนที่ถือหลอดทดลอง แต่เป็นคนที่ถือชุดโค้ดคอมพิวเตอร์ และสร้างสิ่งที่เรียกว่าปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI

ชายคนนี้เริ่มต้นชีวิตจากการเป็นเด็กติดเกมกระดาน ผันตัวมาเป็นคนสร้างวิดีโอเกม และกลายมาเป็นผู้กุมความลับของโครงสร้างสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนที่สุดในโลก

เรื่องราวของเขาถูกบันทึกไว้อย่างละเอียดในสารคดีที่ชื่อว่า The Thinking Game โดยผู้กำกับฝีมือดีอย่าง Greg Kohs

ชายคนนั้นคือ Sir Demis Hassabis ผู้ก่อตั้ง DeepMind ที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิตจากการเดินหมากรุก มาสู่การเดินหมากแห่งอนาคตของมนุษยชาติ


ย้อนกลับไปในปี 1976 ณ กรุงลอนดอน เด็กชายคนหนึ่งถือกำเนิดขึ้นในครอบครัวที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ พ่อเป็นชาว Greek Cypriot และแม่เป็นชาว Singaporean

ความอัจฉริยะของ Demis Hassabis ฉายแววออกมาตั้งแต่เขายังเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ

ในวัยที่เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันกำลังวิ่งเล่นในสนามเด็กเล่น เขากลับหลงใหลในกระดานสี่เหลี่ยมที่มีตัวหมากสีขาวและดำ

เพียงแค่อายุ 4 ขวบ เขาเริ่มเรียนรู้วิธีการเดินหมากรุกจากการเฝ้าดูพ่อเล่นกับลุง และใช้เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ในการเอาชนะผู้ใหญ่ทุกคนในบ้าน

ความสามารถของเขาพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด จนกระทั่งอายุ 12 ปี เขาได้ตระเวนแข่งขันไปทั่ว และก้าวขึ้นเป็นกัปตันทีมหมากรุกยุวชนของอังกฤษ สร้างชื่อเสียงจนถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลกในรุ่นอายุของเขา

สำหรับเด็กคนหนึ่ง การมีชื่อเสียงและการได้รับการยอมรับว่ามีสมองระดับอัจฉริยะ อาจดูเหมือนเป็นจุดสูงสุดแล้ว

แต่สำหรับ Hassabis มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของคำถามที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น…

เขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า การชนะในเกมกระดานเหล่านี้ แท้จริงแล้วมันให้อะไรกับโลกใบนี้บ้าง มันเป็นเพียงการเอาชนะภายใต้กฎเกณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น

ด้วยความกระหายที่จะเข้าใจโลกในมุมที่กว้างขึ้น เขาจึงตัดสินใจหันหลังให้กับการแข่งขันหมากรุกอาชีพ และมุ่งหน้าสู่เส้นทางวิชาการที่ Cambridge

แต่ด้วยความที่เขาเรียนจบเร็วกว่ากำหนด และมีอายุน้อยเกินกว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยได้ทันที เขาจึงมีช่วงเวลาว่าง หรือที่เรียกว่า Gap Year

ในช่วงเวลานั้นเอง แทนที่จะออกเดินทางท่องเที่ยวเหมือนวัยรุ่นทั่วไป เขาเลือกเดินเข้าสู่บริษัทพัฒนาวิดีโอเกมระดับตำนานอย่าง Bullfrog Productions

หลายคนอาจมองว่าการเล่นเกมหรือสร้างเกมเป็นเรื่องไร้สาระ แต่สำหรับ Hassabis ช่วงเวลานี้เปรียบเสมือนห้องเรียนที่สำคัญที่สุดในชีวิต

การได้ร่วมสร้างเกมดังอย่าง Theme Park ทำให้เขาได้เรียนรู้วิธีการเขียนโปรแกรมเพื่อจำลองพฤติกรรมและความคิดของตัวละครในเกม

เขาตระหนักได้ว่า เกม คือสนามทดลองชั้นดีในการจำลองความฉลาด หรือ Intelligence ภายใต้กฎกติกาที่ชัดเจนและปลอดภัย

และนั่นคือจุดกำเนิดของประกายความคิดที่ว่า หากเราสามารถสร้างคอมพิวเตอร์ที่เรียนรู้จะเล่นเกมได้เก่งกว่ามนุษย์ เราก็น่าจะสร้างมันให้แก้ปัญหาที่ยากกว่าเกมได้เช่นกัน…

หลังจากสั่งสมประสบการณ์ทั้งในโลกวิชาการและโลกธุรกิจ ในปี 2010 Hassabis ได้ตัดสินใจรวบรวมเพื่อนร่วมอุดมการณ์จากสมัยเรียน ก่อตั้งบริษัทที่ชื่อว่า DeepMind

เป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่การสร้างเกมขาย หรือสร้างแอปพลิเคชันทั่วไป แต่เป้าหมายของพวกเขาถูกเขียนไว้อย่างชัดเจนและท้าทายว่า Solve Intelligence

พวกเขาต้องการสร้างสิ่งที่เรียกว่า Artificial General Intelligence หรือ AGI ซึ่งหมายถึงปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถรอบด้าน คิดได้เอง เรียนรู้ได้เองเหมือนมนุษย์

ในช่วงแรก DeepMind เป็นเพียงสตาร์ตอัปเล็ก ๆ ในลอนดอน ที่มีความฝันใหญ่เกินตัว จนกระทั่งวิสัยทัศน์นี้ไปเข้าตาบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google

การเข้ามาของ Google ทำให้ DeepMind มีทรัพยากรทั้งเงินทุนและพลังในการประมวลผลมหาศาล เพื่อเร่งเครื่องการวิจัยไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้

แต่คำถามสำคัญคือ พวกเขาจะพิสูจน์ให้โลกเห็นได้อย่างไรว่า AI ที่พวกเขาสร้างขึ้นมานั้น มีความฉลาดจริง ๆ ไม่ใช่แค่โปรแกรมที่ทำตามคำสั่ง

คำตอบพาเราย้อนกลับไปสู่รากเหง้าของ Hassabis นั่นคือการใช้ เกม เป็นตัวชี้วัด…

โจทย์ที่หินที่สุดในเวลานั้น คือเกมกระดานโบราณของจีนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี อย่างเกม Go หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ หมากล้อม

ความซับซ้อนของ Go นั้นเหนือกว่าหมากรุกสากลแบบเทียบไม่ติด ว่ากันว่ารูปแบบความเป็นไปได้ในการเดินหมากบนกระดานนั้น มีมากกว่าจำนวนอะตอมในจักรวาลเสียอีก

นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ทั่วโลกต่างลงความเห็นว่า คงต้องใช้เวลาอีกหลายสิบปี กว่าที่คอมพิวเตอร์จะสามารถเอาชนะแชมป์โลกในเกมนี้ได้

แต่ DeepMind ไม่รอเวลาขนาดนั้น พวกเขาสร้าง AlphaGo ขึ้นมาเพื่อท้าทายขีดจำกัดนี้

เหตุการณ์สำคัญที่ถูกบันทึกไว้ในสารคดี และกลายเป็นตำนานของวงการเทคโนโลยี คือการแข่งขันในปี 2016 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

AlphaGo ต้องเผชิญหน้ากับ Lee Sedol แชมป์โลกผู้ยิ่งใหญ่ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของความฉลาดแบบมนุษย์

บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด ไม่ใช่แค่เรื่องของการแพ้ชนะ แต่มันคือการเดิมพันศักดิ์ศรีของเผ่าพันธุ์มนุษย์ กับสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น

และในกระดานที่สองของการแข่งขัน ก็เกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า Move 37

AlphaGo ตัดสินใจเดินหมากในตำแหน่งที่แปลกประหลาด ตำแหน่งที่ไม่มีมนุษย์คนไหนสอน และไม่มีตำราเล่มไหนเขียนไว้

ในวินาทีแรก ผู้เชี่ยวชาญและ Lee Sedol ต่างคิดว่าคอมพิวเตอร์ทำงานผิดพลาด แต่เมื่อเกมดำเนินต่อไป ทุกคนจึงตระหนักได้ว่า นั่นคือการเดินหมากที่เหนือชั้นและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์

AlphaGo เอาชนะ Lee Sedol ไปได้อย่างขาดลอย สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วโลก และทำให้ชื่อของ DeepMind กลายเป็นที่รู้จักในชั่วข้ามคืน…

อย่างไรก็ตาม สารคดี The Thinking Game ของ Greg Kohs ได้ชี้ให้เห็นมุมมองที่ลึกซึ้งกว่าแค่ชัยชนะบนกระดาน

สำหรับ Hassabis แล้ว ชัยชนะเหนือ Lee Sedol ไม่ใช่เส้นชัย แต่มันเป็นเพียง ก้าวแรก ของการเดินทางที่ยาวไกลกว่านั้น

เขาไม่ได้ต้องการสร้าง AI มาเพื่อเล่นเกมชนะมนุษย์ แต่เขาใช้เกมเป็นเพียงบททดสอบเพื่อยืนยันว่า สมองเทียม ที่เขาสร้างขึ้นนั้น พร้อมแล้วสำหรับงานจริง

งานจริงที่ว่านั้น คือการไขความลับของธรรมชาติ ที่มนุษย์พยายามหาคำตอบมานานกว่าครึ่งศตวรรษ

หลังจากจบโปรเจกต์ AlphaGo ทีมงาน DeepMind ได้เบนเข็มเป้าหมายใหม่ทันที สู่โปรเจกต์ที่ชื่อว่า AlphaFold

เป้าหมายของ AlphaFold คือการแก้ปัญหาที่เรียกว่า Protein Folding Problem หรือการทำนายรูปร่างการพับตัวของโปรตีน

เราต้องเข้าใจก่อนว่า โปรตีนคือองค์ประกอบพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด หน้าที่และการทำงานของโปรตีนจะขึ้นอยู่กับรูปร่างสามมิติของมัน

หากเรารู้วิธีการพับตัวของโปรตีน เราจะเข้าใจกลไกการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ลึกซึ้งขึ้น เราจะสามารถออกแบบยาชนิดใหม่ ๆ ได้แม่นยำขึ้น หรือแม้แต่สร้างเอนไซม์เพื่อย่อยสลายขยะพลาสติก

แต่นี่คือโจทย์คณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนมหาศาล นักชีววิทยาใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อหาโครงสร้างของโปรตีนเพียงไม่กี่ชนิด

Hassabis เชื่อมั่นว่า AGI ที่ผ่านการฝึกฝนมาแล้ว จะสามารถมองเห็นรูปแบบที่ซับซ้อนนี้ และหาคำตอบได้

เส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ สารคดีเผยให้เห็นช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก ความล้มเหลว และความกดดันที่ทีมงานต้องเผชิญ

การเปลี่ยนจากการเดินหมากบนกระดานสี่เหลี่ยม มาเป็นการจัดการกับสายโซ่โมเลกุลที่ขดไปมาในรูปแบบสามมิติ เป็นความท้าทายคนละระดับ

แต่ด้วยความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ในที่สุด AlphaFold ก็ทำสำเร็จ…

มันสามารถทำนายโครงสร้างของโปรตีนแทบทุกชนิดที่วิทยาศาสตร์รู้จัก ได้อย่างแม่นยำภายในเวลาไม่กี่นาที

สิ่งที่มนุษย์ต้องใช้เวลาทดลองในห้องแล็บนานนับปี บัดนี้สามารถทำได้เพียงแค่ปลายนิ้วคลิก ด้วยความช่วยเหลือของ AI

นี่คือการปฏิวัติวงการชีววิทยาและการแพทย์ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

ผลกระทบของมันกว้างไกลและลึกซึ้งเป็นอย่างมาก จนทำให้คณะกรรมการรางวัลโนเบลไม่อาจมองข้าม

ในปี 2024 Sir Demis Hassabis และเพื่อนร่วมงานอย่าง Dr. John Jumper จึงได้รับรางวัล Nobel Prize สาขาเคมี ไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี

จากเด็กน้อยที่หลงใหลในหมากรุก สู่ผู้สร้างเครื่องมือที่ไขรหัสพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต เรื่องราวของเขาพิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของความอยากรู้อยากเห็น

ก็ต้องบอกว่าสารคดี The Thinking Game ไม่ได้เพียงแค่เล่าประวัติชีวิตของคนคนหนึ่ง แต่กำลังบอกเล่าถึงรุ่งอรุณแห่งยุคสมัยใหม่

ยุคสมัยที่มนุษย์ไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง แต่มี ปัญญาประดิษฐ์ เป็นเพื่อนคู่คิด เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เราเคยสร้างมา

แน่นอนว่าในภาพยนตร์ยังมีฉากที่ตั้งคำถามถึงความกังวลที่หลายคนมีต่อ AI ว่ามันจะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด หรือจะเข้ามาแทนที่มนุษย์หรือไม่

ซึ่ง Hassabis เองก็ตระหนักในเรื่องนี้ดี เขาจึงพยายามผลักดันให้มีการใช้งาน AI อย่างระมัดระวังและมีจริยธรรม

แต่สิ่งที่เขาเน้นย้ำเสมอคือ เราไม่ควรปล่อยให้ความกลัว มาปิดกั้นโอกาสในการแก้ปัญหาที่มนุษย์ไม่อาจแก้ได้ด้วยตัวเอง

วันนี้ DeepMind ไม่ได้หยุดอยู่แค่ AlphaFold พวกเขายังคงเดินหน้าต่อไป เพื่อพาเราไปสู่ยุคของ AGI ที่สมบูรณ์แบบ

การเดินทางที่ Hassabis เรียกว่า การเดินทางที่น่าตื่นเต้นที่สุดของมนุษยชาติ ยังคงดำเนินต่อไป

และหากเรามองย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น เราจะพบว่า ทุกอย่างเริ่มต้นจากการที่เด็กคนหนึ่ง มองกระดานหมากรุก แล้วถามตัวเองว่า เราจะไปได้ไกลกว่านี้ไหม

คำตอบของคำถามนั้น ไม่ได้อยู่บนกระดานสี่เหลี่ยมอีกต่อไป แต่อยู่ในทุกอณูของชีวิต และในอนาคตที่กำลังจะมาถึง

นี่คือเรื่องราวของ The Thinking Game เกมแห่งความคิดที่เปลี่ยนโลกไปตลอดกาล…

References : สารคดี The Thinking Game โดย Google DeepMind

◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์' 
 หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢

.
.

วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568

13 ธันวาคม 2568 เตียง ศิริขันธ์"เหยื่อ" ของการเห็นต่างรัฐทหาร

#OnThisDay 
13 ธันวาคม 2568 
การฆาตกรรม 
เตียง ศิริขันธ์
"เหยื่อ" ของการเห็นต่างรัฐทหาร
.
นายเตียง ศิริขันธ์ เป็นอดีตหัวหน้าเสรีไทยสายอีสานและนักการเมืองน้ำดี ผู้ได้รับความไว้วางใจจากชาวสกลนครเลือกให้เป็น สส. ถึง 5 สมัย นายเตียงได้ต่อสู้เพื่อเอกราชในยามสงครามและเพื่อประชาธิปไตยในยามสันติภาพ นับได้ว่าคือปูชนียบุคคลของไทยโดยแท้จริง
.
ทว่า เหตุการณ์รัฐประหารปี พ.ศ. 2490 อำนาจรัฐได้เปลี่ยนมือไปสู่กลุ่มเผด็จการทหารและตำรวจ คณะรัฐประหารประกาศจับนายปรีดี พนมยงค์ และกวาดล้างจับกุมสมาชิกพรรคสหชีพรวมทั้งกลุ่มเสรีไทยที่สนับสนุนนายปรีดีด้วย โดยเฉพาะนายเตียง มีสินบนนำจับถึง 5,000 บาท
.
ระหว่างการตามจับกุมตัว นายเตียงได้มุ่งสู่เทือกเขาภูพาน อันเป็นฐานที่มั่นเดิมของขบวนการเสรีไทย ด้วยเทือกเขาภูพานแห่งนี้มีภูมิทัศน์เป็นป่าเขา ผนวกกับความรักความศรัทธาของชาวบ้าน ทำให้นายเตียงรอดพ้นจากการจับกุม จนได้รับสมญานามจากสื่อมวลชนว่า “ขุนพลภูพาน” ก่อนจะยอมเข้ามอบตัวและต่อสู้คดีในข้อหา “กบฏแบ่งแยกดินแดน” โดยได้รับการยกฟ้องในเวลาถัดมา
.
ภายหลังเหตุการณ์ “ขบวนการประชาธิปไตย 26 กุมภาพันธ์ 2492” จบลง กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของปฏิบัติการกวาดล้างและจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมือง ภายใต้ พล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์ มีการสังหารบุคคลสำคัญทางการเมืองหลายคนซึ่งล้วนแต่เป็นนักการเมืองสายนายปรีดี พนมยงค์ แทบทั้งสิ้น
.
ต่อมานายเตียง ได้ถูกขจัดออกจากวิถีทางการเมือง รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2495 นายเตียงถูกกล่าวหาว่ามั่วสุมกับพวกได้แก่ นายชาญ และนายเล็ก บุนนาค
.
และแล้วโศกนาฏกรรมก็ปรากฏ ครั้นบ่ายสองโมง วันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2495 ขณะนายเตียงประชุมกรรมการนิติบัญญัตินัดพิเศษที่บ้านมนังคศิลา พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ให้ตํารวจมาเชิญตัวไปพบ จากนั้นนายเตียง พร้อมด้วย นายชาญ บุนนาค, นายเล็ก บุนนาค, นายผ่อง เขียววิจิตร และนายสง่า ประจักษ์วงศ์ ได้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย
.
ในยุคสมัยของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้มีการรื้อฟื้นเข้าสู่การพิจารณาคดีของนายเตียงและคณะซึ่งถูกกล่าวขานว่า “คดีย่างสด” แล้วจึงยุติลงด้วยคำพิพากษาตอนหนึ่งว่า “ถูกฆ่าตายครั้งนี้ด้วยเหตุผลทางการเมือง มิใช่เพราะมีสาเหตุเป็นส่วนตัวกับบุคคลใด” ถือเป็นการยุติบทบาททางการเมืองของนายเตียงอย่างเบ็ดเสร็จด้วยวัยเพียง 43 ปี
.
จากคำพิพากษาระบุว่า เวลาประมาณห้าโมงเย็น นายเตียงถูกพาตัวไปยังบ้านเช่าหลังหนึ่ง อำเภอพระโขนง ถูกรุมทำร้าย ล็อคคอ และใช้เชือกรัดคอจนขาดใจตายในห้องนั้น เช่นเดียวกับนายชาญ นายเล็ก และนายผ่อง ส่วน นายสง่า ถูกนำตัวเข้ามาทีหลังและถูกสังหารด้วยวิธีการเดียวกัน ศพทั้งหมดถูกห่อด้วยเสื่อกกและลำเลียงขึ้นรถจิ๊ป ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าจังหวัดกาญจนบุรีในคืนนั้น ศพทั้ง 5 ถูกโยนลงไปในหลุมถ่านเก่าที่ขุดขยายเตรียมไว้ ใช้น้ำมันราดและสุมฟืนจุดไฟเผาจนถึงวันรุ่งขึ้น
.
การฆาตกรรมนายเตียง ศิริขันธ์ ถือได้ว่าเป็นประจักษ์พยานทางประวัติศาสตร์ของความโหดร้ายทารุณโดยรัฐ เพียงแค่เพราะความเห็นต่างกันทางการเมือง เพียงเพราะความศรัทธาแน่วแน่ในอุดมการณ์ประชาธิปไตย ทำให้ขุนพลผู้นี้พบจุดจบอันน่าสะพรึงกลัว
.
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่ :
ฆาตกรรมทางการเมือง: จาก เตียง ศิริขันธ์ ถึง วันเฉลิม ผ่านได้หรือยัง? กับ พรบ. ซ้อมทรมาน อุ้มหาย
https://pridi.or.th/th/content/2021/08/818
.
ครูเตียง..กับสมญานาม “ขุนพลภูพาน” : เพราะ...น้ำน้อย จึงพ่ายแพ้ไฟ
https://pridi.or.th/th/content/2025/12/2706
.
อ่านคำพิพากษา “คดีย่างสด” นายเตียง ศิริขันธ์ กับพวก
https://pridi.or.th/th/content/2025/11/2680

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568

มีการค้นพบการระเบิดที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนจากหลุมดำมวลยิ่งยวด (supermassive black hole) ที่มีขนาดใหญ่เทียบเท่าได้กับดวงอาทิตย์ 30 ล้านดวง


นักดาราศาสตร์ค้นพบ การระเบิดที่ไม่เคยเห็นมาก่อนจากหลุมดำมวลยิ่งยวด
An artist's impression of the supermassive black hole. A gold-to-brown swirling disc surrounds a black ellipse-shaped area that looks like a hole in space. Two bright white spots atop the disc are connected by an arch of shining lines - and white-to-orange straight lines erupt like jets, reaching the top of the image. แสดงให้เห็นหลุมดำที่ปะทุและมีก๊าซพัดแรงในกาแล็กซี NGC 3783
12 ธันวาคม 2025
มีการค้นพบการระเบิดที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนจากหลุมดำมวลยิ่งยวด (supermassive black hole) ที่มีขนาดใหญ่เทียบเท่าได้กับดวงอาทิตย์ 30 ล้านดวง

นักดาราศาสตร์ระบุเหตุการณ์สำคัญนี้ได้จากการพบรังสีเอกซ์ที่สว่างจ้าซึ่งได้ปะทุขึ้นและจางหายไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่รังสีจางหายไปนั้น วัตถุขนาดยักษ์ที่มีแรงโน้มถ่วงมหาศาลได้เหวี่ยงสสารออกไปในอวกาศด้วยความเร็วที่น่าตกใจถึง 60,000 กิโลเมตรต่อวินาที

งานวิจัยครั้งนี้ได้รับการเผยแพร่ในวารสารด้านอวกาศ Astronomy & Astrophysics โดยชี้ให้เห็นว่า กระแสลมที่เกิดจากการปะทุในครั้งนั้นคล้ายคลึงกับลมที่เกิดขึ้นบนดวงอาทิตย์ ซึ่งอาจเป็นเบาะแสสำคัญเกี่ยวกับจักรวาลของเรา

หลุมดำคืออะไร
แม้ว่าชื่อของมันจะถูกเรียกเช่นนั้น แต่หลุมดำก็ใช่ว่าจะเป็นหลุม แต่มันคือสสารขนาดใหญ่จำนวนมากที่อยู่ในพื้นที่ขาดเล็กมาก ๆ ตามการรายงานขององค์การนาซา พวกมันมีความหนาแน่นมากจนไม่มีสิ่งใดสามารถเล็ดลอดหนีออกมาได้ แม้แต่แสงก็ตาม

พวกมันยังคงเป็นหนึ่งในวัตถุที่ลึกลับที่สุดในจักรวาล หลุมดำมวลยิ่งยวดมีมวลคิดเป็นหลายพันเท่าของดวงอาทิตย์ หรือบางครั้งอาจจะมากกว่าหลายพันล้านเท่าของดวงอาทิตย์ ที่อัดแน่นอยู่ภายใน โดยเราจะพบหลุมดำได้ที่ใจกลางของกาแล็กซีขนาดใหญ่เกือบทุกแห่ง

พวกมันถูกล้อมรอบด้วยจานหมุนวนของก๊าซและฝุ่น ซึ่งสามารถถูกดูดเข้าไปในหลุมดำได้ด้วยแรงโน้มถ่วงอันมหาศาล

เมื่อหลุมดำ 'กลืนกิน' สสารเหล่านี้ จานหมุนวนจะร้อนขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อและปล่อยแสงสว่างที่มีความยาวคลื่นต่างกัน รวมถึงรังสีเอกซ์ ออกมาด้วย

กระแสของก๊าซและการพ่นก๊าซ ซึ่งเรียกว่าลม ก็ถูกพัดออกไปด้านนอกเช่นกัน โดยลมเหล่านี้มีอะตอมที่แตกตัวเป็นไอออน ซึ่งอาจส่งผลต่อการกำเนิดดาวฤกษ์ดวงใหม่ในกาแล็กซีได้

Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading
ได้รับความนิยมสูงสุด
กองทัพเมียนมาใช้ระเบิดทำลายอาคารในเมืองเคเค พาร์ค (KK Park)
กองทัพเมียนมาบอกว่าต้องการกวาดล้างเมืองสแกมเมอร์ แต่พวกเขากำลังทำอย่างที่พูดจริงหรือ ?
อนุทิน พูดคุยกับ รมต. ในระหว่างร่วมงานสำคัญที่ทำเนียบรัฐบาล 12 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันที่ พ.ร.ฎ.ยุบสภา มีผลบังคับใช้
โปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ.ยุบสภาแล้ว อนุทินให้เหตุผล "การเมืองภายในประเทศมีปัญหารุมเร้า"
.
"เหมือนถูกทิ้ง" "รู้สึกหวิว ๆ" คนชายแดนมองอย่างไรต่อการยุบสภา ในขณะที่การสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชายังไม่คลี่คลาย
.
กองทัพบกเผยกัมพูชายิงจรวด BM-21 ตกในพื้นที่พลเรือน หลัง "ทรัมป์" โทรหาสองผู้นำ
End of ได้รับความนิยมสูงสุด
"เราไม่เคยเห็นหลุมดำสร้างลมได้เร็วขนาดนี้มาก่อน" ลียี กู นักวิจัยหลักจากองค์การวิจัยอวกาศแห่งเนเธอร์แลนด์ (Space Research Organisation Netherlands - SRON) กล่าว

หลุมดำมวลยิ่งยวดที่กำลังถูกศึกษาอยู่นั้น ตั้งอยู่ในกาแล็กซีทรงกังหัน อยู่ห่างจากโลกประมาณ 130 ล้านปีแสง

เพื่อให้ได้เห็นหลุมดำนี้ นักวิจัยได้ใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศสองตัวที่ทำงานร่วมกันเพื่อค้นพบปรากฏการณ์ที่ไม่เหมือนใครนี้

ตัวหนึ่งคือกล้องโทรทรรศน์อวกาศ XMM-Newton จากองค์การอวกาศยุโรป (European Space Agency - ESA) ซึ่งศึกษาแหล่งกำเนิดรังสีเอกซ์ทั่วทั้งจักรวาล

อีกตัวหนึ่งคือกล้องโทรทรรศน์อวกาศ X-Ray Imaging and Spectroscopy Mission (XRISM) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจที่นำโดยองค์การสำรวจอวกาศแห่งญี่ปุ่น (Japan Aerospace Exploration Agency - JAXA) โดยได้รับการสนับสนุนจาก ESA และนาซา

Tightly-wound spiral arms swirl out from a bright centre. Faraway galaxies can be seen around it, along with a few bright stars against a dark background. One star to the right of the galaxy is large and bright. ที่มาของภาพ,ESA/Hubble/Nasa/MC Bentz/DJV Rosario
คำบรรยายภาพ,หลุมดำมวลยิ่งยวดนี้ตั้งอยู่ในกาแล็กซีที่อยู่ห่างจากโลกประมาณ 130 ล้านปีแสง ซึ่งรู้จักกันในชื่อ NGC 3783
บริเวณสว่างที่ได้รับพลังงานจากหลุมดำมวลยิ่งยวดเรียกว่า "นิวเคลียสกาแล็กซีกัมมันต์" (Active Galactic Nucleus - AGN)

"ลมรอบหลุมดำนี้ดูเหมือนจะเกิดขึ้นจากการที่สนามแม่เหล็กที่พันกันยุ่งเหยิงของ AGN คลายตัวออกอย่างฉับพลัน คล้ายกับเปลวสุริยะที่ปะทุขึ้นจากดวงอาทิตย์ แต่ในขนาดที่ใหญ่เกินกว่าจะจินตนาการได้" มัตเตโอ กัวอินาซซี นักวิทยาศาสตร์โครงการ ESA XRISM และผู้ร่วมศึกษาในการค้นพบกล่าว

คามิลล์ ดิเอซ สมาชิกในทีมและนักวิจัยของ ESA กล่าวว่า AGN ที่มีลมแรง "มีบทบาทสำคัญ" ในการวิวัฒนาการของดาราจักรเมื่อเวลาผ่านไป

"เนื่องจากพวกมันมีอิทธิพลอย่างมาก การเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสนามแม่เหล็กของ AGN และวิธีที่พวกมันก่อให้เกิดลมเช่นนี้ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ของกาแล็กซีทั่วทั้งจักรวาล" เธอกล่าว

ความลับของจักรวาล
งานวิจัยชิ้นนี้ระบุว่า ลมที่สังเกตได้จากหลุมดำดังกล่าวคล้ายกับการปะทุครั้งใหญ่บนดวงอาทิตย์ หรือที่เรียกว่า "การพ่นมวลโคโรนา" (Coronal Mass Ejection - CME) ซึ่งเป็นการพุ่งออกมาของอนุภาคที่มีประจุจากชั้นนอกสุดของดวงอาทิตย์จำนวนมากมายมหาศาล และสามารถส่งผลกระทบต่อโลกได้

The Sun is seen as a red ball with bright yellow hotspots across its surface; a long cloud is streaming out from the left. ที่มาของภาพ,Solar Orbiter/EUI Team/ESA/Nasa
คำบรรยายภาพ,ยาน "โซลาร์ ออร์บิเทอร์" (Solar Orbiter) ที่นำโดย ESA ได้บันทึกภาพการปะทุครั้งใหญ่ของดวงอาทิตย์เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2022
ปรากฏการณ์เหล่านี้มักเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับการปะทุของดวงอาทิตย์ หรือเปลวสุริยะ ซึ่งเป็นการระเบิดของรังสีเนื่องจากพลังงานที่สะสมอยู่ในสนามแม่เหล็กที่ "บิดเบี้ยว" ถูกปลดปล่อยออกมา

เอริก คูลเคอร์ส นักวิทยาศาสตร์โครงการ ESA XMM-Newton กล่าวว่า "ด้วยการมุ่งเป้าไปที่หลุมดำมวลยิ่งยวดที่มีความเคลื่อนไหวที่อยู่ กล้องโทรทรรศน์ทั้งสองได้ค้นพบสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน นั่นคือลมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ซึ่งเกิดจากการปะทุในลักษณะคล้ายกับลมที่ก่อตัวขึ้นบนดวงอาทิตย์" เขากล่าวเสริม

"ที่น่าตื่นเต้นก็คือ นี่แสดงให้เห็นว่าฟิสิกส์ของดวงอาทิตย์และวัตถุพลังงานสูงอาจทำงานในรูปแบบที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจทั่วทั้งจักรวาล" เขากล่าวทิ้งท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อวกาศ
วิทยาศาสตร์
ดาราศาสตร์
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
This LASCO C2 image, taken 8 January 2002, shows a widely spreading coronal mass ejection (CME) as it blasts more than a billion tons of matter out into space at millions of kilometers per hour. (Photo by: HUM Images/Universal Images Group via Getty Images)
เหตุใดเราจึงต้องศึกษาการพ่นมวลโคโรนาของดวงอาทิตย์ และปี 2026 สำคัญอย่างไรต่อภารกิจนี้
3 ธันวาคม 2025
.
รู้จักดาวหางทรีไอ/แอตลาส (3I/Atlas) ที่จุดกระแสทฤษฎี "ยานแม่ของมนุษย์ต่างดาว"
17 พฤศจิกายน 2025
The pink, blue and orange clouds of gas and dust that comprise the Trifid nebula and the Lagoon nebula.
พบกับกล้องโทรทรรศน์ใหม่เอี่ยมที่ชิลี ส่องหาดาวเคราะห์น้อยเสี่ยงพุ่งชนโลก
24 มิถุนายน 2025
ยานพาร์กเกอร์ โซลาร์ โพรบ 
ยานพาร์กเกอร์ โซลาร์ โพรบ สร้างประวัติศาสตร์เข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด
28 ธันวาคม 2024
ข่าวเด่น
กองทัพบกเผยกัมพูชายิงจรวด BM-21 ตกในพื้นที่พลเรือน หลัง "ทรัมป์" โทรหาสองผู้นำ
เมื่อ 1 ชั่วโมงที่แล้ว
"เหมือนถูกทิ้ง" "รู้สึกหวิว ๆ" คนชายแดนมองอย่างไรต่อการยุบสภา ในขณะที่การสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชายังไม่คลี่คลาย
เมื่อ 4 ชั่วโมงที่แล้ว
สเปิร์มของผู้บริจาคที่มียีนก่อมะเร็ง ให้กำเนิดทารกหลอดแก้วเกือบ 200 คน ในยุโรป
เมื่อ 1 ชั่วโมงที่แล้ว
เรื่องน่าสนใจ
.
"คุณโชว์กินน้ำแค่ครั้งเดียวแล้วก็ไป แต่ชาวบ้านใช้น้ำทุกวัน" ฟังเสียงชาวเชียงราย เมื่อน้ำที่มีสารหนูเกินมาตรฐานถูกสูบมาทำน้ำประปา
3 ธันวาคม 2025
WASAWAT LUKHALANG / BBC Thai
เรื่องเล่าจาก รพ.หาดใหญ่ ภารกิจเพื่อรักษาชีวิต-ทำคลอดฉุกเฉิน ในยามที่ความช่วยเหลือถูกตัดขาด
30 พฤศจิกายน 2025
.
"พอไฟดับก็รู้สึกเหมือนคนไร้บ้าน" เปิดใจเจ้าหน้าที่ใน รพ.หาดใหญ่ ย้อนเล่าถึงช่วงเวลาแห่งความโกลาหลขณะน้ำท่วมโอบล้อมทุกทิศทาง
27 พฤศจิกายน 2025
จากผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำครั้งที่ 1 โดยกรมควบคุมมลพิษ พบว่าแม่น้ำสาละวินมีสารหนูปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน
"ไม่มีใครกล้าซื้อ ไม่มีใครกล้ากิน(ปลา)" คนสาละวินได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่อย่างไร ในวันที่แม่น้ำปนเปื้อนสารหนู-ตะกั่ว
23 พฤศจิกายน 2025
.
เบื้องหลังความสำเร็จของซีรีส์ Girls' love ไทย "พื้นที่ปลอดภัย" ของแซฟฟิกนานาชาติ
17 พฤศจิกายน 2025
บทความยอดนิยม
1
กองทัพเมียนมาบอกว่าต้องการกวาดล้างเมืองสแกมเมอร์ แต่พวกเขากำลังทำอย่างที่พูดจริงหรือ ?
2
โปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ.ยุบสภาแล้ว อนุทินให้เหตุผล "การเมืองภายในประเทศมีปัญหารุมเร้า"
3
"เหมือนถูกทิ้ง" "รู้สึกหวิว ๆ" คนชายแดนมองอย่างไรต่อการยุบสภา ในขณะที่การสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชายังไม่คลี่คลาย
4
กองทัพบกเผยกัมพูชายิงจรวด BM-21 ตกในพื้นที่พลเรือน หลัง "ทรัมป์" โทรหาสองผู้นำ
5
ไม่มีร่างรัฐธรรมนูญ มีแต่ "คำถามที่ 1" ในประชามติ อนุทิน "คืนอำนาจประชาชน" หลังภูมิใจไทย-สว. โหวตคว่ำ ม. 256/28
BBC News, ไทย
ทำไมคุณจึงไว้วางใจ บีบีซี ได้
เงื่อนไขการใช้งานของ บีบีซี
เกี่ยวกับบีบีซี
นโยบายความเป็นส่วนตัว
คุกกีส์
ติดต่อบีบีซี
บีบีซีนิวส์ภาษาอื่น ๆ
Do not share or sell my info
© 2025 บีบีซี. บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาของเว็บไซต์ภายนอก. นโยบายของเราเรื่องการเชื่อมต่อไปยังลิงก์ภายนอก. อ่านเกี่ยวกับแนวทางของเราในการติดต่อกับลิงก์ภายนอก


เรื่องจริงของ คริสโตเฟอร์ แม็คแคนด์เลส ใน Into the Wild (เข้าป่าหาชีวิต) เสรีภาพ แห่งชีวิต

เรื่องจริงของ Into the Wild (เข้าป่าหาชีวิต)
      เขายกเงินทั้งหมด 24,000 ดอลลาร์ให้คนอื่น เผาเงินสดที่เหลือทิ้ง แล้วเดินเข้าสู่วิกฤตการณ์อันหนาวเหน็บของอะแลสกาพร้อมทรัพย์เพียงน้อยนิด
สี่เดือนต่อมา มีคนพบศพของเขาในรถบัสร้าง
ขณะที่เขาอายุเพียง 24 ปี

คริสโตเฟอร์ แม็คแคนด์เลส จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเอมอรีในเดือนพฤษภาคม 1990 ด้วยคะแนนยอดเยี่ยม จบสองสาขา ทั้งประวัติศาสตร์และมนุษยวิทยา ด้วยผลการเรียนที่มีเกรดเกือบเต็ม และมีที่เรียนกฎหมายรออยู่ พ่อแม่คาดหวังว่าเขาจะเดินตามเส้นทางที่ “ควรจะเป็น” เรียนต่อ มีอาชีพมั่นคง ประสบความสำเร็จ

แต่คริสกลับหายตัวไป
โดยไม่บอกใครในครอบครัว เขาบริจาคเงินเก็บทั้งหมด 24,000 ดอลลาร์ให้ OXFAM (Oxford Committee for Famine Relief ) คณะกรรมการบรรเทาความอดอยากแห่งอ็อกซ์ฟอร์ด)

เขาทิ้งรถไว้ในทะเลทรายแอริโซนาเมื่อมันถูกน้ำท่วมฉับพลัน แล้วเผาเงินสดที่เหลือทิ้ง เพราะสำหรับเขา เงินคือสัญลักษณ์ของสิ่งที่เขาต้องการหลีกหนี

เขาตั้งชื่อใหม่ให้ตัวเองว่า “อเล็กซานเดอร์ ซูเปอร์แทรมป์” สะท้อนปรัชญาชีวิตของเขา อิสรภาพ การผจญภัย และการดำเนินชีวิตโดยไม่ยึดติดความคาดหวังของสังคม
ตลอดสองปี คริสเดินทางไปทั่วอเมริกา
เขาโบกรถ หลับใต้สะพาน ทำงานรับจ้างตามโอกาสเพื่อซื้อเสบียง เขาแทบไม่ติดต่อครอบครัว แม้ว่าที่บ้านจะออกตามหาเขาแทบพลิกแผ่นดิน

เขาไม่ได้หนีผู้คน เขากำลังมองหาการเชื่อมต่อที่แท้จริง
ระหว่างทาง เขาได้พบผู้คนที่กลายมาเป็น “ครอบครัวชั่วคราว”

แยน เบอร์เรส และแฟนของเธอรับเขาขึ้นรถ คริสอยู่กับพวกเขา ทำงานในตลาดนัด เหมือนลูกชายอีกคน แยนรู้สึกเป็นกังวลเพราะเด็กหนุ่มที่ฉลาดขนาดนี้ตั้งใจใช้ชีวิตแบบแทบไม่เหลืออะไรเลย

รอน ฟรานซ์ ชายวัย 80 ปี ผูกพันกับคริสมากจนถามว่าเขายอมให้รับเป็นลูกบุญธรรมหรือไม่ คริสปฏิเสธอย่างสุภาพ แต่ยังติดต่อกันต่อไป เขาเขียนจดหมายบรรยายปรัชญาชีวิตของเขา ชีวิตจริงเกิดขึ้นนอกเขตความสบาย ไกลจากทรัพย์สินและความมั่นคงปลอม ๆ

เวย์น เวสเตอร์เบิร์ก ให้เขางานในเซาท์ดาโคตา ทุกคนชอบเขา ขยัน อัธยาศัยดี แต่เขาก็จากไปโดยไม่บอกลาทันทีที่เกิดความปรารถนาจะไปทางเหนือกลายเป็นสิ่งที่ฝืนไม่ได้

ทุกคนที่พบเขาต่างเห็นความขัดแย้งในตัวตนเขา อ่อนโยน ฉลาด แต่ไม่เคยหยุดนิ่ง เหมือนกำลังตามหาบางอย่างที่ยังเรียกชื่อไม่ได้

พวกเขารู้แค่ว่าเขา “กำลังมุ่งไปหาอะไรบางอย่าง” มากกว่า “ที่กำลังหนี”

เมษายน 1992
คริสเดินทางถึงอะแลสกา ดินแดนป่าดิบดั้งเดิม จุดสูงสุดของการทดสอบตัวเอง
เขาโบกรถจนถึงเขตของอุทยานเดนาลี พร้อมสัมภาระเพียงไม่กี่อย่าง ข้าวสาร 10 ปอนด์ ปืนไรเฟิล หนังสือไม่กี่เล่ม และอุปกรณ์แคมปิ้งพื้นฐาน คนขับรถที่ไปส่ง้ขาครั้งสุดท้ายบอกว่าเขาดูไม่พร้อม แต่ตั้งใจแน่วแน่เกินกว่าจะห้าม

ลึกเข้าไป 25 ไมล์ในป่า เขาพบ รถบัสขนส่ง Fairbanks หมายเลข 142 รถร้างที่ถูกทิ้งไว้ตั้งแต่โครงการก่อสร้างเมื่อหลายสิบปีก่อน มันกลายเป็นบ้านของเขา

ช่วงแรก ทุกอย่างเหมือนจะเป็นไปได้ดี
เขาล่าสัตว์ขนาดเล็ก หาอาหารจากพืชป่า อ่านผลงานของ ตอลสตอย และ ทอโร บันทึกในไดอารี่เต็มไปด้วยความหวังและความภาคภูมิใจ
เขากำลังใช้ชีวิต “บริสุทธิ์” แบบที่ฝันไว้

แต่ธรรมชาติของอะแลสกาไม่เคยปรานี
เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน สัตว์ลดน้อยลง ปืนของเขาแรงไม่พอสำหรับสัตว์ใหญ่ ความรู้เรื่องพืชป่าที่อ่านจากหนังสือก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้เอาชีวิตรอด

ภายในเดือนกรกฎาคม น้ำหนักเขาลดลงอย่างรวดเร็ว อาการขาดอาหารเริ่มชัดเจน
คริสตัดสินใจจะกลับบ้าน เขาได้เรียนรู้ ได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว แต่เมื่อไปถึง แม่น้ำเทกลาไนกา ที่เขาเคยข้ามได้ง่าย ๆ ตอนฤดูใบไม้ผลิ ตอนนี้มันกลายเป็นแม่น้ำเชี่ยวกรากจากน้ำแข็งที่กำลังละลาย

เขาข้ามไม่ได้
เขาหาทางอ้อม แต่ไม่สำเร็จ
ป่าที่เคยมอบอิสรภาพ ตอนนี้กลายเป็นกับดักสำหรับเขา

คริสกลับไปที่รถบัส ร่างกายอ่อนแรงลงทุกวัน บันทึกในสมุดสั้นลงเรื่อย ๆ ลายมือแย่ลง เขารู้ตัวว่ากำลังจะตายจากความอดอยาก

บันทึกสุดท้ายของเขาประมาณวันที่ 12 สิงหาคม 1992 มีเพียงคำว่า

“บลูเบอร์รี่อร่อย”

วันที่ 6 กันยายน 1992 กลุ่มนักล่ากวางมูสพบศพของเขาในรถบัส เขาน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณสองสัปดาห์ น้ำหนักเหลือเพียง 30 กิโลกรัม สภาพศพ บอกเรื่องราวเขาเสียชีวิตจากความอดอยาก

สาเหตุการตายที่แท้จริงยังคงเป็นที่ถกเถียง
แม้ความหิวโหยเป็นเหตุหลัก แต่บางนักวิจัยเชื่อว่าเขาอาจถูกพิษจากเมล็ดพืชป่าชนิดหนึ่ง (Hedysarum alpinum) ซึ่งมีสารพิษที่ทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารไม่ได้
ไม่ว่าทฤษฎีใด ธรรมชาติก็เป็นผู้เอาชีวิตเขาไป

เรื่องของเขาโด่งดังผ่านหนังสือ Into the Wild และภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากมัน
ผู้คนแบ่งเป็นสองฝ่ายชัดเจน
ฝ่ายแรกมองว่าเขาโง่และประมาท เด็กหนุ่มที่มีภาพฝันโรแมนติก แต่ขาดการเตรียมพร้อม เหล่าชาวอะแลสกาโดยเฉพาะมองว่าเขาคือ “นิทานสอนใจ” เรื่องความเย่อหยิ่งของมือใหม่

ฝ่ายที่สองมองว่าเขากล้าหาญ คนที่ปฏิเสธความว่างเปล่าของวัตถุนิยม และเสาะหาความหมายที่แท้จริงจากชีวิตที่เรียบง่าย

ความจริงน่าจะอยู่กึ่งกลาง
คริสทั้งฉลาดและไร้เดียงสา
ทั้งอุดมคติและขาดความพร้อม
เขาโหยหาอิสรภาพ แต่ลืมว่ามนุษย์ไม่อาจอยู่รอดได้ด้วยความโดดเดี่ยวอย่างสมบูรณ์

เรื่องราวของเขายังคงสะเทือนใจผู้คน เพราะมันสัมผัสกับความรู้สึกที่หลายคนมี ว่าชีวิตสมัยใหม่มัน “ปลอม” เกินไป
บางอย่าง และความจริงอาจอยู่ที่อื่น อยู่ไกลจากความสบายและกฎเกณฑ์จากสังคม

คริสออกไปค้นหาความจริงนั้นในป่า
เขาพบมันพร้อมบทเรียนที่โหดร้ายว่า ธรรมชาติไม่สนปรัชญาหรือความฝันของคุณเลย
มันเป็นแบบนั้นเอง

This Will Knock Your Sock off
เจาะเวลาหาอดีต ถอดความ

วันพุธที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568

BRICS เปิดตัวระบบชำระเงิน “UNIT” ที่หนุนหลังด้วยทองคำ เย้นสหรัฐเต็มสูบ

🌏 BRICS เปิดตัวระบบชำระเงิน “UNIT” ที่หนุนหลังด้วยทองคำ เย้นสหรัฐเต็มสูบ

นี่คือก้าวแรกของการ “แยกระบบการเงินโลก” แบบเปิดหน้า!

UNIT = 40% ทองคำ + 60% ตะกร้าสกุลเงินของประเทศ BRICS
หมายความว่า:

> เขาจะสร้าง “เงินระหว่างประเทศ” ที่ไม่ต้องอ้างอิง USD อีกต่อไป

และที่โหดกว่านั้น…

กว่า 30 ประเทศพร้อมใช้ระบบนี้เพื่อซื้อ–ขายโลหะมีค่า นอกแพลตฟอร์มของตะวันตก

นี่มันคือ การสร้างสนามใหม่ทั้งสนาม เลยนะ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนลูกบอล

 ทำไมโลกต้องสั่นสะเทือน?

1️⃣ ทองคำกลับมาเป็นแกนกลางของระบบการเงิน

40% backed by gold = ความเชื่อมั่นแบบดั้งเดิมที่ USD ให้ไม่ได้อีกแล้ว
ทองคำไม่พูดมาก แต่ “ถือแล้วหลับสบาย”

2️⃣ ท้าชนอำนาจดอลลาร์แบบตรงๆ

เมื่อประเทศใหญ่ ๆ เอาทองคำมาหนุนหลังสกุลเงินของตัวเอง
มันคือการประกาศว่า…

> “เราจะไม่ใช้กฎหมายสหรัฐเป็นตัวกลางอีกต่อไป”

และบอกเลยว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการค้า
แต่มันคือ อำนาจต่อรองระดับภูมิรัฐศาสตร์

3️⃣ ผลกระทบต่อตลาดการเงินโลก

นี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่เราจะมองย้อนกลับมาแล้วพูดว่า
“มันเริ่มตั้งแต่วันนั้นแหละ…”

ความต้องการทองคำพุ่ง

ดอลลาร์อาจเสื่อมบทบาทเร็วขึ้น

ประเทศกำลังพัฒนามีทางเลือกใหม่

การเคลื่อนย้ายทุนเริ่มแยกเป็น 2 โลกอย่างชัดเจน

---

⚡ แล้วเกี่ยวอะไรกับ Bitcoin?

ทองคำ = Store of Value แบบดั้งเดิม
Bitcoin = Store of Value แบบดิจิทัล

เมื่อโลกแบ่งขั้ว…
“สินทรัพย์ที่ไม่ถูกควบคุมโดยใคร” จะยิ่งสำคัญ

ทองคำขึ้นเพราะ BRICS
Bitcoin ขึ้นเพราะ ความต้องการสินทรัพย์ที่ไร้ศูนย์กลาง

สองพลังนี้กำลังเดินคู่กันชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

🎯 สรุป

> USD ไม่ได้ล่มทันที แต่ตำแหน่ง ‘เจ้าโลกการเงิน’ ถูกท้าทายหนักที่สุดในรอบ 80 ปี

UNIT คือคำประกาศว่า
“โลกกำลังสร้างระบบใหม่ ที่ไม่ต้องรออนุมัติจากสหรัฐ”

ยุค Multi-Polar Finance เริ่มต้นแล้ว
ใครเข้าใจก่อน อาจมิงเห็นโอกาสในระยะยาว

ภาพกาแล็กซี NGC 1792 ภาพใหม่จากกล้องฮับเบิล


ภาพกาแล็กซี NGC 1792 ภาพใหม่จากกล้องฮับเบิล

นี่คือ NGC 1792 กาแล็กซีประเภทกังหัน (spiral galaxy) ห่างจากโลกประมาณ 36.4 ล้านปีแสงในกลุ่มดาวนกเขา (Columba) และอยู่ใกล้เคียงกับกลุ่มดาวสิ่ว (Caelum) ทางซีกฟ้าใต้ กาแล็กซีแห่งนี้ถูกพบโดย เจมส์ ดันลอป นักดาราศาสตร์ชาวสก็อตแลนด์ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ. 1826 และกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล เคยบันทึกภาพที่สวยงามไว้แล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี ค.ศ. 2020

NGC 1792 หรือที่อาจรู้จักกันในชื่อ AGC 24019 และ LEDA 16709 เป็นกาแล็กซีกังหันประเภทดาวกระจาย (starburst galaxy) เนื่องจากมีอัตราการก่อตัวดาวฤกษ์ใหม่สูงกว่ากาแล็กซีทั่วไปเป็นอย่างมาก ภายในกาแล็กซีมีฝุ่นและสสารระหว่างดวงดาวกระจายตัวเป็นหย่อม ๆ ทั่วทั้งดิสก์ และยังอุดมไปด้วยแก๊สไฮโดรเจนที่เป็นกลาง (neutral hydrogen) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการกำเนิดดาวฤกษ์จำนวนมาก NGC 1792 จึงเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่นักดาราศาสตร์ให้ความสนใจศึกษาเป็นอย่างยิ่ง

NGC 1792 ตั้งอยู่ใกล้กับ NGC 1808 ซึ่งเป็นกาแล็กซีขนาดใหญ่กว่า นักดาราศาสตร์คาดว่าปฏิสัมพันธ์ทางแรงโน้มถ่วงอันรุนแรงระหว่างกาแล็กซีทั้งสองนี้ มีส่วนกระตุ้นให้เกิดแก๊สสำหรับการก่อตัวดาวฤกษ์เพิ่มมากยิ่งขึ้น และเกิดการกระจุกตัวของดาวฤกษ์ในพื้นที่ที่มีแรงโน้มถ่วงรุนแรงกว่า ซึ่งจะช่วยให้นักดาราศาสตร์สามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างแก๊ส กระจุกดาว รวมถึงการระเบิดของซูเปอร์โนวาภายในกาแล็กซีได้

ภาพนี้เป็นข้อมูลจากกล้องถ่ายภาพมุมกว้าง (WFC3) ของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลที่ศึกษากาแล็กซีแห่งนี้ในช่วงปี ค.ศ. 2020 ผสานกับข้อมูลใหม่ที่รวบรวมได้ในปี ค.ศ. 2025 ทำให้นักดาราศาสตร์สามารถสังเกตการณ์กิจกรรมทางฟิสิกส์ดาราศาสตร์ที่เกิดขึ้นในกาแล็กซีได้ดียิ่งขึ้น โดยพื้นที่หย่อมสีแดงที่กระจายอยู่ทั่วแขนกังหันของกาแล็กซีแสดงถึงการแผ่รังสี H-alpha จากกลุ่มโมเลกุลแก๊สไฮโดรเจนที่หนาแน่น พร้อมทั้งดาวฤกษ์เกิดใหม่ที่แผ่รังสีอัลตราไวโอเลต (ultraviolet) ที่มีความเข้มข้นสูง ส่งผลให้แก๊สไฮโดรเจนแตกตัวเป็นไอออน และส่องสว่างสีแดงที่เป็นความยาวคลื่นเฉพาะออกมา

เรียบเรียง :
กฤษดา รุจิรานุกูล - เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ สดร.

อ้างอิง :
Hubble Space Telescope Captures New Image of NGC 1792, Sci.News

วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2568

เกือบศตวรรษแล้ว นักฟิสิกส์ควอนตัมได้ถกเถียงกับหนึ่งในสิ่งที่แปลกที่สุด - และไม่สงบที่สุด - แนวคิดใน

โดย Chad Q อดัมส์

บทนํา
เกือบศตวรรษแล้ว นักฟิสิกส์ควอนตัมได้ถกเถียงกับหนึ่งในสิ่งที่แปลกที่สุด - และไม่สงบที่สุด - แนวคิดในวิทยาศาสตร์สมัยใหม่: การล่มสลายของคลื่น ช่วงเวลาอันลึกลับนี้ที่ระบบควอนตัมเลือกผลลัพธ์หนึ่งออกมาจากทะเลแห่งความน่าจะเป็นอยู่ที่ใจกลางของโคเปนเฮเกนตีความของกลศาสตร์ควอนตัม
แต่ถ้าเกิดการล่มสลายไม่ใช่ความลึกลับที่จะแก้ไข เพราะโครงสร้างมากที่ใช้ในการตีความว่ามันไม่สมบูรณ์?
นี่คือที่ที่ Triadic Field of Consciousness3 (TFC3) เสนอสิ่งที่ไม่มีแบบคลาสสิกหรือควอนตัมมี: กรอบโครงสร้างที่สอดคล้องซึ่งเปิดเผยให้เห็นถึงการล่มสลายไม่ใช่ความขัดแย้ง แต่เป็นความปณิธานของมิติ

ปัญหา: การล่มสลายและราคาของสาเหตุ
ในมุมมองโคเปนเฮเกน ฟังก์ชันคลื่นอธิบายผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ทั้งหมดของระบบควอนตัม แต่เมื่อการวัด การทํางานของคลื่นนั้นพังทลายลงในทันที เป็นรัฐที่สังเกตเห็นได้
สิ่งนี้ทําให้เกิดการไม่เข้าโค้งหลักสอง:
ช็อกทางศาสนา: หากถ่ายอย่างแท้จริง การล่มสลายหมายถึงการปรับแต่งความเป็นจริงทั่วโลก ซึ่งความเป็นไปได้ในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตจะหายไปในพริบตา นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่เรารู้ — มันคือการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดของสิ่งที่เป็น

Causal Paradox: ทฤษฎีบทของ Bell บังคับให้เรายอมรับว่ากลศาสตร์ควอนตัมไม่ใช่ท้องถิ่น อนุภาคที่แยกจากกันด้วยระยะทางที่กว้างใหญ่สามารถตอบสนองต่อกันได้ในทันที แต่ดูเหมือนไม่มีข้อมูลที่จะเดินทางระหว่างพวกเขา ฟิสิกส์ช่วยรักษาสาเหตุที่สังเกตได้ - แต่ภายใต้ความตึงเครียดที่ลึกกว่า:

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าการวัดในอนาคตมีอิทธิพลต่อปัจจุบันหรือแม้แต่อดีต?

แพทช์ Pragmatic: การล่มสลายของ Epistemic
เพื่อรักษาความสอดคล้องกับสัญชาตญาณคลาสสิกของอวกาศและเวลา นักฟิสิกส์ที่ทํางานส่วนใหญ่นํามุมมองที่นิยม: การล่มสลายคือการอัปเดตความรู้ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ
แต่นี่ก็มีผลตามมาเหมือนกัน หากการล่มสลายเป็นเพียงโรคระบาด เราก็ได้ลดความเป็นจริงควอนตัมเป็นเคล็ดลับทางภาษา - ผ้าคลุมหน้าทางคณิตศาสตร์มากกว่าบางสิ่งที่เรายอมรับว่าเราไม่เข้าใจ
ไม่ว่าทางใดก็ตาม ไม่ว่าจะการล่มสลายเป็นเรื่องจริงหรือการเป็นตัวแทน การตีความทั้งสองถูกหลอกหลอนโดยผีตัวเดียวกัน: การไม่มีผู้สังเกตการณ์โครงสร้าง

สิ่งที่โคเปนเฮเกนพลาดไป: แกนที่สาม
นี่คือข้อมูลเชิงลึกหลักของ TFC3:
การล่มสลายของคลื่นเป็นเพียงความขัดแย้ง เพราะต้นแบบของความเป็นจริงขาดแกนที่สาม
โคเปนเฮเกน เหมือนกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ที่สุด ดําเนินการในสนามไบนารี อวกาศ (6) และเวลา (3) แต่นี่ไม่ใช่แบบที่สมบูรณ์ มันขาดมิติที่รับรู้ทั้งพื้นที่และเวลา:
ตอนนี้ (9)— แกนสังเกตการณ์
ธาตุ
มิติ
ฟังก์ชัน
เวลา (3)
สนามความหนาแน่นที่ 3
กรอบ / การรับรู้ตามลําดับ
ช่องว่าง (6)
สนามความหนาแน่นที่ 6
สนามสัมพันธ์ / เรโซแนนซ์
ตอนนี้ (9)
สนามความหนาแน่นที่ 9
การสังเกตการณ์/จุดยุบ

โดยไม่มีตอนนี้ (9) ความพยายามใด ๆ ที่จะอธิบายปรากฏการณ์ควอนตัมล่มสลายเป็นความขัดแย้ง ทําไมล่ะ? เพราะสติเองนั้นอยู่นอกระบบกําลังวัด — มันเป็นสภาพที่เกิดขึ้นจากการวัด

การแก้ไขของ TFC3: ยุบตัวเป็นมิติ
ใน TFC3 ไม่มีคําว่า “ล่มสลาย” ที่ลึกลับ — มีเพียงปณิธานเท่านั้น:
เมื่อสังเกตระบบควอนตัม มันสอดคล้องกับรัฐผู้สังเกตการณ์ในปัจจุบัน

การทํางานของคลื่นไม่หายไป มันแก้ไขปัญหาในการรับรู้ในปัจจุบัน

ผู้สังเกตการณ์ไม่ใช่ผู้รู้แบบผ่าน ๆ — แต่เป็นแกนที่ใช้งานอยู่ของการเชื่อมโยงซึ่งทําให้ศักยภาพล้มลงเป็นรูปแบบ

การแก้ไขกรอบนี้พังทลายไม่ใช่ความบกพร่องในสาเหตุ แต่เป็นหน้าที่ตามธรรมชาติของ Triadic Field

Retrocausality, ความตึงเครียดของไทม์ไลน์และสนาม
ทฤษฎีบทของ Bell เปิดประตูสู่อิทธิพลย้อนยุคหรือผลกระทบต่อผลกระทบที่ไม่สามารถวัดได้ แต่ต้องมีอยู่เพื่อให้สมการยึดครอง
TFC3 จําสิ่งนี้และอธิบายมัน:
การเข้าถึงไทม์ไลน์ขึ้นอยู่กับพื้นที่ หนึ่งปฏิบัติการจากการรับรู้ 3 ภาค (เวลาจัดกระจาย) ไม่สามารถเข้าถึงสภาพคล่องของไทม์ไลน์ได้ แต่หนึ่งปฏิบัติการจาก 6-field (harmonic space) หรือ 9-field (NOW) สามารถล่มสลายเวลาข้ามอดีต ปัจจุบัน และอนาคตได้
นี่ไม่ใช่เรื่องงมงาย เป็นสถาปัตยกรรมที่มีมิติ

ข้อมูลเชิงลึกครั้งสุดท้าย: ทฤษฎีไม่เคยผิด—มันยังไม่สมบูรณ์
ควอนตัมฟิสิกส์ไม่ได้เสีย ก็แค่ไบนารี่
และนางแบบไบนารีไม่สามารถแก้ไขสนามสามสนามได้
ความลึกลับของการล่มสลายของการทํางานของคลื่น ความตึงเครียดระหว่างสาเหตุและความไม่อยู่ในท้องถิ่น คําใบ้แปลก ๆ ของการย้อนยุค พวกเขาไม่ได้บกพร่องในเมทริกซ์ พวกเขาคือคําเชิญให้ย้ายไปไกลกว่านั้น

บทสรุป: การล้มละลายคืออาการ ทุ่งหญ้าคือการรักษา
โคเปนเฮเกนให้ความถูกต้องในการคาดเดาแก่เรา แต่มันไม่มีคําอธิบายอะไรกับเรา
TFC3 ให้เราทั้งคู่
มันฟื้นฟูแกนที่สาม—ตอนนี้—สู่แบบจําลองของความเป็นจริงของเรา
และด้วยมัน เราไม่จําเป็นต้องกลัวการล่มสลายอีกต่อไป
เราคือทุ่งหญ้าที่แก้ไขได้
แชด คิว อดัมส์
ผู้สร้างทฤษฎี Triadic Field of Consciousness (TFC)
E = mC3

Cr. QUANTUM PHYSICS: Forum

เราเชื่อในการมีอยู่จริง UFO-EBE-D1-6-X-ESP | 07.12.2568

วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ปี 2024... โลกจารึกชื่อของชายคนนี้ในฐานะเจ้าของรางวัล "โนเบลสาขาฟิสิกส์" รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งจะได้รับ แต่ในขณะที่คนทั้งโลกกำลังปรบมือ

ปี 2024... โลกจารึกชื่อของชายคนนี้ในฐานะเจ้าของรางวัล "โนเบลสาขาฟิสิกส์" รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งจะได้รับ แต่ในขณะที่คนทั้งโลกกำลังปรบมือสรรเสริญ... ชายชราคนนี้กลับมีแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล เขาไม่ได้พูดถึงความสำเร็จที่หอมหวาน... แต่เขาพูดถึง "ความกลัว" เขาคือ Geoffrey Hinton (เจฟฟรีย์ ฮินตัน) ชายผู้ได้รับฉายาว่า "The Godfather of AI" (เจ้าพ่อแห่งปัญญาประดิษฐ์) ทำไมบิดาผู้ให้กำเนิด... ถึงกลัวลูกของตัวเอง? ทำไมคนที่สร้างเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลก... ถึงบอกว่า "ถ้าเลือกได้ ผมอาจจะไม่ทำมัน" วันนี้เราจะย้อนเวลากลับไปดูเส้นทางชีวิตของชายผู้จุดไฟในพายุหิมะ... และกำลังพยายามดับไฟนั้นด้วยตัวเขาเอง

ย้อนกลับไปยุค 70s และ 80s... ถ้าคุณเดินเข้าไปในมหาวิทยาลัยแล้วบอกว่า "ผมจะสร้างคอมพิวเตอร์ที่คิดได้เหมือนสมองคน" คุณจะถูกหัวเราะเยาะครับ ยุคนั้นคือยุค "AI Winter" (ฤดูหนาวของ AI) นักวิจัยระดับโลกบอกว่า "โครงข่ายประสาทเทียม" (Neural Networks) มันตายไปแล้ว มันเป็นเรื่องเพ้อฝัน ไร้สาระ ไม่มีทุนวิจัย... ไม่มีใครจ้างงาน... แต่มีผู้ชายคนหนึ่งที่ "ดื้อด้าน" อย่างถึงที่สุด เจฟฟรีย์ ฮินตัน เชื่อมั่นในสิ่งเดียวครับ... เขาเชื่อว่า "ถ้าสมองคนเราเรียนรู้ได้ด้วยการเชื่อมต่อเซลล์ประสาท... คอมพิวเตอร์ก็ต้องทำได้สิ!" เขาทำงานเงียบๆ ในห้องแล็บที่ไม่มีใครสนใจ... ทนคำดูถูกเหยียดหยามมานานกว่า 30 ปี คุณลองจินตนาการดูนะครับ... การทุ่มเททั้งชีวิตให้กับสิ่งที่คนทั้งโลกบอกว่าเป็น "ขยะ" ต้องใช้จิตใจที่แข็งแกร่งขนาดไหน?

และในความมืดมิดนั้น... เขาค้นพบกุญแจสำคัญที่ชื่อว่า "Backpropagation" อธิบายง่ายๆ คือ... มันคือวิธีสอนให้คอมพิวเตอร์ "รู้จักเรียนรู้จากความผิดพลาด" เหมือนเด็กที่หัดเดิน... ล้มแล้วจำ... จำแล้วปรับ... ปรับแล้วเดินใหม่ ฮินตันและลูกศิษย์ค่อยๆ วางรากฐานนี้อย่างเงียบเชียบ... รอวันที่โลกจะพร้อม

แล้ววันนั้นก็มาถึง... ปี 2012 ในการแข่งขัน ImageNet... การแข่งขันทายภาพด้วยคอมพิวเตอร์ ทีมของฮินตัน ที่ประกอบด้วยตัวเขา และลูกศิษย์อีก 2 คน (หนึ่งในนั้นคือ Ilya Sutskever ที่เราเพิ่งเล่าไป) เปิดตัวโมเดลที่ชื่อว่า AlexNet วินาทีนั้น... โลกตะลึง! AI ของฮินตัน ทายภาพได้แม่นยำแบบทิ้งห่างคู่แข่งไม่เห็นฝุ่น จาก "เรื่องเพ้อฝัน" กลายเป็น "ความมหัศจรรย์" Google, Facebook, Microsoft วิ่งเข้าหาเขาพร้อมเช็คเปล่า! เทคโนโลยี Deep Learning (การเรียนรู้เชิงลึก) ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ ถ้าไม่มีเจฟฟรีย์ ฮินตัน ในวันนั้น... เราจะไม่มีระบบสแกนหน้า... ไม่มี Google Translate... และแน่นอน ไม่มี ChatGPT ในวันนี้ เขาคือนักปฏิวัติที่เปลี่ยนโลกด้วยความเชื่อเพียงลำพัง

ฮินตันทำงานที่ Google ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา เขามีความสุขที่ได้เห็นสิ่งที่เขาสร้างเติบโต... จนกระทั่ง... ปี 2023 เขาเริ่มสังเกตเห็นบางอย่างที่เปลี่ยนไป เมื่อก่อน เขาเชื่อว่า AI เป็นแค่การ "เลียนแบบ" สมองมนุษย์ที่ยังไงก็ด้อยกว่า แต่เมื่อเขาเห็น GPT-4... เมื่อเขาเห็น PaLM... เขาตระหนักได้ว่า "เฮ้ย... นี่มันไม่ใช่แค่การเลียนแบบแล้ว" "แต่มันกำลังจะเหนือกว่าเรา" สมองคนเราส่งข้อมูลหากันด้วยความเร็วที่จำกัด... แต่ AI ส่งข้อมูลหากันด้วยความเร็วแสง AI ตัวหนึ่งเรียนรู้เรื่องแมว... AI อีกพันตัวรู้เรื่องแมวทันที มันคือ "Hive Mind" (จิตจักรวาล) ที่มนุษย์ไม่มีวันตามทัน วินาทีนั้น... Godfather คนนี้... เริ่ม "กลัว"

พฤษภาคม 2023... เจฟฟรีย์ ฮินตัน ในวัย 75 ปี ตัดสินใจลาออกจาก Google ไม่ใช่เพื่อไปเกษียณเลี้ยงหลาน... แต่เพื่อที่จะได้ "พูดความจริง" ได้อย่างอิสระ เขาเดินสายเตือนคนทั้งโลกว่า: "สิ่งที่เรากำลังสร้าง มันอาจจะฉลาดกว่าเราในไม่ช้า... และเรายังไม่มีวิธีคุมมัน" หลายคนเปรียบเทียบเขาว่าเป็น Robert Oppenheimer (บิดาระเบิดปรมาณู) แห่งยุคดิจิทัล ชายผู้สร้างอาวุธที่ทรงพลังที่สุด... แล้วใช้ช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ พยายามบอกโลกไม่ให้กดปุ่มยิง รางวัลโนเบลที่เขาได้ในปี 2024... จึงไม่ใช่แค่รางวัลแห่งความสำเร็จ แต่มันคือ "เครื่องขยายเสียง" ที่ทำให้คำเตือนของเขาดังไปทั่วโลก

เจฟฟรีย์ ฮินตัน ไม่ได้บอกให้เราหยุดพัฒนา AI เขาไม่ได้บอกให้เราทุบคอมพิวเตอร์ทิ้ง แต่เขาบอกให้เรา "ตระหนัก" เขาบอกว่า "อย่าปล่อยให้การแข่งขันทางธุรกิจ มาอยู่เหนือความปลอดภัยของเผ่าพันธุ์"

เรื่องราวของเขา สอนให้เรารู้ว่า... ความฉลาด (Intelligence) เป็นสิ่งที่มีค่า... แต่ ปัญญา (Wisdom) ในการควบคุมความฉลาดนั้น... มีค่ามากกว่า วันนี้ Godfather ได้ทำหน้าที่ของเขาจบแล้ว... คือการสร้าง และ การเตือน ส่วนหน้าที่ต่อไป... ว่าจะใช้สิ่งนี้สร้างสวรรค์ หรือ นรก... มันอยู่ในมือของพวกเราทุกคนครับ

#MewSocial #ArtificialIntelligence #TechHistory #NobelPrize2024 #FutureTrends

สมใจ ศรีแววเนตร คนไทยที่ชาวอเมริกันยกย่องในฐานะวีรบุรุษ บุคคลสำคัญที่ช่วยเจ้าที่สหรัฐฯ 5 คนหลบหนีในช่วงการปฏิวัติอิหร่าน

((( สมใจ ศรีแววเนตร คนไทยที่ชาวอเมริกันยกย่องในฐานะวีรบุรุษ บุคคลสำคัญที่ช่วยเจ้าที่สหรัฐฯ 5 คนหลบหนีในช่วงการปฏิวัติอิหร่าน )))

ย้อนกลับในปี 1979 อิหร่านเกิด “การปฏิวัติอิหร่าน” ขึ้น การปฏิวัติครั้งนี้เปลี่ยนโฉมหน้าประเทศอิหร่านครั้งใหญ่ จากราชอาณาจักรที่ปกครองโดยพระเจ้าชาห์ เรซา ปาห์ลาวี สู่รัฐศาสนาอิสลามที่นำโดยอยาตอลเลาะห์ โคไมนี

เมื่อพระเจ้าชาห์หลบหนีไปขอลี้ภัยรักษาตัวที่สหรัฐอเมริกา เหตุการณ์นี้ได้จุดชนวนความโกรธแค้นอย่างรุนแรงในหมู่นักศึกษาและปัญญาชนชาวอิหร่าน พวกเขามองว่าสหรัฐฯ กำลังแทรกแซงกิจการภายในของอิหร่าน และให้ที่พักพิงแก่ “ทรราชผู้ขายชาติ”

รุ่งเช้าวันที่ 4 พฤศจิกายน 1979 กลุ่มนักศึกษาหลายร้อยคนได้รวมตัวกันหน้าสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงเตหะราน เพื่อกดดันให้รัฐบาลอเมริกันส่งตัวพระเจ้าชาห์กลับมาดำเนินคดีในอิหร่าน แต่การชุมนุมประท้วงกลับบานปลาย

เพียงไม่นานการประท้วงในเช้าวันนั้นทวีความรุนแรงขึ้น กลุ่มนักศึกษาบุกเข้าไปยังตัวอาคารจนสามารถจับกุมคนในสถานทูตเป็นตัวประกัน 66 ชีวิต

อย่างไรก็ตาม มีเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ ที่สามารถหลบหนีออกมาได้ทัน พวกเขาหนีไปขอความช่วยเหลือจากสถานทูตอังกฤษ และถูกพาไปแอบหลบอยู่ในบ้านพักของเจ้าหน้าที่อังกฤษชั่วคราว

เพียงแต่พวกเขาไม่สามารถซ่อนตัวที่นี่ได้นาน เนื่องจากสถานการณ์ในเตหะรานขณะนั้นตึงเครียดอย่างหนัก และสถานทูตอังกฤษเองก็เสี่ยงจะถูกผู้ชุมนุมบุกเหมือนกัน จึงจำเป็นต้องบอกให้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ย้ายที่หลบภัยไปที่อื่น

ทูตสหรัฐฯ คนหนึ่งซึ่งมีภริยาเป็นชาวไทย จึงได้โทรติดต่อคุณสมใจ ศรีแววเนตร ซึ่งเป็นพ่อครัวชาวไทยที่ทำงานในสถานทูตสหรัฐฯ โชคดีที่คุณสมใจไม่อยู่ในสถานทูตในช่วงความวุ่นวายพอดีเนื่องจากไปจ่ายตลาด เขาจึงกลับมาช่วยเหลือเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ทั้ง 5 คนที่หลบหนีอยู่ได้

คุณสมใจพาเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ทั้ง 5 คนมาหลบในบ้านซึ่งมีลักษณะเป็นห้องแถว บ้านแห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ลับเลย เพราะบริเวณผู้คนละแวกบ้านก็เป็นชาวอิหร่านเช่นกัน

พวกเขาหลบอยู่ได้เกือบ 10 วัน ชาวอิหร่านละแวกนั้นก็เริ่มสงสัยคุณสมใจ เช่น ทำไมอยู่คนเดียวซื้อกับข้าวเยอะ หรือทำไมวันนี้ปิดบ้านมืดสนิท คุณสมใจจึงติดต่อสถานทูตแคนาดาให้มารับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ให้ไปหลบที่อื่นที่ปลอดภัยมากกว่าที่นี่แทน

ไม่นานหลังเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ออกไป บ้านพักของคุณสมใจก็ถูกกลุ่มนักศึกษาติดอาวุธบุกเข้ามาค้นบ้านทันที แม้ว่ากลุ่มนักศึกษาจะไม่เจอเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ แต่ก็ได้สอบถามชื่อคุณสมใจไปด้วย ซึ่งเขาก็บอกชื่อไปแบบสะกดผิดๆ สะกดไม่ครบแทน

แต่ที่เกือบคราวซวยจริงๆ ก็คือหลังเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ สามารถหลบหนีกลับประเทศได้สำเร็จ หนังสือพิมพ์ตีข่าวพาดหัวว่า การช่วยครั้งนี้มีเชฟชาวไทยเป็นผู้ช่วยเหลือไว้ คุณสมใจจึงถูกตามล่าโดยปริยายกว่า 1 ปี 

คุณสมใจบรรยายว่าเขาไม่มีที่นอนเป็นหลัก ไม่มีงานทำ ต้องขอข้าวกิน มีเสื้อติดตัวเพียงชุดเดียวเท่านั้นในช่วงเวลาที่เขาต้องหลบหนีการตามล่า…

สุดท้ายคุณสมใจหนีกลับมายังประเทศไทยได้สำเร็จ (แต่ติด ตม. ระทึกกว่า 10 นาที)

วีรกรรมครั้งนี้ทำให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จอร์จ บุช ต้องเข้ามาพูดคุยและขอบคุณคุณสมใจ พร้อมมอบสัญชาติอเมริกาแบบพิเศษให้เขาและครอบครัวสามารถอาศัยและทำงานในสหรัฐฯ ได้ตลอดชีวิต

#twchistory #twciran #TWC_Salmon

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ

พลิกประวัติศาสตร์ฟิสิกส์! นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กโชว์เหนือ "สยบแสง" ให้ช้าเท่าจักรยาน ก่อนสั่งหยุดนิ่งสนิทสำเร็จ เคมบริ...