ผมว่าหลายท่านอาจจะยังไม่ทราบกันนะครับว่า ในหน้าประวัติศาสตร์ของรางวัลทรงเกียรติอย่าง Nobel Prize สาขาเคมี ปี 2024 ที่ผ่านมา มีเรื่องราวที่ทำให้วงการวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างช็อก
ปกติแล้วพื้นที่ตรงนี้มักเป็นเวทีของนักเคมีที่ขลุกอยู่กับหลอดทดลอง สารเคมี และห้องแล็บที่เต็มไปด้วยเครื่องแก้วที่มีความซับซ้อน
แต่ใน 2024 ผู้ที่เดินขึ้นไปรับรางวัลกลับไม่ใช่คนที่ถือหลอดทดลอง แต่เป็นคนที่ถือชุดโค้ดคอมพิวเตอร์ และสร้างสิ่งที่เรียกว่าปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI
ชายคนนี้เริ่มต้นชีวิตจากการเป็นเด็กติดเกมกระดาน ผันตัวมาเป็นคนสร้างวิดีโอเกม และกลายมาเป็นผู้กุมความลับของโครงสร้างสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนที่สุดในโลก
เรื่องราวของเขาถูกบันทึกไว้อย่างละเอียดในสารคดีที่ชื่อว่า The Thinking Game โดยผู้กำกับฝีมือดีอย่าง Greg Kohs
ชายคนนั้นคือ Sir Demis Hassabis ผู้ก่อตั้ง DeepMind ที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิตจากการเดินหมากรุก มาสู่การเดินหมากแห่งอนาคตของมนุษยชาติ
…
ย้อนกลับไปในปี 1976 ณ กรุงลอนดอน เด็กชายคนหนึ่งถือกำเนิดขึ้นในครอบครัวที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ พ่อเป็นชาว Greek Cypriot และแม่เป็นชาว Singaporean
ความอัจฉริยะของ Demis Hassabis ฉายแววออกมาตั้งแต่เขายังเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ
ในวัยที่เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันกำลังวิ่งเล่นในสนามเด็กเล่น เขากลับหลงใหลในกระดานสี่เหลี่ยมที่มีตัวหมากสีขาวและดำ
เพียงแค่อายุ 4 ขวบ เขาเริ่มเรียนรู้วิธีการเดินหมากรุกจากการเฝ้าดูพ่อเล่นกับลุง และใช้เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ในการเอาชนะผู้ใหญ่ทุกคนในบ้าน
ความสามารถของเขาพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด จนกระทั่งอายุ 12 ปี เขาได้ตระเวนแข่งขันไปทั่ว และก้าวขึ้นเป็นกัปตันทีมหมากรุกยุวชนของอังกฤษ สร้างชื่อเสียงจนถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลกในรุ่นอายุของเขา
สำหรับเด็กคนหนึ่ง การมีชื่อเสียงและการได้รับการยอมรับว่ามีสมองระดับอัจฉริยะ อาจดูเหมือนเป็นจุดสูงสุดแล้ว
แต่สำหรับ Hassabis มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของคำถามที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น…
เขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า การชนะในเกมกระดานเหล่านี้ แท้จริงแล้วมันให้อะไรกับโลกใบนี้บ้าง มันเป็นเพียงการเอาชนะภายใต้กฎเกณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น
ด้วยความกระหายที่จะเข้าใจโลกในมุมที่กว้างขึ้น เขาจึงตัดสินใจหันหลังให้กับการแข่งขันหมากรุกอาชีพ และมุ่งหน้าสู่เส้นทางวิชาการที่ Cambridge
แต่ด้วยความที่เขาเรียนจบเร็วกว่ากำหนด และมีอายุน้อยเกินกว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยได้ทันที เขาจึงมีช่วงเวลาว่าง หรือที่เรียกว่า Gap Year
ในช่วงเวลานั้นเอง แทนที่จะออกเดินทางท่องเที่ยวเหมือนวัยรุ่นทั่วไป เขาเลือกเดินเข้าสู่บริษัทพัฒนาวิดีโอเกมระดับตำนานอย่าง Bullfrog Productions
หลายคนอาจมองว่าการเล่นเกมหรือสร้างเกมเป็นเรื่องไร้สาระ แต่สำหรับ Hassabis ช่วงเวลานี้เปรียบเสมือนห้องเรียนที่สำคัญที่สุดในชีวิต
การได้ร่วมสร้างเกมดังอย่าง Theme Park ทำให้เขาได้เรียนรู้วิธีการเขียนโปรแกรมเพื่อจำลองพฤติกรรมและความคิดของตัวละครในเกม
เขาตระหนักได้ว่า เกม คือสนามทดลองชั้นดีในการจำลองความฉลาด หรือ Intelligence ภายใต้กฎกติกาที่ชัดเจนและปลอดภัย
และนั่นคือจุดกำเนิดของประกายความคิดที่ว่า หากเราสามารถสร้างคอมพิวเตอร์ที่เรียนรู้จะเล่นเกมได้เก่งกว่ามนุษย์ เราก็น่าจะสร้างมันให้แก้ปัญหาที่ยากกว่าเกมได้เช่นกัน…
หลังจากสั่งสมประสบการณ์ทั้งในโลกวิชาการและโลกธุรกิจ ในปี 2010 Hassabis ได้ตัดสินใจรวบรวมเพื่อนร่วมอุดมการณ์จากสมัยเรียน ก่อตั้งบริษัทที่ชื่อว่า DeepMind
เป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่การสร้างเกมขาย หรือสร้างแอปพลิเคชันทั่วไป แต่เป้าหมายของพวกเขาถูกเขียนไว้อย่างชัดเจนและท้าทายว่า Solve Intelligence
พวกเขาต้องการสร้างสิ่งที่เรียกว่า Artificial General Intelligence หรือ AGI ซึ่งหมายถึงปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถรอบด้าน คิดได้เอง เรียนรู้ได้เองเหมือนมนุษย์
ในช่วงแรก DeepMind เป็นเพียงสตาร์ตอัปเล็ก ๆ ในลอนดอน ที่มีความฝันใหญ่เกินตัว จนกระทั่งวิสัยทัศน์นี้ไปเข้าตาบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google
การเข้ามาของ Google ทำให้ DeepMind มีทรัพยากรทั้งเงินทุนและพลังในการประมวลผลมหาศาล เพื่อเร่งเครื่องการวิจัยไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้
แต่คำถามสำคัญคือ พวกเขาจะพิสูจน์ให้โลกเห็นได้อย่างไรว่า AI ที่พวกเขาสร้างขึ้นมานั้น มีความฉลาดจริง ๆ ไม่ใช่แค่โปรแกรมที่ทำตามคำสั่ง
คำตอบพาเราย้อนกลับไปสู่รากเหง้าของ Hassabis นั่นคือการใช้ เกม เป็นตัวชี้วัด…
โจทย์ที่หินที่สุดในเวลานั้น คือเกมกระดานโบราณของจีนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี อย่างเกม Go หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ หมากล้อม
ความซับซ้อนของ Go นั้นเหนือกว่าหมากรุกสากลแบบเทียบไม่ติด ว่ากันว่ารูปแบบความเป็นไปได้ในการเดินหมากบนกระดานนั้น มีมากกว่าจำนวนอะตอมในจักรวาลเสียอีก
นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ทั่วโลกต่างลงความเห็นว่า คงต้องใช้เวลาอีกหลายสิบปี กว่าที่คอมพิวเตอร์จะสามารถเอาชนะแชมป์โลกในเกมนี้ได้
แต่ DeepMind ไม่รอเวลาขนาดนั้น พวกเขาสร้าง AlphaGo ขึ้นมาเพื่อท้าทายขีดจำกัดนี้
เหตุการณ์สำคัญที่ถูกบันทึกไว้ในสารคดี และกลายเป็นตำนานของวงการเทคโนโลยี คือการแข่งขันในปี 2016 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้
AlphaGo ต้องเผชิญหน้ากับ Lee Sedol แชมป์โลกผู้ยิ่งใหญ่ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของความฉลาดแบบมนุษย์
บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด ไม่ใช่แค่เรื่องของการแพ้ชนะ แต่มันคือการเดิมพันศักดิ์ศรีของเผ่าพันธุ์มนุษย์ กับสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น
และในกระดานที่สองของการแข่งขัน ก็เกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า Move 37
AlphaGo ตัดสินใจเดินหมากในตำแหน่งที่แปลกประหลาด ตำแหน่งที่ไม่มีมนุษย์คนไหนสอน และไม่มีตำราเล่มไหนเขียนไว้
ในวินาทีแรก ผู้เชี่ยวชาญและ Lee Sedol ต่างคิดว่าคอมพิวเตอร์ทำงานผิดพลาด แต่เมื่อเกมดำเนินต่อไป ทุกคนจึงตระหนักได้ว่า นั่นคือการเดินหมากที่เหนือชั้นและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์
AlphaGo เอาชนะ Lee Sedol ไปได้อย่างขาดลอย สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วโลก และทำให้ชื่อของ DeepMind กลายเป็นที่รู้จักในชั่วข้ามคืน…
อย่างไรก็ตาม สารคดี The Thinking Game ของ Greg Kohs ได้ชี้ให้เห็นมุมมองที่ลึกซึ้งกว่าแค่ชัยชนะบนกระดาน
สำหรับ Hassabis แล้ว ชัยชนะเหนือ Lee Sedol ไม่ใช่เส้นชัย แต่มันเป็นเพียง ก้าวแรก ของการเดินทางที่ยาวไกลกว่านั้น
เขาไม่ได้ต้องการสร้าง AI มาเพื่อเล่นเกมชนะมนุษย์ แต่เขาใช้เกมเป็นเพียงบททดสอบเพื่อยืนยันว่า สมองเทียม ที่เขาสร้างขึ้นนั้น พร้อมแล้วสำหรับงานจริง
งานจริงที่ว่านั้น คือการไขความลับของธรรมชาติ ที่มนุษย์พยายามหาคำตอบมานานกว่าครึ่งศตวรรษ
หลังจากจบโปรเจกต์ AlphaGo ทีมงาน DeepMind ได้เบนเข็มเป้าหมายใหม่ทันที สู่โปรเจกต์ที่ชื่อว่า AlphaFold
เป้าหมายของ AlphaFold คือการแก้ปัญหาที่เรียกว่า Protein Folding Problem หรือการทำนายรูปร่างการพับตัวของโปรตีน
เราต้องเข้าใจก่อนว่า โปรตีนคือองค์ประกอบพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด หน้าที่และการทำงานของโปรตีนจะขึ้นอยู่กับรูปร่างสามมิติของมัน
หากเรารู้วิธีการพับตัวของโปรตีน เราจะเข้าใจกลไกการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ลึกซึ้งขึ้น เราจะสามารถออกแบบยาชนิดใหม่ ๆ ได้แม่นยำขึ้น หรือแม้แต่สร้างเอนไซม์เพื่อย่อยสลายขยะพลาสติก
แต่นี่คือโจทย์คณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนมหาศาล นักชีววิทยาใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อหาโครงสร้างของโปรตีนเพียงไม่กี่ชนิด
Hassabis เชื่อมั่นว่า AGI ที่ผ่านการฝึกฝนมาแล้ว จะสามารถมองเห็นรูปแบบที่ซับซ้อนนี้ และหาคำตอบได้
เส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ สารคดีเผยให้เห็นช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก ความล้มเหลว และความกดดันที่ทีมงานต้องเผชิญ
การเปลี่ยนจากการเดินหมากบนกระดานสี่เหลี่ยม มาเป็นการจัดการกับสายโซ่โมเลกุลที่ขดไปมาในรูปแบบสามมิติ เป็นความท้าทายคนละระดับ
แต่ด้วยความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ในที่สุด AlphaFold ก็ทำสำเร็จ…
มันสามารถทำนายโครงสร้างของโปรตีนแทบทุกชนิดที่วิทยาศาสตร์รู้จัก ได้อย่างแม่นยำภายในเวลาไม่กี่นาที
สิ่งที่มนุษย์ต้องใช้เวลาทดลองในห้องแล็บนานนับปี บัดนี้สามารถทำได้เพียงแค่ปลายนิ้วคลิก ด้วยความช่วยเหลือของ AI
นี่คือการปฏิวัติวงการชีววิทยาและการแพทย์ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์
ผลกระทบของมันกว้างไกลและลึกซึ้งเป็นอย่างมาก จนทำให้คณะกรรมการรางวัลโนเบลไม่อาจมองข้าม
ในปี 2024 Sir Demis Hassabis และเพื่อนร่วมงานอย่าง Dr. John Jumper จึงได้รับรางวัล Nobel Prize สาขาเคมี ไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี
จากเด็กน้อยที่หลงใหลในหมากรุก สู่ผู้สร้างเครื่องมือที่ไขรหัสพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต เรื่องราวของเขาพิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของความอยากรู้อยากเห็น
ก็ต้องบอกว่าสารคดี The Thinking Game ไม่ได้เพียงแค่เล่าประวัติชีวิตของคนคนหนึ่ง แต่กำลังบอกเล่าถึงรุ่งอรุณแห่งยุคสมัยใหม่
ยุคสมัยที่มนุษย์ไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง แต่มี ปัญญาประดิษฐ์ เป็นเพื่อนคู่คิด เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เราเคยสร้างมา
แน่นอนว่าในภาพยนตร์ยังมีฉากที่ตั้งคำถามถึงความกังวลที่หลายคนมีต่อ AI ว่ามันจะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด หรือจะเข้ามาแทนที่มนุษย์หรือไม่
ซึ่ง Hassabis เองก็ตระหนักในเรื่องนี้ดี เขาจึงพยายามผลักดันให้มีการใช้งาน AI อย่างระมัดระวังและมีจริยธรรม
แต่สิ่งที่เขาเน้นย้ำเสมอคือ เราไม่ควรปล่อยให้ความกลัว มาปิดกั้นโอกาสในการแก้ปัญหาที่มนุษย์ไม่อาจแก้ได้ด้วยตัวเอง
วันนี้ DeepMind ไม่ได้หยุดอยู่แค่ AlphaFold พวกเขายังคงเดินหน้าต่อไป เพื่อพาเราไปสู่ยุคของ AGI ที่สมบูรณ์แบบ
การเดินทางที่ Hassabis เรียกว่า การเดินทางที่น่าตื่นเต้นที่สุดของมนุษยชาติ ยังคงดำเนินต่อไป
และหากเรามองย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น เราจะพบว่า ทุกอย่างเริ่มต้นจากการที่เด็กคนหนึ่ง มองกระดานหมากรุก แล้วถามตัวเองว่า เราจะไปได้ไกลกว่านี้ไหม
คำตอบของคำถามนั้น ไม่ได้อยู่บนกระดานสี่เหลี่ยมอีกต่อไป แต่อยู่ในทุกอณูของชีวิต และในอนาคตที่กำลังจะมาถึง
นี่คือเรื่องราวของ The Thinking Game เกมแห่งความคิดที่เปลี่ยนโลกไปตลอดกาล…
References : สารคดี The Thinking Game โดย Google DeepMind
◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢
.
.